มุมชวนคุย
งงค่ะ...ช่วยหาคำตอบให้หน่อยนะคะ มีแบบนี้ด้วยหรือค่ะ
vanda
29/04/2007 01:31
1,626 เข้าชม
คือ เค้าคนนั้น (ผู้ชาย) เป็นเพื่อนเรา วันนึงเค้าขอยืมตังค์เรา ไม่กี่บาท ตอนแรกเราก็พูดทีเล่นทีจริงว่าจะยืมจริงหรือ เค้าก็บอกว่าจริง ยืมก็คือยืม ขอก็คือขอ เราก็กลับมานั่งคิดดูแล้วก็โอนไปให้เค้า พอวันรุ่งขึ้น ฉันบอกว่าฉันโอนไปให้เธอแล้วนะแต่เค้ากลับมาพูดกับฉันว่า .... เธอจะให้ฉันทุกอย่างเเลยหรือ ที่เค้าขอ ถ้าเค้าขออะไร เธอมิต้องให้เค้าหมดหรือ ... ฉันก็นิ่งฉุน และพูดไปว่า ถ้าเธอเดือดร้อนฉันก็จะช่วยเหลือ ... ฉันไม่ได้คิดถึงประเด็นนั้นเลย .... เค้าก็เงียบไป ... เวลาผ่านไปเดือนกว่า เค้าก็บอกว่า เนี่ย กลับจากกรุงเทพ ฯ คราวนี้ เค้าจะเอาตังค์มาคืนฉัน พร้อมกันจ่ายค่าดอกเบี้ย โดยการจะพาฉันไปกินข้าวที่บ้าน หรือไม่ก็ไปกินข้าวที่ไหนสักแห่ง ... ด้วยความที่เค้าเป็นคนเจ้าชู้มาก ขั้นเสือผู้หญิงเลยหล่ะ ฉันก็กลัว ๆ นะ เลยตอบไปว่า .... เธอจะพาฉันไปทำอะไรรึเปล่า ... เค้าแย้งทันทีว่า ลูกเค้ามีพ่อมีแม่.... ฉันก็ไม่ว่าอะไร ..... <br>
<br>
... จนเค้าลงมาจากกรุงเทพ ฯ จริง .... ฉันกลับมานั่งคิดถึงคำพูดเค้า ว่าถ้าพาไปกินข้าวที่บ้าน มันยังไม่ใช่นะ ... มันยังไม่ถึงเวลานั้น.... เร็วเกินไป ..... เพราะฉันยัง 22 อยู่เลย ..... ฉันเลยตัดสินใจโทรไปหาเค้า เพื่อจะยกเลิกการกินข้าวนั้นซะ แต่ก็ไม่รู้วาจะเริ่มต้นยังไง ก็เกริ่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ว่าจะกลับขึ้นวันไหน เค้าว่ายังไม่ขึ้น เพราะไม่ได้พาเด็กบางไปกินข้าวเลย พูดยังกะว่าฉันเป็นเด็กยังไงยังงั้นแหละ .... ฉันนิ่ง ไม่กล้าปฏิเสธ เห็นเค้าตั้งใจมุ่งมั่นจะพาไป.... แต่ในใจคิดว่ามันก็เร็วเกินไป .....เค้าก็เลยถามฉันว่ามีอะไรรึเปล่า ... สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจตอบ ....เค้านิ่ง และว่า เค้าพาฉันไปคิดข้าวในฐานะเพื่อน เฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น เค้าคิดกับฉันแค่เพื่อนเท่านั้น.... ฉันก็ถามย้ำเค้าว่าจริงหรือ เธอคิดกับฉันเป็นเพื่อนจริงหรือ .... แล้วทำไมต้องคิดที่จะพาไปกินข้าวที่บ้าน .... เค้ากลับมีอารมณ์ขึ้นมา พูดประชดประมาณว่า ถ้าเธอไม่สบายใจเดี๋ยวเค้าพาน้องเค้า (ผู้หญิง) ไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าเธอยังไม่สบายใจอีก เธอจะยกเลิกไปเลยก็ได้ แล้วเค้าจะเอาเงินไปคืนให้.... ฉันก็บอกเค้าว่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ถ้าไปกินแบบเพื่อน ฉันก็ไปกินได้ เพราะเพื่อนผู้ชายคนอื่น ฉันก็ยังไปกิน ฉันว่าถ้าคิดจะกินกันแบบเพื่อน ฉันก็จะไป แต่ถ้าคิดเกินว่านั้น มันเร็วเกินไป ... เค้าว่าฉันคิดมาก เค้ายังไม่ได้คิดเลย .... เค้าคิดกับฉันแค่เพื่อนตลอด .....สุดท้ายเค้าขอวางหูไปก่อน <br>
<br>
..... ถัดจากวันนั้น ฉันก็โทร.ไปหาเค้าใหม่ เค้าบอกว่าเดี๋ยวเค้าจะเอาตังค์มาให้ ส่วนกินข้าวคงไม่ได้ไปกินแล้ว เพราะเธอคิดแบบนี้ เค้าบอกว่า เค้าจะไม่ไปกินข้าวกับฉัน เพราะแคร์สายตาคนอื่น เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะเข้าใจผิด คิดว่าฉันเป็นแฟนเค้า และเค้าเป็นแฟนฉัน ฉันก็ถามว่า เธอแคร์สายตาคนอื่นด้วยหรือ เค้าว่าเค้าแคร์ เพราะ ฉันไม่ใช่แฟนเค้า เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี เข้าใจผิดกันไปหมด.... ฉันก็บอกว่า ฉันไม่ได้หยิ่งหรอกนะ เค้าก็ว่าฉันว่า... เห็นวันนั้นไม่เห็นพูดแบบนี้เลย ... <br>
<br>
.... เพื่อน ๆ ค่ะ เค้าเคยบอกว่าชอบดิฉัน รักดิฉัน มาหลายครั้งอยู่ ... แบบประมาณว่าเปิดเพลงเพื่อนสนิทแล้วบอกว่าฉันชอบเธอนะ แต่เธออย่าไปจริงจังอะไรกับมันมากเลย ดิฉันก็ว่า ดิฉันไม่จริงจังอะไร เธอก็เจ้าชู้เรื่อยเปื่อยไปอยู่แล้ว... <br>
<br>
..... ตอนเด็ก ๆ ม.2 ดิฉันเคยกินข้าวกับคนที่บ้านเค้ามาแล้ว ก็คิดว่ามันยังเด็ก คงไม่มีอะไรมากหรอก คือวันนั้นดิฉันเดินผ่านบ้านเค้า เพื่อจะกลับบ้าน ครอบครัวเค้านั่งกินข้าวอยู่ครบหน้า เค้าก็อยู่ด้วย แม่เค้าก็บอกว่ามากินข้าวกันก่อนลูก ดิฉันก็ตอบเบี่ยง เพราะจะรีบกลับบ้าน เค้าว่ามาก่อนแป๊บนึง ดิฉันก็กินด้วย เพราะผู้ใหญ่พูด .... พอนั่งกินปั๊บ น้องเค้าที่เป็นผู้หญิงตะโกนลั่นร้านอาหารเลยค่ะ ว่าดิฉันเนี่ย พี่สะใภ้ เค้า .... ถึงดิฉันจะอยู่ ม.2 ในตอนนั้น แต่มันก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง ได้ยินอย่างนั้น มันก็อึ้งไปสิคะ แต่ก็คิดว่าน้องเค้าเด็กอนุบาล อย่าไปคิดอะไรมาก... เค้าก็ห้ามน้องเค้าเรียบร้อยนะคะ ว่าอย่ามัดมือชก .... โล่งค่ะคราวนี้ ... <br>
<br>
.... เรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัวเค้า เค้าก็เล่าให้ฟัง ทำอะไร อยู่ที่ไหนเค้าก็บอก ดิฉันก็บอก.... มันยังใช่เพื่อนอีกหรือค่ะคราวนี้ <br>
<br>
