มุมชวนคุย
เรื่องราวประจำวันนี้ : มหันตภัยของคุณผู้หญิง-มะเร็งปากมดลูก
Patrapon
27/06/2008 05:13
2,358 เข้าชม
ขอโทษที่รอกันนานนะครับ <br>
พอดีช่วงนี้ งานยุ่งมากครับ <br>
ไหนจะต้องตอบกระทู้อื่นๆทั้งที่พิมพ์ดีดไม่เป็นด้วย <br>
จึงผิดนัดมา 2วันเต็มๆ <br>
<br>
ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ <br>
<br>
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ <br>
<br>
เรื่องนี้เก็บมาฝากจากรายการ "ผู้หญิงถึงผู้หญิง"เมื่อ2วันก่อนครับ <br>
โดยอาจารย์หมอท่านหนึ่ง ระดับรองศาสตราจารย์แพทย์หญิง <br>
(แต่จดชื่อท่านไม่ทันครับ ขออภัย) จากโรงพยาบาลศิริราชครับ <br>
เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ <br>
<br>
โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมหันตภัยเงียบที่คร่าชีวิตหญิงไทย <br>
เป็นอันดับต้นๆ แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด <br>
สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจาก เชื้อไวรัส HPV <br>
ซึ่งสามารถพบได้บริเวณอวัยวะเพศ และสามารถติดต่อ <br>
ได้ทางเพศสัมพันธ์ครับ <br>
<br>
โดยในระยะแรก ซึ่งเรียกว่า ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้น <br>
สามารถตรวจได้ง่าย โดยการตรวจที่เรียกว่า ตรวจแป๊บ (Pap) <br>
ซึ่งเป็นการตรวจภายในที่แทบจะไม่เจ็บเลย <br>
<br>
ในระยะแรกนี้จะมีระยะฟักตัว 5-10ปี โดยไม่มีอาการเลยครับ <br>
ซึ่งหากตรวจพบสามารถรักษาให้หายได้โดยง่ายครับ <br>
ซึ่งแนะนำให้ตรวจทุกๆปีสำหรับสตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว <br>
(โดยเฉพาะที่มีอายุเกินกว่า 35 ปีขึ้นไปครับ - เจ้าของกระทู้) <br>
ทำให้ลดโอกาสในการที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ <br>
แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่กลับมาเป็นอีกนะครับ <br>
เพราะในระหว่างนั้น คุณอาจมีสิทธิที่จะได้รับเชื้อ HPV <br>
จากการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งที่มีความเสี่ยง เนื่องจาก <br>
ผู้ชายเป็นพาหะในการติดต่อ ซึ่งแม้แต่ถุงยางอนามัยก็ <br>
ไม่สามารถป้องกันการเกิดได้เนื่องจากสามารถติดต่อได้ <br>
โดยการสัมผัสโดยตรง (น่ากลัวมาก - เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัส HPV <br>
- สตรีที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ <br>
- สตรีที่มีเพศสัมพันธ์รุนแรง เนื่องจากเกิดการติดเชื้อได้ง่าย <br>
- สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่สะอาดเพียงพอ <br>
- สตรีที่สามีมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน (มีเมียน้อย) <br>
- การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก <br>
ยิ่งอายุของผู้หญิงน้อย หรือมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็ว ยิ่งเสี่ยง <br>
เนื่องจากมดลูกยังไม่แข็งแรง อ่อนแอต่อการจู่โจมของเชื้อโรค <br>
- สุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้ภูมิต้านทานต่ำ <br>
- ไม่ติดต่อจากการว่ายน้ำร่วมสระเดียวกัน <br>
(จะเห็นว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะติดเชื้อไวรัส HPV ได้ <br>
แม้ว่า จะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ตามปกติก็ตาม - เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
