หลังจากที่ได้ทราบว่าจะทางแสนสิริและยูนิเซฟ จะพาไปทริปที่เชียงใหม่ ซึ่งทริปนี้ไม่ใช่ทริปไปเที่ยว แต่เป็นทริปที่ตอนแรกงงๆว่า นกจะช่วยอะไรได้บ้างนะ ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าการไปดูเด็กไร้สัญชาติและเด็กเร่ร่อนครั้งนี้นกจะได้อะไรกลับมาบ้างนกไม่ได้ฟังบรรยายที่ยูนิเซฟเลยยิ่งทำให้นกเหมือนว่างเปล่าสุดๆ แต่การเดินทางไปครั้งนี้นกก็คิดอยู่ว่า นกคงมีโอกาสได้ประสบการณ์อะไรที่ไม่เคยรู้แน่ๆเลยล่ะ นกขอเขียนเล่าจากการที่ได้เจอมาในแบบของนกละกันนะคะเดินทางไปถึงเชียงใหม่ ทางแสนสิริก็มอบกระเป๋าผ้าใบใหญ่มาให้ (ใบใหญ่มากค่ะ) ซึ่งด้านในมีอุปกรณ์ต่างๆมากมายเลยทีเดียวเช่นสมุดโน้ต - เผื่อใครไม่ได้เอาไปและต้องจดระหว่างการไปสัมภาษณ์หรือฟังข้อมูลต่างๆไฟฉาย- ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงให้ พอตกกลางคืนได้ใช้จริงๆด้วยค่ะ จำเป็นมากรางปลั๊กไฟ - ทุกท่านที่ไปคือ Blogger ในด้านต่างๆ ฉะนั้นก็จำเป็นเช่นกันครีมกันแดด - แสนสิริช่างรู้ใจเสียจริงๆสเปรย์กันยุง - ได้ใช้ๆร่ม - ฝนตกหรือแดดออกก็ใช้ได้ค่ะ (แต่ไม่มีใครใช้เลย) ลุยกันสุดๆผ้าเปียก - เผื่อไว้ค่ะคาราโอเกะ - คงอยากให้ผ่อนคลายจากการเดินทางSony Bloggie - สิ่งนี้เซอร์ไพรส์กันมากค่ะ ทางแสนสิริ ให้ไว้ถ่ายรูปและถ่ายคลิปต่างๆ เพราะอัพใส่เฟซบุ้คได้ง่ายขอบคุณมากค่ะที่ใส่ใจพวกเราขนาดนี้ รู้ใจจริงๆเข้าเรื่องค่ะ หลังจากที่พักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ พวกเราทุกคนก็เดินทางไปยัง อ.ฝาง ก็ใช้เวลาในการเดินทางนานอยู่เหมือนกันค่ะ ตอนเย็นไปถึงเราก็ไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ. เชียงใหม่ เขต 3 ซึ่งอยู่ที่ อ.ฝาง ค่ะการบรรยายนี้เน้นไปในเรื่องของเด็กไร้สัญชาติ (ชาวไทใหญ่) ที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย ซึ่งในช่วงแรกๆที่ได้มีโครงการโรงเรียนในไร่ส้ม เพื่อให้เด็กๆได้มีที่เรียน (อย่าคิดว่าสวยงามนะคะ เรียนในไร่ส้มบรรยากาศดี เหมือนในละคร) เด็กๆที่ติดตามผู้ปกครองมาอยู่เมืองไทยไม่ได้เรียนเพราะไม่มีสัญชาติ และผู้ปกครองเองไม่เห็นความสำคัญ คิดว่าเรียนจบก็ทำงานในไร่หรือไปทำงานตามบ้านอยู่ดี และไม่มีเงินพอจะส่งลูกไปเรียน จริงๆแล้วเด็กๆทุกคนมีสิทธ์ที่จะเรียนตามกฎหมายไทย แต่ทำไมเด็กๆเหล่านี้ถึงไม่ได้เรียน มีสาเหตุค่ะ ผู้ปกครองก็กลัวที่จะโดนจับ และไม่มีสถานที่ๆรับเด็กๆเข้าเรียน ดังนั้นทางยูนิเซฟจึงได้ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่ และกลุ่มเพื่อเด็กจึงได้ทำโครงการ โรงเรียนในไร่ส้มขึ้นมา ซึ่งโรงเรียนนี้จะมีทั้งกลางวัน (2 แห่ง) และกลางคืน (5 แห่ง) โรงเรียนกลางคืนสำหรับเด็กๆและผู้ปกครองที่ต้องทำงานในช่วงกลางวัน และจะว่างช่วงกลางคืน โรงเรียนในไร่ส้มนี้ ไม่ได้เน้นวิชาการอย่างโรงเรียนอื่นๆ จะเน้นทักษะการพูด ฟัง อ่านภาษาไทย และวิชาคณิตศาสตร์ โดยเน้นทั้งทฤษฎีและปฎิบัติ โดยนกจะสรุปง่ายๆนะคะว่า เด็กๆที่นี่เค้าเรียนและนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง เด็กที่เรียนก่อนและพอรู้เรื่องบ้างแล้วก็จะมาช่วยคุณครูสอนน้องๆด้วย คลิปนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการเรียนการสอน ซึ่งเน้นการสอนที่เรียกได้ว่าเป็นแนวบูรณาการ เด็กๆจะมีส่วนร่วมในการสอนของครูด้วยค่ะ และเด็กๆก็ตั้งใจเรียนกันมาก ทำผิดไม่เป็นไรแต่ก็จะมีการสอนกันแบบสนุกสนานเห็นเด็กๆแต่งหน้าแต่งตาแบบนี้.... งง มากค่ะ สงสัยจริงๆ ตอนแรกคิดว่า สงสัยคงเป็นเรื่องธรรมดาของน้องๆ ก็ถามพี่ๆจากแสนสิริ ก็ไม่มีใครรู้ นกเลยไปถามน้องๆเองซะเลยด้วยความสงสัย น้องๆบอกว่า วันนี้จะมีฟ้อน (รำ) ให้พี่ๆดู เลยแต่งหน้ากันมา แต่...