|
|
|
ร่มแผ่นดิน |
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ .....
|
เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๑ ..... ได้โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา กลับประเทศไทย ประทับ ณ วังสระปทุม ต่อมาในวันที่ ๑๔ กันยายนพุทธศักราช ๒๔๗๒ สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงเจริญพระชนมายุได้ไม่ถึงสองพรรษา และเมื่อมีพระชนมายุได้ ๕ พรรษา ได้ทรงเข้ารับการศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนมาแตร์ เดอี กรุงเทพมหานครฯ ๒๔๗๒ ..... สองชันษา ทำบุญ ช่วยกันปล่อยนก เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๓ ..... ชุดลูกเสือปัตตานี |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๔ ..... ชั้นเด็กเล็ก ในโรงเรียนอนุบาลของมิสซิสเดวิส |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๕ ..... ทรงชุดละครไทย ซึ่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าประทานให้ |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๖ ..... สำราญพระอิริยาบถ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๗ ..... รัฐบาลกราบบังคมทูลเชิญ พระวงวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระเชษฐา เสด็จขึ้นสืบราชสมบัติครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๘ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๘ ..... พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช พระอนุชา จึงทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช |
![]() พุทธศักราช ๒๔๗๙ ..... สองพี่น้อง |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๐ ..... "รถลากไม้" ทรงประดิษฐ์ด้วยพระองค์เอง |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๑ ..... โดยเสด็จพระราชดำเนินตาม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นิวัติประเทศไทย เป็นครั้งแรก แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๒ ..... ประทับอยู่ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๓ ..... กิจกรรมหนึ่งที่ทรงโปรด |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๔ ..... ยามภาวะสงครามน้ำมันขาดแคลน ทรงจักรยานไปโรงเรียน |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๕ ..... สามพระองค์ กับ ลูกแมว สัตว์เลี้ยงที่ทรงโปรด |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๖ ..... ยามว่าง ทรงศึกษา ศิลปะ งานช่าง จากครูชาวฝรั่งเศส |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๗ ..... สองพี่น้องที่ไม่เคยอยู่ห่างกันเลย |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๘ ..... ทรงเป็นปราชญ์ แห่งคีตศิลป์ และในปีนี้ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นิวัติประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง |
![]() พุทธศักราช ๒๔๘๙ ..... ทรงเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ในวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตโดย กระทันหัน ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง รัฐสภาได้มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้อัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ ในวันเดียวกัน แต่เนื่องจากยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา จึงต้องเสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งหนึ่ง ในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ เพื่อทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัย แห่งเดิม ในครั้งนี้ทรงเลือกศึกษาวิชากฎหมาย และ วิชารัฐศาสตร์ แทนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ทรงศึกษาอยู่เดิม |
