Wednesdayที่ 16 September 2026

ลองค้นหา: บิวตี้, เครื่องสำอาง, โบท็อกซ์, คลินิกความงาม, เลเซอร์

ลืมรหัสผ่าน?
หรือ
มุมชวนคุย

ภัยจากผ้าอนามัย ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับผู้หญิง

Avatar
SweetNokk 24/03/2008 11:57
2,697 เข้าชม
ผ้าอนามัย หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซับเลือดประจำเดือน (ระดู) ทำจากวัสดุห่อหุ้มและวัสดุเนื้อใน มีขนาดตามกำหนด มีความนุ่มและสะอาดพร้อมทั้งมีคุณสมบัติดูดซึมของเหลวได้ดี <br>
<br>
ผ้าอนามัย จัดเป็นเครื่องอุปโภคที่จำเป็นสำหรับสตรี และมีปริมาณการใช้สูง จึงได้มีการควบคุมคุณภาพเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นเครื่องสำอางที่กำหนดคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข <br>
<br>
ผ้าอนามัย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ <br>
<br>
1) ผ้าอนามัยชนิดใช้ภายนอก หมายถึง ผ้าอนามัยที่ใช้รองรับดูดซึมเลือดประจำเดือน ซึ่งมิได้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอด และต้องผลิตให้ถูกสุขลักษณะ แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ - แบบมีห่วง- แบบแถบปลาย- แบบแถบกาว <br>
2) ผ้าอนามัยชนิดสอด หมายถึง ผ้าอนามัยที่ใช้สอดใส่เข้าในช่องคลอดเพื่อดูดซึมเลือดประจำเดือน และต้องผลิตโดยวิธีการปลอดเชื้อ <br>
<br>
ลักษณะที่ดีของผ้าอนามัย <br>
<br>
<br>
1. ดูจากภายนอกต้องสะอาด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม หรือรอยเปื้อนเปรอะ <br>
2. มีกลิ่นสะอาด ไม่อับชื้น <br>
3. การดูดซึมต้องเร็ว สามารถกระจายของเหลวจากส่วนกลางใปยังหัวท้าย <br>
4. ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือเกิดการระคายเคือง <br>
5. ภาชนะบรรจุผนึกสนิทเรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงต่าง ๆ <br>
<br>
คำแนะนำการใช้ผ้าอนามัย <br>
<br>
<br>
1. เวลาซื้อควรดูลักษณะของภาชนะบรรจุ ควรปิดสนิทและไม่มีกลิ่นอับชื้น <br>
<br>
2. เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรปิดกล่องหรือภาชนะบรรจุให้เรียบร้อย เก็บไว้ในที่มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลง ผ้าอนามัยที่เปิดกล่องใช้เหลือเก็บไว้นานๆ ไม่ควรเอามาใช้ <br>
<br>
3. ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแต่ละชิ้นนานเกินควร (ประมาณ 8 ชั่วโมง) โดยเฉพาะผ้าอนามัยชนิดสอดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าลืมทิ้งไว้ในช่องคลอด อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเกิดกลุ่มอาการเป็นพิษ เนื่องจากได้รับสารพิษ (Toxin) จากเชื้อแบคทีเรียพวกสตาฟีโลคอคคัส (Staphylococcus spp.) มีอาการปวดศีรษะ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เรียกกลุ่มอาการนี้ว่า ทอกซิค ชอคซินโดรม (Toxic Shock Syndrome) <br>
<br>
<br>
4. เมื่อใช้แล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น แพ้ คัน หรือ เกิดการระคายเคือง ควรเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น <br>
<br>
สาเหตุของการแพ้ผ้าอนามัย <br>
<br>
การที่เกิดมีผื่น ที่ขาหนีบเมื่อใส่ผ้าอนามัยตอนเป็นประจำเดือน ที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่เป็นอาการแพ้ผ้าอนามัยตามที่สงสัย แต่เป็นเรื่องของการอักเสบจากการติดเชื้อราที่อวัยวะเพศและขาหนีบ เชื้อรานี้มักจะกำเริบก่อนเป็นประจำเดือน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความอับชื้น ฯลฯ ถัดลงมาจึงเป็นการแพ้ผ้าอนามัย และการติดเชื้อประเภทอื่นๆ <br>
<br>
ดังนั้น อาการแพ้ผ้าอนามัย ก็เหมือนอาการแพ้ที่เกิดกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย คนเราแพ้ผ้าอนามัย หรือส่วนประกอบอื่นๆ ของผ้าอนามัยได้ เช่น น้ำหอม สารเคมีชนิดต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบ อาการแพ้มักเกิดเมื่อใส่ผ้าอนามัยไปได้ไม่นาน คือมีอาการคัน มีผื่นขึ้น ลักษณะของผื่นแดง บางทีเป็นตุ่มน้ำใสๆ สังเกตว่า อาการคันและตุ่มน้ำนี้ ไม่ได้อยู่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเท่านั้น ยังลามไปบริเวณรอบๆ ทวารหนัก คือบริเวณที่ผ้าอนามัยสัมผัสผิวของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย เพราะถ้าแพ้อนามัยผิวส่วนอื่นๆ ก็มักจะแพ้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะผิวบริเวณอวัยวะเพศเท่านั้น วิธีการรักษาก็ต้องเลิกใช้ของที่แพ้ และอาจใช้ยาแก้แพ้ชนิดทาและหรือชนิดกินช่วย <br>