..... และเค้าเคยขอคบดิฉัน แบบประมาณว่า ถ้าไม่ลองคบกันดูก่อนแล้วจะรู้หรือว่านิสัยยังไง ดิฉันก็ว่า เธอนะ อยู่กรุงเทพ ฯ ฉันอยู่ต่างจังหวัด มีเวลาที่ไหนจะมาคบกัน และอีกอย่างดิฉันไม่มีเวลาให้เค้าหรอก เพราะที่นี่งานก็ยุ่ง เป็นไปไม่ได้เลย คนกรุงเทพ ฯ อาจจะสวยกว่าคนต่างจังหวัดก็ได้ สวย ๆ เยอะไป ....... <br>
<br>
.... งงค่ะ คราวนี้ ดิฉันงงค่ะ .... หมอนี่มันมาไม้ไหนของมัน.... วันนั้น ยังบอกว่าชอบฉันอยู่เลย กะอีแค่วันนี้ฉันปฏิเสธที่จะไปกินข้าวกับเค้า เพราะเร็วเกินไป และดิฉันก็คิดว่าดิฉันได้ยินเต็ม 2 หู ชัดเจนด้วย ว่าเค้าเป็นคนพูดว่าจะพาไปกินข้าวบ้านอยู่เลย ความหมายของการไปกินข้าวที่บ้านมันก็น่าจะรู้เป็นนัยอยู่แล้วว่าหมายความว่ายังไง... แค่ปฏิเสธแค่นี้ ทำไมต้องกลับหลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วย ... <br>
<br>
<br>
ตกลงเค้ายังไงกันแน่ค่ะ ดิฉันงง ช่วยด้วยเถอะค่ะ ดิฉันจะทำยังไงต่อไปดี เพราะเค้าก็เคยดีกับดิฉันมาไม่ใช่น้อย .... มิตรภาพ ความรู้สึกดีดี ที่มีต่อกัน ยังอยากให้อยู่ต่อ .... เพราะอย่างน้อยถึงไม่ได้เป็นแฟน เป็นเพื่อนก็ยังดี .... ไม่อยากให้ตัดไปเลยค่ะ ... บอกตามตรง ดิฉันก็ชอบเค้านั่นแหละ แต่มันต้องดูเวลาด้วย... และมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ที่ปฏิเสธ เพราะ ดิฉันคิดว่าอย่างน้อยที่ปฏิเสธไป เพราะเราอยู่ห่างกัน เค้าและดิฉันอาจจะมีเวลาพบใครอีกเยอะ เพื่อให้เค้าคิดดูให้ดีก่อน เผื่อเค้าอาจจะเจอคนที่ดีกว่าดิฉัน ใช่กว่า จะได้ไม่ปิดโอกาสของกันและกัน ...และถ้ายังไง ถ้าใช่จริง ๆ วันนึงมันก็ใช่ เพื่อน ๆ ว่าดิฉันทำถูกมั๊ยคะ .... งงกับชีวิตค่ะคราวนี้ <br>
<br>
ขอโทษด้วยนะคะที่ยาวเกินไป .... ขอบคุณด้วยค่ะที่ช่วยทนอ่าน <img src="pic/b11.gif">
<br>
... จนเค้าลงมาจากกรุงเทพ ฯ จริง .... ฉันกลับมานั่งคิดถึงคำพูดเค้า ว่าถ้าพาไปกินข้าวที่บ้าน มันยังไม่ใช่นะ ... มันยังไม่ถึงเวลานั้น.... เร็วเกินไป ..... เพราะฉันยัง 22 อยู่เลย ..... ฉันเลยตัดสินใจโทรไปหาเค้า เพื่อจะยกเลิกการกินข้าวนั้นซะ แต่ก็ไม่รู้วาจะเริ่มต้นยังไง ก็เกริ่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ว่าจะกลับขึ้นวันไหน เค้าว่ายังไม่ขึ้น เพราะไม่ได้พาเด็กบางไปกินข้าวเลย พูดยังกะว่าฉันเป็นเด็กยังไงยังงั้นแหละ .... ฉันนิ่ง ไม่กล้าปฏิเสธ เห็นเค้าตั้งใจมุ่งมั่นจะพาไป.... แต่ในใจคิดว่ามันก็เร็วเกินไป .....