Sundayที่ 13 September 2026

ลองค้นหา: บิวตี้, เครื่องสำอาง, โบท็อกซ์, คลินิกความงาม, เลเซอร์

ลืมรหัสผ่าน?
หรือ
คุณแม่มือใหม่

การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ค่ะ

Avatar
joom 03/01/2008 11:02
45,334 เข้าชม
อยากถามพี่ๆที่มีประสบการ์ณนะค่ะ พอดีปีหน้าเตรียมตัวจะมีน้องนะค่ะ <br>
ก็เลยอยากถามพี่ๆที่เป็นคุณแม่แล้วหรือมีความรู้เรื่องนี้ ว่าเขาจะตรวจอะไรบ้างหรอค่ะ แล้วเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ ต้องงดน้ำหรืองดอาหารอะไรหรือป่าวค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ <img src="pic/b11.gif"> <img src="pic/b11.gif">
กลับหน้ารวม

ความคิดเห็น 4

Avatar
SweetNokk 10/01/2008 12:18
#1
โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ <br>
<br>
• ตรวจร่างกายทั่งไปโดยสูติ-นรีแพทย์ <br>
• การตรวจหมู่เลือด ABO (Blood group) <br>
• การตรวจหมู่เลือด RH (Rh group) <br>
• การตรวจความสมบูรณ์ของเลือด (C.B.C.) <br>
• ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBs Ag) <br>
• ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ บี (Anti HBs) <br>
• ตรวจกามโรค (VDRL) <br>
• ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสเอดส์ (Anti HIV) <br>
• ตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella IG) <br>
อัตราค่าบริการ <br>
ราคา 1,690 บาท <br>
แนะนำรายการตรวจเพิ่มเติม <br>
• ตรวจภายในและตรวจหามะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ในราคา 600 บาท <br>
• ตรวจหาความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง (Hemoglobin Typing) ในราคา 500 บาท <br>
• ตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูก ThinPrep ในราคา 1300 บาท <br>
• ตรวจหาความเสี่ยงโรคธารัสซีเมีย (Hemoglobin E) ในราคา 250 บาท <br>
<br>
อันนี้ของโรงพยาบาลเปาโลนะคะ <br>
<br>
670/1 Phaholyothin Rd., Samsennai, Phayathai, Bangkok 10400 <br>
Tel: 0-2279-7000-9 Fax: 0-2279-4293
Avatar
SweetNokk 10/01/2008 12:21
#2
การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ <br>
<br>
<br>
<br>
เป็นการดีที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีแพทย์จะแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิกเป็นประจำ และให้หยุดรับประทานยาคุมกำเนิดก่อนการตั้งครรภ์ 3 เดือนแพทย์จะแนะนำวันที่เหมาะสมจะมีเพศสัมพันธ์และมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์สูง หญิงวัยที่พร้อมจะมีบุตรควรดูแลตัวเองให้พร้อมที่จะมีบุตรโดยเฉพาะการดูแลก่อนการตั้งครรภ์ เนื่องจากว่าความพิการของเด็กบางครั้งอาจจะเกิดก่อนการตั้งครรภ์เนื่องจาการติดเชื้อ โรคของมารดา ขาดสารอาหาร และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเพื่อได้ทารกที่สมบูรณ์ควรเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ดังนี้ <br>
<br>
- การได้รับ Folic acid เป็นประจำ <br>
<br>
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีวิต <br>
<br>
การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ <br>
<br>
Folic acid มีประโยชน์อะไร <br>
ก่อนการตั้งครรภ์ หรือตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกหญิงมีครรภ์ควรได้รับ folic acid เนื่องจากวิตามินนี้สามารถป้องการความทางสมองและประสาทไขสันหลังได้ (called neural tube defects {NTDs}] และยังป้องกันปากแหว่ง และเพดานโหว่ได้ แนะนำให้หญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ได้รับอาหารที่มีคุณภาพ และอุดมไปด้วย folic acid เช่น น้ำส้ม ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืช และควรได้รับเสริมวันละ 4 มิลิกรัมก่อนการตั้งครรภ์ 1 เดือนจน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ <br>