<br>
แต่ทั้งนี้ การหาซื้อยาเองโดยการพูดคุยกับเภสัชกรอาจไม่เพียงพอ เพราะคำบอกเล่านั้น ไม่สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำ เพราะการบอกเล่านั้น แล้วแต่อุปนิสัยของแต่ละคน บางคนบอกน่ากลัว เช่น เป็นแผลขนาดใหญ่ เจ็บแสบมาก เมื่อตรวจภายในไม่พบแผลเลยก็มี บางคนบอกว่าเจ็บแสบนิดหน่อย เมื่อตรวจพบว่า มีแผลที่แคมขนาดใหญ่จนถึงกับเนื้อแคมแหว่งไปเลยก็มี <br>
<br>
ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติในบริเวณอวัยวะเพศ การตรวจภายในจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เมื่อวินิจฉัยถูกต้องการรักษาก็จะได้ผล <br>
<br>
นอกจากอาการที่เกิดจากการแพ้ผ้าอนามัยแล้ว ยังมีโรคอื่นที่สามารถกำเริบในช่วงมีประจำเดือนอีกหลายโรค โรคที่พบบ่อยก็คือโรคเชื้อรา เชื้อรานี้โดยปกติร้อยละ 15 ของสตรี มีเชื้อนี้อยู่โดยไม่มีอาการ เชื้อราเหล่านี้มักมีสาเหตุนำที่ทำให้เกิดอาการขึ้น เช่น ความอับชื้น ความเป็นกรดด่างที่เปลี่ยนไป ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ตั้งครรภ์ รับประทานยาคุมกำเนิด รับประทานยาปฏิชีวนะอยู่ เป็นโรคพร่องภูมิต้านทาน รับประทานยาบางชนิด เป็นต้น <br>
<br>
ลักษณะของการอักเสบจากเชื้อรานี้ มักจะเป็นบริเวณรอบๆ ช่องคลอดและขาหนีบ ช่องคลอดจะบวมแดง คัน และเป็นรอยแตก ทำให้มีอาการปัสสาวะแสบร่วมด้วย ส่วนโรคอื่นที่ทำให้เกิดผื่นที่อวัยวะเพศ และพบบ่อยในช่วงเป็นประจำเดือน ได้แก่ โรคเริม ส่วนโรคติดเชื้อชนิดอื่นๆ ก็พบได้แต่ไม่บ่อย <br>
<br>
โรคเริมนั้น เป็นการติดเชื้อไวรัส ชนิดเฮอร์ปี่ซิมเพล็กส์ชนิด 1 หรือชนิด 2 (HSV1, HSV2) โรคเริมที่อวัยวะเพศส่วนใหญ่เป็นการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สมัยก่อนเชื่อว่าชนิดที่ 1 นั้นเกิดที่ริมฝีปาก ชนิดที่ 2 เกิดที่อวัยวะเพศ ปัจจุบันเชื่อว่าทั้งสองชนิดเกิดได้ที่อวัยวะเพศเหมือนๆ กันโดยชนิดที่ 1 บางทีติดมาจากริมฝีปาก ในกรณีมีการร่วมเพศโดยใช้ปากช่วย โรคเริมนี้มีระยะฟักเชื้อประมาณหนึ่งสัปดาห์ นั่นหมายถึงเมื่อร่วมเพศกับคนที่เป็นเริม อีกหนึ่งสัปดาห์จึงจะมีอาการอักเสบจากโรคเริม <br>
โรคเริมเมื่อเป็นครั้งแรกจะมีอาการมาก อวัยวะเพศจะขึ้นตุ่มใสๆ เป็นกลุ่ม ต่อมาไม่กี่วันตุ่มพวกนี้จะแตกเป็นแผลมีหนอง และเจ็บปวดมาก มีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต กดเจ็บ ต่อมาแผลจะเริ่มตกสะเก็ดและหาย ใช้เวลานานถึง 2-3 สัปดาห์ เมื่อติดเชื้อเริมแล้ว เชื้อเริมจะไปอยู่ที่ปมประสาทในไขสันหลัง และแพร่เชื้ออกมาเป็นระยะๆ นั่นคือโรคเริมเมื่อเป็นแล้วไม่หายขาด เมื่อภูมิต้านทานของคนไข้ต่ำลง เช่น กำลังเป็นประจำเดือน ไม่ได้พักผ่อน วิตกกังวล เป็นต้น ก็จะเป็นโรคเริมกลับซ้ำมาอีก โรคเริมกลับซ้ำนี้ มักมีอาการไม่มาก บางทีมีตุ่มใสๆ สองสามตุ่มคันๆ แตกแล้วก็หายไป สรุปตุ่มที่อวัยวะเพศ ในช่วงเป็นประจำเดือนบางทีอาจเป็นการติดเชื้อจากโรคเริมได้ <br>
<br>
การใส่ผ้าอนามัย (แผ่นเล็กๆ) ตลอดเวลา อาจจะทำให้รู้สึกสะอาด แต่เป็นสุขลักษณะที่ไม่ดี เพราะจะทำให้ช่องคลอดมีการอับชื้นตลอดเวลา มีโอกาสติดเชื้อต่างๆ มากขึ้น บางคนจะมีอาการตกขาวทุกครั้งที่ใส่ ดังนั้นจึงควรใส่ผ้าอนามัยในเวลาที่จำเป็นเท่านั้น แม้แต่กางเกงชั้นในที่คับๆ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง เปลี่ยนมาใช้กางเกงผ้าฝ้ายที่สวมใส่สบายจะดีกว่า เพราะถ่ายเทอากาศได้ดีกว่า และการใส่ผ้าอนามัยแน่นเกินไปก็เป็นการปิดกั้นไม่ให้ประจำเดือนไหลออกมา ดังนั้นควรขยับผ้าอนามัยบ้าง เมื่อใส่ไปนานๆ <br>
<br>
ที่มา www.clinicrak.com/www.webdb.dmsc.moph.go.th ฝ่ายวิเคราะห์พิษทางจุลชีววิทยา กองพิษวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กลับหน้ารวม

