แชร์ประสบการณ์ เตรียมตัวอย่างไร เมื่อลูกสาวมีประจำเดือนครั้งแรก !!
ขัดแล้วผิวหน้าผ่องขึ้นล่ะค่ะ
THE WAY SHE SMOOTHES - Soap & Glory
beWild POP Multi Liptint
 Eucer8n Dermi Capillaire สูตร Anti-Dandruff

วิธีบอกรักลูก...ได้ทุกวันโดยไม่ต้องพูด



สำหรับลูกๆแล้ว คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรักและความอบอุ่นของคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ควรบอก "รัก" ลูกทุกๆวันด้วยคำพูด กอดและหอมแก้มทุกวันเพื่อให้ลูกมั่นใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตจะยังมีคุณพ่อคุณแม่คอยห่วงใยและอยู่เคียงข้างเสมอๆ แต่นอกจากคำว่า "รัก" แล้ว การแสดงออกก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะเติมเต็มความรักให้ลูกได้ ลองมาดูการแสดงออกที่เสมือนการบอกรักลูกทุกๆวัน เราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้แน่นอนค่ะ



1. รักษาคำพูด

เราคงเคยได้ยินใครต่อใครบอกมาว่า "ไม่ควรโกหกลูก หากไม่อยากให้ลูกโกหก" การโกหกนั้นไม่ใช่เพียงการพูดปด แต่เป็นการไม่รักษาสัญญาและคำพูดที่ให้ไว้กับลูก หากจำเป็นจริงๆควรบอกลูกด้วยเหตุผล ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อถึงวันที่ลูกเรียนรู้แล้วว่า สิ่งต่างๆอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากโกหกและอยากให้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันแก้ปัญหาต่างๆด้วยกัน วันหนึ่งที่ลูกเข้าใจแล้ว ลูกจะไม่อยากโกหกและจะพูดกับเราด้วยเหตุผลเช่นกัน



2. อ่านนิทานให้ลูกฟัง

การอ่านนิทานก่อนนอนนอกจากจะเป็นการสานสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ลูกน้อยอุ่นใจก่อนนอนด้วยนะคะ หลังจากอ่านนิทานเสร็จก็ถึงเวลาราตรีสวัสดิ์ด้วยการหอมแก้มเบาๆ กอดกันก่อนนอนค่ะ



3. อ่านบทกลอนให้ลูกฟัง

หากเจอบทกลอนความหมายดีๆและไพเราะๆ ให้เก็บไว้และทำใส่การ์ดน่ารักๆ เอาไว้อ่านให้ลูกฟังหรือให้ลูกอ่านเองก็ได้ค่ะ หรือจะแต่งกลอนเองก็ได้เช่นกันนะคะ



4. เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง

เป็นการเพิ่มประสบการณ์ทางความคิดให้ลูกด้วยค่ะ ในบางเหตุการณ์ที่ลูกอาจจะยังไม่เคยพบเจอ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองเล่าเหตุการณ์ที่เคยผ่านมาเคยพบเจอหรือทำอะไรที่คิดว่าน่าสนใจ เล่าให้ลูกฟังและถามความคิดเห็น วิธีนี้จะทำให้ลูกเรียนรู้โลกภายนอกและเรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ที่ผ่านมาด้วยค่ะ



5. เปิดบัญชีเงินฝากให้ลูก

ในช่วงแรกๆที่ลูกยังเล็กๆอยู่คุณพ่อคุณแม่อาจจะฝากเงินให้ลูกทุกๆเดือน แต่เมื่อลูกเริ่มโต จะได้สอนในลูกช่วยกันเก็บเงินและหยอดกระปุกเพื่อนำเข้าบัญชีเงินฝากของลูกด้วยค่ะ ทำให้ลูกรู้จัก "เงิน" และการประหยัด อดออมเพื่ออนาคตด้วย



6. เก็บหนังสือพิมพ์ไว้ให้ลูก

ถ้าคุณแม่เพิ่งคลอดอาจจะขอให้คุณพ่อซื้อหนังสือพิมพ์ในวันที่ลูกคลอดเก็บไว้ให้เพื่อให้ลูกในวันสำคัญๆเช่นวันแต่งงาน ทำให้ลูกรู้ว่าเราใส่ใจกับทุกๆสิ่งของลูก เราจะรู้ว่าในวันที่ลูกคลอดนั้นมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายค่ะ