<br>
ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ <br>
<br>
- สำหรับผู้ที่เคยแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนดแพทย์จะหาสาเหตุเพื่อให้การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปสมบูรณ์ <br>
<br>
- ตรวจหาโรคติดเชื้อที่สามารถจะถ่ายจากแม่ไปหาลูกเช่น <br>
<br>
Rubella:(German measles) หรือหัดเยอรมัน ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนและไม่เคยเป็นโรคหัดเยอรมันควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อนการตั้งครรภ์ สำหรับผู้ไม่แน่นใจว่าเคยเป็นโรคหัดเยอรมัน หรือเคยฉีดวัคซีนหรือไม่ อาจจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน และให้คุมกำเนิดหลังจากฉีด 3 เดือน <br>
<br>
Hepatitis B ไวรัสตับอักเสบ บี แนะนำให้ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ทุกราย เด็กที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อควรได้รับการรักษาทุกราย สำหรบมารดาที่ยังไม่มีภูมิ หรือไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี แนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนการตั้งครรภ์ <br>
<br>
Chickenpox ไข้สุกใสผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคนี้ ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สุกใส และให้คุมกำเนิดหลังฉีด 3 เดือน <br>
<br>
Toxoplasmosis เกิดจากเชื้อปาราสิตที่ปนในอาหารดิบๆ <br>
<br>
3.โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเช่น <br>
Thalassemia โรคที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายถ่ายทอดทางพันธุกรรมหากพ่อและแม่มีพันธุกรรมแฝงอยู่ลูกที่เกิดมาจะมีโอกาสเป็นโรค <br>
<br>
Sickle-cell disease และTay-Sachs disease เกิดในเชื้อชาติอื่น <br>
<br>
4.โรคของมารดาที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ <br>
โรคเบาหวาน หากไม่สามารถคุมน้ำตาลให้ดีเด็กที่เกิดมามีโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ <br>
<br>
ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน <br>
<br>
โรคลูปัส Systemic lupus erythematosus (SLE)ผู้ป่วยที่มีโรคนี้จะมีโอกาสทีจะแท้ง หรือคลอดก่อนกำเนิดสูง ควรจะปลอดจากอาการของโรคอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ <br>
<br>
โรคลมชัก Seizures ยาบางชนิดอาจมีผลต่อเด็กดังนั้นต้องแจ้งแพทย์เพื่อปรับยาก่อนการตั้งครรภ์ <br>
<br>
ผู้ป่วยที่ใช้ยาเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ถึงชื่อยา และขนาดยาที่ใช้เนื่องจากยาบางชนิดมีผลต่อเด็ก <br>
<br>
+++จะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง <br>
<br>
- หยุดสุราโดยเด็ดขาดเนื่องจากสุราจะทำให้เด็กเกิดมามีความพิการได้ <br>
<br>
- หยุดสูบบุหรี่ และยาเสพติดเนื่องจากเด็กที่เกิดมาจะพิการและมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ <br>
<br>
- หยุดการอาบน้ำร้อน หรือการซาวน่าในช่วงแรกการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความพิการทางสมอง NTDs <br>
<br>
- ให้ดื่มกาแฟน้อยกว่าวันละครึ่งแก้วเนื่องจาก caffeine จะทำให้แท้งได้ <br>
<br>
- งดการสัมผัสแมวหรือรับประทานอาหารดิบเพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อ <br>
<br>