เค้าก็เลยถามฉันว่ามีอะไรรึเปล่า ... สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจตอบ ....เค้านิ่ง และว่า เค้าพาฉันไปคิดข้าวในฐานะเพื่อน เฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น เค้าคิดกับฉันแค่เพื่อนเท่านั้น.... ฉันก็ถามย้ำเค้าว่าจริงหรือ เธอคิดกับฉันเป็นเพื่อนจริงหรือ .... แล้วทำไมต้องคิดที่จะพาไปกินข้าวที่บ้าน .... เค้ากลับมีอารมณ์ขึ้นมา พูดประชดประมาณว่า ถ้าเธอไม่สบายใจเดี๋ยวเค้าพาน้องเค้า (ผู้หญิง) ไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าเธอยังไม่สบายใจอีก เธอจะยกเลิกไปเลยก็ได้ แล้วเค้าจะเอาเงินไปคืนให้.... ฉันก็บอกเค้าว่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ถ้าไปกินแบบเพื่อน ฉันก็ไปกินได้ เพราะเพื่อนผู้ชายคนอื่น ฉันก็ยังไปกิน ฉันว่าถ้าคิดจะกินกันแบบเพื่อน ฉันก็จะไป แต่ถ้าคิดเกินว่านั้น มันเร็วเกินไป ... เค้าว่าฉันคิดมาก เค้ายังไม่ได้คิดเลย .... เค้าคิดกับฉันแค่เพื่อนตลอด .....สุดท้ายเค้าขอวางหูไปก่อน <br>
<br>
..... ถัดจากวันนั้น ฉันก็โทร.ไปหาเค้าใหม่ เค้าบอกว่าเดี๋ยวเค้าจะเอาตังค์มาให้ ส่วนกินข้าวคงไม่ได้ไปกินแล้ว เพราะเธอคิดแบบนี้ เค้าบอกว่า เค้าจะไม่ไปกินข้าวกับฉัน เพราะแคร์สายตาคนอื่น เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะเข้าใจผิด คิดว่าฉันเป็นแฟนเค้า และเค้าเป็นแฟนฉัน ฉันก็ถามว่า เธอแคร์สายตาคนอื่นด้วยหรือ เค้าว่าเค้าแคร์ เพราะ ฉันไม่ใช่แฟนเค้า เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี เข้าใจผิดกันไปหมด.... ฉันก็บอกว่า ฉันไม่ได้หยิ่งหรอกนะ เค้าก็ว่าฉันว่า... เห็นวันนั้นไม่เห็นพูดแบบนี้เลย ... <br>
<br>
.... เพื่อน ๆ ค่ะ เค้าเคยบอกว่าชอบดิฉัน รักดิฉัน มาหลายครั้งอยู่ ... แบบประมาณว่าเปิดเพลงเพื่อนสนิทแล้วบอกว่าฉันชอบเธอนะ แต่เธออย่าไปจริงจังอะไรกับมันมากเลย ดิฉันก็ว่า ดิฉันไม่จริงจังอะไร เธอก็เจ้าชู้เรื่อยเปื่อยไปอยู่แล้ว... <br>
<br>
..... ตอนเด็ก ๆ ม.2 ดิฉันเคยกินข้าวกับคนที่บ้านเค้ามาแล้ว ก็คิดว่ามันยังเด็ก คงไม่มีอะไรมากหรอก คือวันนั้นดิฉันเดินผ่านบ้านเค้า เพื่อจะกลับบ้าน ครอบครัวเค้านั่งกินข้าวอยู่ครบหน้า เค้าก็อยู่ด้วย แม่เค้าก็บอกว่ามากินข้าวกันก่อนลูก ดิฉันก็ตอบเบี่ยง เพราะจะรีบกลับบ้าน เค้าว่ามาก่อนแป๊บนึง ดิฉันก็กินด้วย เพราะผู้ใหญ่พูด .... พอนั่งกินปั๊บ น้องเค้าที่เป็นผู้หญิงตะโกนลั่นร้านอาหารเลยค่ะ ว่าดิฉันเนี่ย พี่สะใภ้ เค้า .... ถึงดิฉันจะอยู่ ม.2 ในตอนนั้น แต่มันก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง ได้ยินอย่างนั้น มันก็อึ้งไปสิคะ แต่ก็คิดว่าน้องเค้าเด็กอนุบาล อย่าไปคิดอะไรมาก... เค้าก็ห้ามน้องเค้าเรียบร้อยนะคะ ว่าอย่ามัดมือชก .... โล่งค่ะคราวนี้ ... <br>
<br>
.... เรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัวเค้า เค้าก็เล่าให้ฟัง ทำอะไร อยู่ที่ไหนเค้าก็บอก ดิฉันก็บอก.... มันยังใช่เพื่อนอีกหรือค่ะคราวนี้ <br>
<br>
..... และเค้าเคยขอคบดิฉัน แบบประมาณว่า ถ้าไม่ลองคบกันดูก่อนแล้วจะรู้หรือว่านิสัยยังไง ดิฉันก็ว่า เธอนะ อยู่กรุงเทพ ฯ ฉันอยู่ต่างจังหวัด มีเวลาที่ไหนจะมาคบกัน และอีกอย่างดิฉันไม่มีเวลาให้เค้าหรอก เพราะที่นี่งานก็ยุ่ง เป็นไปไม่ได้เลย คนกรุงเทพ ฯ อาจจะสวยกว่าคนต่างจังหวัดก็ได้ สวย ๆ เยอะไป ....... <br>
<br>
.... งงค่ะ คราวนี้ ดิฉันงงค่ะ .... หมอนี่มันมาไม้ไหนของมัน.... วันนั้น ยังบอกว่าชอบฉันอยู่เลย กะอีแค่วันนี้ฉันปฏิเสธที่จะไปกินข้าวกับเค้า เพราะเร็วเกินไป และดิฉันก็คิดว่าดิฉันได้ยินเต็ม 2 หู ชัดเจนด้วย ว่าเค้าเป็นคนพูดว่าจะพาไปกินข้าวบ้านอยู่เลย ความหมายของการไปกินข้าวที่บ้านมันก็น่าจะรู้เป็นนัยอยู่แล้วว่าหมายความว่ายังไง... แค่ปฏิเสธแค่นี้ ทำไมต้องกลับหลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วย ... <br>
<br>
<br>
ตกลงเค้ายังไงกันแน่ค่ะ ดิฉันงง ช่วยด้วยเถอะค่ะ ดิฉันจะทำยังไงต่อไปดี เพราะเค้าก็เคยดีกับดิฉันมาไม่ใช่น้อย .... มิตรภาพ ความรู้สึกดีดี ที่มีต่อกัน ยังอยากให้อยู่ต่อ .... เพราะอย่างน้อยถึงไม่ได้เป็นแฟน เป็นเพื่อนก็ยังดี .... ไม่อยากให้ตัดไปเลยค่ะ ... บอกตามตรง ดิฉันก็ชอบเค้านั่นแหละ แต่มันต้องดูเวลาด้วย... และมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ที่ปฏิเสธ เพราะ ดิฉันคิดว่าอย่างน้อยที่ปฏิเสธไป เพราะเราอยู่ห่างกัน เค้าและดิฉันอาจจะมีเวลาพบใครอีกเยอะ เพื่อให้เค้าคิดดูให้ดีก่อน เผื่อเค้าอาจจะเจอคนที่ดีกว่าดิฉัน ใช่กว่า จะได้ไม่ปิดโอกาสของกันและกัน ...และถ้ายังไง ถ้าใช่จริง ๆ วันนึงมันก็ใช่ เพื่อน ๆ ว่าดิฉันทำถูกมั๊ยคะ .... งงกับชีวิตค่ะคราวนี้ <br>
<br>
ขอโทษด้วยนะคะที่ยาวเกินไป .... ขอบคุณด้วยค่ะที่ช่วยทนอ่าน <img src="pic/b11.gif">