7. อัลบั้มภาพ

แม้ว่าทุกวันนี้จะถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลและเก็บไฟล์ภาพลงคอมพิวเตอร์ แต่เชื่อมั้ยคะว่า การให้ลูกๆได้ดูภาพในอัลบั้มนั้นทำให้ลูกๆจดจำสิ่งต่างๆได้ดี โดยวางไว้ในจุดที่ทุกๆคนจะสามารถหยิบมาเปิดดูได้ เมื่อเปิดดูก็ควรพูดคุยถึงความทรงจำต่างๆในภาพนั้นด้วยค่ะ



8. อัดเสียงและคลิป

ในแต่ละปี อาจจะถ่ายภาพครอบครัวหรือถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในทุกๆปี และเมื่อลูกเริ่มโตและเข้าใจ ให้ลูกดูในทุกๆปี ให้ลูกเห็นพัฒนาการต่างๆของเค้าเองค่ะ และการเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ



9. ส่งการ์ดให้เพื่อนๆของลูก

ในวันเกิดหรือวันปีใหม่ นอกจากลูกๆของเราแล้วที่เราต้องอวยพร เราสามารถชวนลูกๆทำการ์ดเพื่อส่งให้เพื่อนๆด้วย ทำให้ลูกๆของเรานั้นรู้ด้วยตัวเองว่า เรานั้นใส่ใจกับทุกๆสิ่งและเพื่อนๆของลูกเองก็เช่น วิธีนี้นอกจากเราจะรู้จักเพื่อนของลูกแล้ว ยังทำให้ลูกกล้าที่จะพูดคุยกับเราเรื่องเพื่อนด้วยค่ะ



10. วันของลูก

หากช่วงเวลาไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา อย่าลืมว่าเด็กยังต้องมีวันของเด็กเหมือนกัน ลองกำหนดสักวันเพื่อเป็นวันของลูก พาลูกเที่ยวหรือทำกิจกรรมสำหรับเด็กๆโดยไม่ต้องไปเดินช้อปปิ้งกับแม่ วันทั้งวันเป็นของลูก พาไปทานอาหารแบบที่เด็กๆชอบ ให้เวลากับลูก 1 วันเต็มๆค่ะ



11. เขียนไดอารี่

หากเป็นคุณแม่ที่ชอบเล่าเรื่องราวโดยการเขียน ควรเขียนไดอารี่ให้ลูก และเขียนในสิ่งที่สอน สิ่งที่ต้องการให้ลูกเป็น สิ่งต่างๆที่พบเจอแต่ละวัน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ควรให้ลูกรับรู้ด้วยเช่นกันค่ะ เพราะทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่าแม้แม่จะดุแต่ก็มีเหตุผล



12. แต่งนิทานร่วมกัน

เด็กๆมักมีจินตนาการ ก่อนที่จินตนาการจะค่อยๆหายไป วันไหนว่างลองแต่งนิทานไปกับลูก ช่วยกันวาด ช่วยกันแต่งและเก็บเอาไว้อ่านให้ลูกฟังค่ะ



13. ตกแต่งบ้าน

เด็กๆก็สามารถมีส่วนร่วมในการตกแต่งบ้านได้นะคะ ลองพาลูกไปเดินดูของตกแต่งและให้ลูกๆคิดว่าอยากจะตกแต่งหรือประดับอะไรอย่างไรบ้าง โดยเราเป็นผู้ช่วยเลือก วิธีนี้ทำให้ลูกอยากจะมีส่วนร่วมในงานบ้านและส่วนร่วมกับกิจกรรมในบ้านด้วยค่ะ



14. รับฟังลูก

เมื่อไรก็ตามที่ลูกมาเล่าอะไรให้ฟัง ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะกำลังยุ่งขนาดไหน ให้หันมาฟังลูกก่อนค่ะ หลังจากฟังแล้วจะพูดคุยหรืออะไรก็ค่อยว่ากันอีกที การรับฟังลูกทำให้ลูกอยากจะเล่าและมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าลูกจะเล่าอะไรควรฟังให้จบและไม่ควรต่อว่าค่ะ มิเช่นนั้นต่อไปลูกจะไม่กล้าเล่าอะไรให้เราฟัง



15. สอนให้ลูกรักและเห็นคุณค่าของตัวเอง

นอกจากการบอกรักลูกแล้ว ควรสอนให้ลูกรักตัวเองและเห็นคุณค่าของตัวเอง แม้ลูกจะเล็กก็ตามค่ะ ลูกจะรู้สึกว่าลูกมีความสำคัญกับคุณพ่อคุณแม่มาก มากกว่าการงานของคุณพ่อคุณแม่เสียอีก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้ลูกรักตัวเองเหมือนกับที่รักคุณพ่อคุณแม่ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแต่เล็กๆเลยค่ะว่าทุกๆคนล้วนมีความสำคัญ และควรให้ความรักกับตัวเองเช่นกัน