ความคิดเห็น 5

Avatar
Tabo 24/03/2008 12:42
#1
พี่นกนี่ดีจริงๆเลยนะคะที่ช่วยหาคำตอบมาให้ได้อ่าน ไปหา ขอบคุณจริงๆค่ะ
Avatar
Tabo 24/03/2008 12:43
#2
พี่นกนี่ดีจริงๆเลยนะคะที่ช่วยหาคำตอบมาให้ได้อ่าน ไปหาคำตอบมาจนได้ ขอบคุณจริงๆค่ะ
Avatar
joom 24/03/2008 14:33
#3
ขอบคุณค่ะพี่นก เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ <img src="pic/b11.gif">
Avatar
sriwittaya 26/03/2008 14:26
#4
ใช้โปรแกรมยังไงอ่ะ
Avatar
sodaza27 03/08/2010 20:53
#5
ผ้าอนามัยแบบสอด <br>
เคยได้ยินว่าพวกนางพยาบาลเค้าใช้กัน <br>
หรือไม่ก็ใช้เวลาลงว่ายน้ำอ่ะค่ะ <br>
มันจริงรึเปล่า

แสดงความคิดเห็น

Avatar 1 Avatar 2 Avatar 3 Avatar 4 Avatar 5 Avatar 6
ลากรูปภาพมาวางที่นี่ หรือ คลิกเพื่อเลือกรูป
รองรับ JPG, PNG, GIF ไม่เกิน 2MB