![]() พุทธศักราช ๒๔๙๐ ..... สมเด็จพระชนนี ทรงปลูกฝังให้พระราชโอรสตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา |
|
| ข่าวจากโรงพยาบาลมอร์เซส แจ้งว่า ..... พระมหากษัตริย์ไทย ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสแถบพระพักตร์และพระเศียร แต่ไม่มีพระอัฐิส่วนใดแตกหรือเดาะเลย พระโลหิตตกมาก พระเนตรข้างขวาเศษกระจกเข้า แต่พระสติดีสามารถแจ้งนามพระองค์ได้ ทั้งนี้ รถยนต์พระที่นั่งชนกับรถยนต์บรรทุกคันหนึ่ง ข้างทะเลสาบเจนีวา เมืองมอนเน ตามรายงาน ..... ของหลวงดิฐการภักดี อุปฑูตไทย ประจำสวิตเซอร์แลนด์ ในขณะนั้น กล่าวว่า ในคืนที่ทรงประสบอุบัติเหตุนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงขับรถพระที่นั่งไปถึงสี่แยกที่มีป้อมจราจรแห่งหนึ่ง และ พอดีกับตำรวจจราจรให้สัญญาณหยุด เพื่อให้ทางแก่จักรยานอีก ๒ คัน รถบรรทุกคันหน้าจึงหยุดกึกลงทันที ที่ได้รับสัญญาณจากตำรวจจราจร ขณะนั้นประจวบกับมีรถยนต์อีกคันหนึ่งขับสวนขึ้นมา และ เปิดไฟหน้าสว่างจ้า จึงทำให้พระเนตรพร่า มองไม่เห็นรถบรรทุกคันนั้น รถพระที่นั่งจึงชนเอาท้ายรถบรรทุกโครมใหญ่ สำหรับประเทศไทยนั้น ..... หนังสือพิมพ์รายวันได้ตีพิมพ์ข่าวร้ายนี้ทั่วถึงทุกฉบับ ชาวไทยทุกคนยามนั้น ต่างโศกเศร้า และ ทุกข์ร้อนกันทั่วหน้า และ ในวันที่ ๗ ตุลาคม เวลา ๑๖.๐๐ น. เศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระราชดำรัสโทรศัพท์ทางไกลตอบประธานคณะอภิรัฐมนตรี กรมขุนชัยนาทนเรนทร จากโรงพยาบาลที่ประทับว่า ..... ฉันปลอดภัยแล้ว ขอฝากความขอบใจมายังคณะผู้สำเร็จราชการ คณะอภิรัฐมนตรี คณะรัฐบาล และ ประชาชนของฉัน ที่มีความห่วงใยในอาการป่วยของฉัน เสด็จออกจากโรงพยาบาล ..... เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ แพทย์ผู้ถวายการรักษา แถลงว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ จึงจะรู้ผลเกี่ยวกับพระเนตร แพทย์ขอให้ทรงหยุดการศึกษาชั่วคราว จะทรงพระอักษรไม่ได้ ขอให้ทรงดำรัสแต่น้อย ไม่ควรเสด็จไปไหนในระยะนี้ เพื้อป้องกันพระเนตรที่ประชวรได้รับความกระทบกระเทือน |
|
|
|
|
![]() พุทธศักราช ๒๔๙๖ ..... ในหลวง และ พระราชินี พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
พุทธศักราช ๒๕๑๖ ..... กระแสพระราชดำรัสที่ทำให้คนไทยเลิกทำร้ายกันเอง ในช่วงของเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองยุคใหม่ของไทยที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นการลุกฮือ ของประชาชนนับแสนๆคน เพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหาร เป็นการเปิดประวัติศาสตร์บทบาทใหม่ทางการเมืองไทย ในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วรัฐบาลนายสัญญาได้ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่นักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่เดินขบวนในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในปลายปี ๒๕๑๗ |
|
|
|
|
|
|