16. พาลูกเที่ยว

โดยทั่วไปแล้วการพาลูกเที่ยว มักพาไปเที่ยวทะเล เที่ยวภูเขา แต่ควรลองหากิจกรรมอื่นๆระหว่างทาง หากมีสวนสัตว์ระหว่างทางไปเที่ยว ก็ควรถามลูกค่ะว่าอยากจะแวะมั้ย หรือช่วยกันวางแผนการท่องเที่ยวโดยสอบถามลูกๆก่อนค่ะว่าอยากไปเที่ยวแบบไหนบ้าง ระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหนบ้าง อยากจะแวะเที่ยวหรือไม่ ให้ลูกมีส่วนร่วมในการวางแผนแล้วเด็กๆจะสนุกค่ะ



17. ไปสถานที่ที่แตกต่าง

ในบางครั้งหากต้องการพาลูกเที่ยว อาจจะลองไปยังสถานที่ๆไม่เคยไป และพาไปดูตะวันตกดินหรือไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันในสถานที่ต่างๆ และสอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องพระอาทิตย์ขึ้นและตกไปด้วยค่ะ



18. ซ่อนจดหมายไว้ในกระเป๋านักเรียน

หากลูกอ่านหนังสือได้แล้ว การใส่จดหมายเล็กๆไว้ในกระเป๋านักเรียน หรือในกล่องดินสอ เมื่อลูกบังเอิญเปิดมาเจอ จะทำให้ลูกรู้ว่าไม่ว่าลูกอยู่ที่ไหนคุณแม่ก็จะคิดถึงหนูเสมอ และจะรู้สึกดีใจตื่นเต้นกับการค้นเจอด้วยค่ะ



19. จัดปาร์ตี้

ในวันพิเศษๆเช่นวันเกิดของลูก อาจจะวางแผนจัดปาร์ตี้เล็กๆ โดยไม่ให้ลูกรู้ตัว แอบตกแต่งบ้านด้วยลูกโป่งหลากสีและอุปกรณ์ต่างๆค่ะ รับรองว่าลูกจะรู้สึกเป็นคนพิเศษที่สุด อาจจะแอบเชิญเพื่อนๆของลูกมาร่วมงานด้วยก็ได้นะคะ



20. ให้ลูกตั้งชื่อสัตว์เลี้ยง

หากจะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ลองให้ลูกเป็นคนตั้งชื่อ โดยที่เราจะไม่ขัดความคิดของลูกค่ะ ในบางครั้งอาจจะเป็นชื่อที่เรารู้สึกว่าไม่ใช่ชื่อสัตว์เลี้ยงที่ควรจะเป็น แต่ในเมื่อให้ลูกเป็นคนตั้งชื่อแล้ว เด็กๆจะภูมิใจที่สามารถช่วยคุณพ่อคุณแม่ตั้งชื่อได้



21. สนับสนุนกิจกรรมที่ลูกสนใจ

เมื่อลูกชอบกิจกรรมด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ลองคุยกับลูกว่าอยากจะเรียนจริงจังตามสถาบันต่างๆหรือไม่ หากลูกอยากเรียน เราควรสอนในเรื่องความรับผิดชอบไปพร้อมๆกันว่า จะเลิกเรียนกลางคันเพราะขี้เกียจไม่ได้ คุณแม่อาจจะต้องผลักดันลูกบ้างในบางครั้งหรือให้กำลังใจลูกบ้าง หากเป็นสิ่งที่ลูกต้องการจริงๆ และกิจรรมไหนที่ลูกไม่ได้อยากเรียน หากพูดคุยกันแล้วก็ไม่ควรบังคับเพียงเพราะเราอยากให้เรียน ให้ลูกมีโอกาสเลือกเรียนเอง จะทำให้ลูกเรียนได้ดีมากกว่าหรือทำกิจกรรมนั้นๆได้ดีมากกว่าโดนบังคับค่ะ



22. สถานที่ที่ลูกไม่เคยไป

ลองคิดถึงสถานที่ที่ลูกยังไม่เคยไป แต่อาจจะเป็นสถานที่ที่ทำให้ลูกจดจำได้ว่าคุณพ่อคุณแม่พาไปที่นี่เพราะอะไร อาจจะเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อคุณแม่ หรือเป็นสถานที่ที่คุณพ่อคุณแม่เคยไปเที่ยวกัน ทำให้ลูกมีส่วนร่วมกับสถานที่เหล่านั้นด้วยค่ะ