ครูเอลืมเอาซีดีมา น้องๆก็ใสๆน่ารักๆค่ะ ตอบแบบใสๆ เสียดายจริงๆที่ไม่ได้ดูการแสดงของเด็กๆจากภาพแรกที่นกให้ดูมีไฟฉายอยู่ด้วย นั่นแหละค่ะเอาไว้ส่องทางเพื่อมาโรงเรียน ซึ่งเด็กๆเค้าก็มาอย่างนี้ ฝนตกขนาดไหนก็มา แต่พวกนกน่ะเข้าด้วยรถโฟร์วีลเลยนะ ก็ยังรู้สึกว่า...เออ ทางมันขนาดนี้ น้องเค้ามาเรียนยังไงเนี่ย ก็ส่วนมากมากับผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองก็มาเรียนด้วยสำหรับด้านนอกอาคาร (จะเรียกอาคารได้มั้ยคะเนี่ย) จะมีแบ่งเป็นเด็กๆ กับผู้ใหญ่ที่เพิ่งมาเรียน ครูคนเดียวสอนสองห้องเลยค่ะ นี่คือด้านนอกจริงๆ เอาพลาสติกมาปู อุปกรณ์ก็อย่างที่เห็น ตอนนกไป ครูแจกนม แล้วบอกว่า "นมไม่พอให้น้องๆก่อน" .... นมโรงเรียนนี่ล่ะค่ะ ที่ไม่พอเนี่ย เพราะเด็กบางคนยังไม่ได้เข้าอยู่ในระบบของการศึกษาค่ะ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากทีเดียวส่วนด้านในเป็น กศน. จะเห็นว่ามีพระด้วยค่ะ บ้านนี้เป็นของเจ้าของไร่ส้มท่านหนึ่งที่แบ่งพื้นที่มาให้กับบุคคลไร้สัญชาติได้เรียน แต่กว่าจะได้พื้นที่มาให้ทุกคนได้เรียนอย่างนี้ไม่ใช่ง่ายๆนะคะ เพราะคนไทยยังกลัวการที่จะให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาในพื้นที่ กว่าจะได้มาก็ยากเหมือนกันการที่เค้าได้เรียนหนังสือ เค้าเอาไปใช้ได้จริงๆตั้งแต่การอ่านฉลากยา การพาคุณพ่อคุณแม่ไปโรงพยาบาล ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมในสังคม และอยู่ร่วมกับคนไทยได้ มีน้องๆคนหนึ่งบอกว่า ตอนนี้เค้าไปซื้อมาม่าได้ราคาปกติแล้ว...งง มั้ยคะ แม่ค้าก็ช่างใจร้าย ขายเกินราคาเพราะตอนนั้นเค้าพูดไทยไม่ได้ อ่านก็ไม่ออก คนเหมือนกันก็ควรจะเห็นใจกันถ้าจะถามว่าถ้าเด็กๆเหล่านี้ จบ ป.6 แล้วจะทำอย่างไรต่อ น้องๆเค้าสามารถเรียนต่อชั้นมัธยมได้ที่โรงเรียนขยายโอกาสโดยไม่ต้องสอบค่ะ แต่ก็จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เพราะไม่มีบัตรน้องๆเหล่านี้มีความสุขกับการเรียนมาก ในขณะที่พวกเราเห็นใจและน้ำตาซึมไปกับการตอบคำถามของน้องๆ แต่น้องๆกลับรู้สึกว่า การที่เค้าได้เรียนหนังสือ เป็นอะไรที่มีความสุขถึงขั้นที่บอกนกว่า วันไหนมาเรียนจะซึมๆ การมาเรียนนอกจากได้เจอเพื่อนๆแล้ว ยังได้รับการศึกษาที่นำไปใช้ได้จริงๆ น้องๆพูดไทยได้ชัดเจนมาก และมีความอดทนต่อสภาพยุง!!! ยุงเยอะมากเพราะว่ามืด พวกนกน่ะสเปรย์กันยุงกันทุกคน แต่ไม่วายที่จะปัดมั่ง พัดมั่ง แต่น้องๆเค้าไม่รู้สึกอะไร อาจจะเพราะชินและสนใจการเรียนการสอนมากกว่าจะมาสนใจกับสิ่งอื่นๆนกเองแม้จะเหนื่อยจากการเดินทาง ตอนแรกรู้สึกว่ายุงเยอะ แต่พอเห็นน้องๆนั่งเรียนกันแล้ว ทำให้รู้ว่า เราน่ะไม่มีความอดทนเอาซะเลย เด็กๆนั่งเรียนกับพื้น เดินเท้ามาเรียน แต่เรานั่งรถมา เราไม่ได้ลำบากอะไรเลยด้วยซ้ำ ข้าวมีกิน ขนมมีกิน จะกินอะไรซื้อได้หมด แต่ที่นี่เงินเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง แต่ปัจจัยที่น้องๆต้องการมากกว่าเงินก็คือ การศึกษาเพื่อนๆอยากสอบถามอะไรนกก็เข้าไปคุยกับนกได้ที่เฟซบุ้คนะคะ นี่เป็นเพียงตอนแรกของทริปนี้เท่านั้นค่ะ