| ตลอดเวลาที่ปวงชนชาวไทย ..... ได้เฝ้ามองดูการเจริญพระชันษา แห่ง 'พระองค์ภา' ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนทรงเจริญวัยสู่แรกรุ่น ที่มีพระพักตร์สดใส ฉวีผุดผ่อง และพระวรกายบอบบางงดงาม ทุกอิริยาบถเป็นที่ประทับตา ประทับใจ แก่พสกนิกรยิ่งนัก และจวบจนวันนี้ เราได้เห็นเจ้านายองค์น้อย ทรงเติบโต สู่วัยผู้ใหญ่ อย่างเต็มตัว เมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษา จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งการเรียนให้ได้ สองปริญญา ในคราวเดียวกัน นับว่าเป็นการเรียนที่หนักมาก แล้วยังต้อง ทรงภารกิจอื่นๆ ด้วยนั้น แต่ 'พระองค์ภา' ทรงปฏิบัติหน้าที่ ในความรับผิดชอบ ได้อย่างดีเยี่ยมทุกด้าน ที่คนในวัยเดียวกับพระองค์ ควรจะเอาเป็นแบบอย่าง เช่น ในการเรียน ทรงเรียนจบปริญญาตรี ในเวลาสามปีครึ่ง ทั้งสองมหาวิทยาลัย หากย้อนไป เมื่อทรงเป็นนักศึกษา ในส่วนการวางพระองค์ ในสังคมมหาวิทยาลัย ที่ธรรมศาสตร์ เมื่อต้องอยู่ร่วมกับพระสหาย ทรงวางพระองค์อย่างธรรมดามาก ทรงมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่พากันไปรับประทานกลางวัน ในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ทรงร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น การรับน้อง งานบอลของมหาวิทยาลัย งานไหว้ครู กิจกรรมทางชมรมต่างๆ ทรงถือว่ามีหมายเกณฑ์อะไร ก็จะไปทำให้ ด้วยทรงถือว่า เป็นความบันเทิงส่วนตัว และได้เจอเพื่อนๆ ด้วย เป็นที่น่าปลื้มปีติยิ่งขึ้น เมื่อทราบข่าวว่า ..... พระองค์ทรงวางแผน เรียนปริญญาโท ต่ออีก ๒ สาขา ทางด้านกฎหมาย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงสนใจประเทศนี้ เพราะว่า กฎหมายอเมริกา ระบบกฎหมายคงแตกต่างไป จากเมืองไทยบ้าง และความหลากหลายทางด้านวิชาการ คือสิ่งที่น่าสนใจในการเรียนรู้ ได้กว้างขึ้น เมื่อทรงศึกษาสำเร็จแล้ว จะทรงกลับมาเรียนต่อเนติบัณฑิต ที่ประเทศไทยต่อไป ซึ่งก่อนที่จะทรงไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อทรงเป็นบัณฑิต จึงได้เริ่มทำงานทันที อย่างเช่น พระสหายของพระองค์ และบัณฑิตทั่วๆ ไป ก่อนที่จะทรงวางแผน เพื่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท พระองค์ทรงเริ่มงาน รับราชการ ที่กรมพระธรรมนูญ สังกัดกระทรวงกลาโหม ในตำแหน่งร้อยตรีหญิง ทรงมีเงินเดือนประจำ ๖,๓๖๐ บาท ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับราชการ ที่กรมพระธรรมนูญ ต้องทรงฝึกหลักสูตร เพื่อจะเป็นทหาร และในทางวิชาการต้องรู้เรื่อง ระบบการทำงาน อย่างเช่นบุคคลทั่วไป ซึ่งพระองค์ทรงรับภารกิจ ทรงต้องรับผิดชอบงาน ที่กรมพระธรรมนูญ ในหน้าที่อัยการทหาร มีหน้าที่ตรวจสำนวน เขียนคดีสั่งฟ้องต่างๆ เกี่ยวกับคดีที่ทหาร เป็นผู้ก่อความผิดขึ้น เช่น การหนีทหาร ติดยาเสพติด ทะเลาะวิวาท ซึ่งเป็นคดี ในอำนาจศาลทหาร รายละเอียดงานของพระองค์ คือการเขียนทำสำนวนฟ้อง พระองค์ทรงมีหลัก ในการทำงาน คือ ต้องรับฟังหลักฐาน ที่เชื่อถือได้มากที่สุด ถ้าเกิดอะไรที่ผิดพลาดขึ้นมา นั่นคือชีวิตคนทั้งชีวิต จึงเป็นงานที่ค่อนข้างยาก แต่ก็ทรงสนุกกับงานมาก เพราะพระองค์ทรงตั้งเป้าหมายไว้ว่า เรียนกฎหมาย ก็อยากใช้งานสายที่เรียนมา และอนาคตอยากทำงาน ด้านการเป็นผู้พิพากษา ทรงเป็นนักกฎหมายรุ่นใหม่ของปวงชนชาวไทย ..... ด้วยหน้าที่การงานในจุดนี้ จึงถือว่าทรงเป็น 'นักกฎหมาย' พระองค์หนึ่ง |
|
![]() พุทธศักราช ๒๕๒๔ ..... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมทหาร เพื่อเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับ รั้วของชาติ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|