23. ของขวัญพิเศษ

ของขวัญบางชิ้น อาจจะไม่ได้ให้ในวันสำคัญ อาจจะเป็นของขวัญพิเศษที่จะบอกลูกว่า "หนูเป็นเด็กดีจึงได้ของขวัญชิ้นนี้" โดยที่ของขวัญอาจจะไม่ใช่ของเล่น แต่อาจจะเป็นสิ่งที่ลูกคาดไม่ถึง เช่น ของขวัญที่คุณแม่ตั้งใจทำเป็นพิเศษ



24. เดินทางโดยรถไฟ

เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศและเพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้ลูกด้วยค่ะ การเดินทางแต่ละแบบมีการเตรียมตัวที่แตกต่างกันไป คุณแม่จะได้พูดคุยกับลูกในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะการเดินทางที่แตกต่างกัน การเดินทางโดยรถไฟทำให้คุณพ่อคุณแม่มีโอกาสได้อยู่กับลูก พูดคุยกับลูกได้มากขึ้น และมีช่วงเวลาทำกิจกรรมบนรถไฟด้วยกันด้วยค่ะ



25. การ์ดดนตรี

การ์ดดนตรี อาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรแล้ว แต่การ์ดที่มีเสียงเพลงแบบนี้เด็กๆมักจะชอบและจะเปิดเพื่อฟังเพลงได้บ่อยๆ ทำให้ลูกๆคิดถึงเราด้วยนะคะ



26. ส่งเสียงบอกรักลูก

นอกจากพูดออกมาเป็นคำพูดตรงๆแล้ว อาจจะอัดเสียงไว้ในตุ๊กตา หรือหากลูกโตพอจะมีโทรศัพท์แล้ว ให้ลองส่งเสียงที่บอกถึงความห่วงใยไปให้ลูกฟัง โดยเฉพาะวันที่คุณพ่อคุณแม่จะกลับบ้านดึกกว่าปกติ



27. ไวท์บอร์ดบอกรัก

ลองแขวนไวท์บอร์ดอันเล็กๆไว้ที่ประตูห้องนอน สำหรับวาดรูปหรือเขียนคำบอกรักต่างๆให้ลูกได้อ่านในแต่ละวัน และเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำเช่นกันค่ะ



28. เก็บผลงานของลูก

ผลงานต่างๆที่ลูกทำไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การหัดเขียนในช่วงแรกๆ การปั้น หรือกิจกรรมต่างๆที่ทำจากที่โรงเรียนและได้กลับมาบ้านให้เก็บเอาไว้ในกล่องที่ปิดมิดชิดดี เพื่อมอบให้ลูกในตอนโตค่ะ (ปกติแล้วกิจกรรมเหล่านี้จะมีในช่วงวัยอนุบาล)



29. ยิ้มให้ลูกเสมอ

หัดยิ้มและหัดให้ลูกยิ้มเสมอๆ ลูกอาจจะมีคำถามว่า ทำไมถึงยิ้มให้หนูคะ/ครับ คุณพ่อคุณแม่สามารถตอบได้เลยว่า "เพราะหนูที่เป็นที่รัก และเป็นลูกที่น่ารัก"



30. ยามที่ห่างไกล

อาจจะมีบ้างที่เราต้องไปทำงานและต้องอยู่ห่างลูก ก่อนไปควรพูดคุยกับลูกให้ลูกมั่นใจว่า ลูกสามารถโทรหาเราได้เสมอ และอีกไม่นานเราจะกลับมา และระหว่างนั้นให้ส่งการ์ดหรือเขียนข้อความหาลูกบ้างค่ะ หรือใช้วิธีโทรศัพท์แบบเห็นภาพกันก็ได้ แม้อยู่ไกลก็ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นได้นะคะ



31. อยู่เคียงข้างลูกเสมอ

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับลูกว่า เมื่อไรก็ตามที่ลูกต้องการ คุณพ่อคุณแม่จะอยู่เคียงข้างเค้าเสมอ 

วิธีที่ว่ามาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องยากเลยนะคะ หากเราอยากสร้างความรักและอบอุ่นให้กับลูกๆของเรา บางอย่างที่เรายังไม่เคยทำ ลองนำมาปรับใช้กับครอบครัวเราดูได้นะคะ เชื่อว่าเด็กๆจะได้รับความอบอุ่นอย่างเต็มที่ด้วยความรักจากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

Add Comment


Advertisement

สมัครเพื่อรับข่าวสารจากเรา

* indicates required