- ห้ามสวนช่องคลอดเอง
Avatar
SweetNokk 10/01/2008 12:24
#3
Preparing for Pregnancy เช็คกายใจให้พร้อมก่อนตั้งครรภ์ <br>
<br>
ในสภาพสังคมเมืองปัจจุบัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดปรากฎการณ์ “แต่งงาน” ช้าลงไปด้วย นั่งนึกเล่นๆ กว่าจะมีสามีดีๆ สักคนอายุคงปาเข้าไปเลขสี่ซะแล้ว <br>
ดังนั้นสาวๆ ที่คิดจะสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ด้วยการมีบุตร จึงต้องเริ่มวางแผนแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจในการมีบุตรที่สมบูรณ์ที่นี้คุณต้องเริ่มต้นสำรวจตัวเองและสามีแล้วล่ะค่ะว่า พร้อมหรือยัง ? ทางหนึ่งที่ทำได้คือการจูงมือเข้าไปขอคำปรึกษาสูตินารีแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียดแต่ถ้าจะลองเริ่มต้นง่ายๆจากตัวคุณเองก่อนเรามีหลักง่ายๆ มาแนะนำค่ะ <br>
<br>
อายุ ที่เหมาะสมของผู้หญิงคือ ช่วงอายุประมาณ 20-30 ปี แต่ถ้าคิดจะมีบุตรเมื่อาอยุล่วงเกิน 30 ปี จะมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น ทั้งเรื่องการมีบุตรยากและมีบุตรที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ถ้าแม่อายุมากกว่า 35 ปี โอกาสมีลูกเปน Down Syndrome ก็จะมากขึ้นด้วย เรื่องอย่างนี้ควรรีบปรึกษาสูตินารีแพทย์เป็นการด่วน <br>
<br>
ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ควรทำก่อนตั้งครรภ์ โดยสูตินารีแพทย์จะตรวจเช็คสุขภาพความพร้อมต่าง ๆ เช่น <br>
<br>
การตรวจหาโรคติดเชื้อที่สามารถจะถ่ายจากแม่ไปสู่ลูกเช่น หัดเยอรมัน ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนและไม่เคยเป็นหัดเยอรมัน ควรฉีดวัคซีนก่อนการตั้งครภ์และให้คุมกกำเนิดหลังฉีด 3 เดือน เพราะถ้าเป็นโรคนี้ช่วงตั้งครรภ์จะส่งผลต่อความพิการจะส่งผลต่อความพิการของทารกได้ ไวรัสตับอีกเสบ บี (Hepatitis B) Chickenpox ไข้สุกใส ผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคนี้ ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคและคุมกำเนิดหลังฉีด 3 เดือนเช่นเดียวกัน Toxoplasmosis โรคที่เกิดจากเชื้อปรสิตที่ปนในอาหารดิบ <br>
<br>
ตรวจทางพันธุกรรม แพทย์จะซักประวัติโรคทางพันธุกรรมทั้งตัวคุณและสามี แล้วพิจารณาว่าลูกของคุณจะมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งโรคทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยคือ โรคธารัสซีเมีย <br>
<br>
โรคของแม่ที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ <br>
- เบาหวาน ถ้าหากก่อนตั้งครรภ์ไม่สามารถคุมน้ำตาลให้ดี ว่าที่คุณแม่มีโอกาสแท้ง และทารกพิการได้สูง <br>
- ความดันโลหิตสูง ควรควบคุมความดันให้ดี เพราะอาจเกิดภาวะตั้งครรภ์เป็นพิษ หรือคลอดก่อนกำหนดได้ <br>
- ลูบัส ( SLE ) ผู้ป่วยโรคนี้มีโอกาสแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้มาก จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน <br>
- ลมชัก ยาบางชนิดอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์เพื่อปรับยาก่อนการตั้งครรภ์ <br>
- ข้อสำคัญ สำหรับผู้ปวยที่ใช้ยาเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบถึงชื่อและขนาดของยาที่ใช้ เพราะยาบางชนิดมีผลต่อทารกในครรภ์ <br>
<br>
หลีกเลี่ยงการติดเชื้อ โดยเฉพาะในเขตชุมชนหรือแหล่งเชื้อโรค นั่นเพราะเจ้าเชื้อโรคที่แอบแฝงในอากาศ อาจทำให้ร่างกายของคุณเป็นไข้หวัดหรือติดเชื้อโรคอื่นๆ ได้ง่าย รวมถึงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งบางโรคมีผลติดต่อถึงคุณเอง เช่น มดลูกอักเสบ ท่อรังไข่ตัน มีบุตรยาก หรือมีผลต่อทารกในครรภ์ ซึ่งแพทย์จะซักประวัติและหากสงสัยก็จะเพาะเชื้อจากปากมดลูก และเจาะเลือดเพื่อให้แน่ใจว่า คุณปลอดภัยจากโรคหรือไม่ <br>
<br>
รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ คุณควรใส่ใจในการเลือกทานอาหารให้ครบทุกส่วน ผักสดผลไม้ และควรรับประทานกรดโฟลิกวันล 400 mg. เพื่อลดการเกิดโรคสมองและไขสันหลังผิดปกติ และมีบุตรที่แข็งแรงสุขภาพดีอีกด้วย <br>
<br>
น้ำหนัก และความแข็งแรงของร่างกาย คุณควรฟิตร่างกายตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ โดยเริ่มจากควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตราฐาน เมื่อคิดจากสัดส่วนความสูงเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนตั้งครรภ์ อย่าให้น้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป และระหว่างตั้งครรภ์ไม่ควรลดความอ้วนอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ทารกขาดสารอาหาร ขณะเดียวกันก็ไม่ควรให้น้ำหนักช่วงตั้งครรภ์เพิ่มมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดภาวะคลอดยากได้ <br>
<br>
การดูแลสิ่งแวดล้อม หมั่นตรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่า มีสิ่งที่เป็นภัยต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น ยาฆ่าแมลง ใยแก้ว สารตะกั่ว รังสี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณนั้นทันที และหากคุณเลี้ยงแมว ควรเจาะเลือดตรวจหาภูมิต่อเชื้อtoxoplasma หรือไม่เพราะเชื้อนี้จะทำให้ร่างกายพิการแต่กำเนิด แต่ถ้าตั้งครรภ์แล้ว ยังไม่มีภูมิต่อเชื้อก็ควรจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแมว <br>
<br>
การเปลี่ยนพฤติกรรม สำหรับคุณผู้หญิงสมัยใหม่ที่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ รวมไปถึงสามีก็สูบด้วย ควรละเลิกเสีย เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตั้งครรภ์ยาก และมีผลเสียต่อทารกด้วย เช่น พิการ น้ำหนักตัวแรกคลอดน้อย คลอดก่อนกำหนด จำไว้นะคะว่า งดเหล้าบุหรี่ ลดการดื่มกาแฟ พักผ่อนให้เพียงพอ หยุดความเครียด แลวก็ทำจิตใจให้สดใส <br>
<br>
เวลาที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ หากคุณและสามีต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อน หรือแม้กระทั่งเวลาส่วนตัว คงต้องคิดทบทวนดูให้ดีๆ เพราะการมีลูกสักหนึ่งคน คุณทั้งคู่ต้องเสียสละเวลาอันยิ่งใหญ่ เพื่อดูแลให้ความรักความอบอุ่นตั้งแต่ทราบว่ามี “ลูก” ขึ้นมาจนกระทั่งเขาเกิดและเติบโตกว่าจะพึ่งพาตัวเองได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ปรึกษาสูตินารีแพทย์ได้เลย อ้อ ! สำหรับคุณควรจดบันทึกวันที่ประจำเดือนมาทุกครั้งนะคะเพื่อนำข้อมูลปรึกษากับแพทย์ถึงวันที่ไข่ตก และวันที่เหมาะสมในการร่วมเพศ <br>
<br>
การเงิน โบราณว่า “มีลูกหนึ่งคนจนไปเจ็ดปี” คุณควรคำนึงถึงความสามรถในการหารายได้ และขนาดของครอบครัวที่เหมาะสม เพราะค่าใช้จ่ายตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณทราบว่ามี “เขา” ก็มีมากมายมหาศาลเลยเชียว ตั้งแต่การเลี้ยงดูเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้จิปาถะฯ ปกติจะตกประมาณ 15-25% ของรายทั้งครอบครัว คิดมีลูกคิดวางแผนเก็บเงินไว้ด้วยยิ่งดี <br>
<br>
แล้วถ้าคุณ “เช็ค” ความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ก็อย่ารอช้าที่จะมีบุตรเลย เดี๋ยวจะโตไม่ทันใช้นะคะ
Avatar
joom 15/01/2008 10:10
#4
ขอบคุณค่ะ พี่นก <img src="pic/b11.gif">

แสดงความคิดเห็น

Avatar 1 Avatar 2 Avatar 3 Avatar 4 Avatar 5 Avatar 6
ลากรูปภาพมาวางที่นี่ หรือ คลิกเพื่อเลือกรูป
รองรับ JPG, PNG, GIF ไม่เกิน 2MB