ใครบ้างที่ปลอดจากเชื้อไวรัส HPV <br>
- สตรีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ (คือยังเวอร์จิ้น -เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
ใครบ้างที่เสี่ยงน้อยกว่าต่อการติดเชื้อไวรัส HPV <br>
- สตรีที่มีคู่นอนน้อยราย <br>
ยิ่งมีคู่นอนน้อยรายเท่าไร ยิ่งลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ <br>
- สตรีที่มีคู่นอนเพียงคนเดียว <br>
<br>
ทั้งนี้หากมีการพัฒนาจากระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก ไปสู่ <br>
ระยะที่สองซึ่งแสดงอาการแล้วจะสามารถรักษาให้หายได้ยาก <br>
<br>
อาการเริ่มต้นที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ <br>
(อาจเป็นมะเร็งปากมดลูกได้) <br>
- มีเลือดออกอย่างผิดปกติหลังการมีเพศสัมพันธ์ <br>
- ตกขาวอย่างผิดปกติ หรือมีกลิ่นรุนแรง <br>
- มีแผลเรื้อรัง เป็นๆหายๆ บริเวณปากช่องคลอด <br>
ติดต่อกันนานเกิน 2 เดือน <br>
<br>
(อาการดังกล่าวอาจจะไม่ใช่มะเร็งปากมดลูก จึงควรได้ <br>
รับการวินิจฉัยทางการแพทย์โดยละเอียด - เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
อาจารย์หมอยังได้เพิ่มเติมถึงเรื่องการดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้น <br>
อีกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ น้ำยาสำหรับล้างจุดซ่อนเร้นใดๆ <br>
( เช่น ไลอาซาน แลคตาสิด ฯลฯ - เจ้าของกระทู้) <br>
เพียงทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ หรือสบู่เด็กก็เพียงพอแล้ว <br>
เนื่องจากน้ำยาสวนล้างดังกล่าวจะไปฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่มี <br>
ประโยชน์ต่อร่างกายและยังทำให้ภายในช่องคลอด สูญเสีย <br>
สมดุลย์ตามธรรมชาติอีกด้วย <br>
<br>
ด้วยความปรารถนาดีครับ <br>
<br>
ภัทรพลครับ
พอดีช่วงนี้ งานยุ่งมากครับ <br>
ไหนจะต้องตอบกระทู้อื่นๆทั้งที่พิมพ์ดีดไม่เป็นด้วย <br>
จึงผิดนัดมา 2วันเต็มๆ <br>
<br>
ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ <br>
<br>
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ <br>
<br>
เรื่องนี้เก็บมาฝากจากรายการ "ผู้หญิงถึงผู้หญิง"เมื่อ2วันก่อนครับ <br>
โดยอาจารย์หมอท่านหนึ่ง ระดับรองศาสตราจารย์แพทย์หญิง <br>
(แต่จดชื่อท่านไม่ทันครับ ขออภัย) จากโรงพยาบาลศิริราชครับ <br>
เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ <br>
<br>
โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมหันตภัยเงียบที่คร่าชีวิตหญิงไทย <br>
เป็นอันดับต้นๆ แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด <br>
สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจาก เชื้อไวรัส HPV <br>
ซึ่งสามารถพบได้บริเวณอวัยวะเพศ และสามารถติดต่อ <br>
ได้ทางเพศสัมพันธ์ครับ <br>
<br>
โดยในระยะแรก ซึ่งเรียกว่า ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้น <br>
สามารถตรวจได้ง่าย โดยการตรวจที่เรียกว่า ตรวจแป๊บ (Pap) <br>
ซึ่งเป็นการตรวจภายในที่แทบจะไม่เจ็บเลย <br>
<br>
ในระยะแรกนี้จะมีระยะฟักตัว 5-10ปี โดยไม่มีอาการเลยครับ <br>
ซึ่งหากตรวจพบสามารถรักษาให้หายได้โดยง่ายครับ <br>
ซึ่งแนะนำให้ตรวจทุกๆปีสำหรับสตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว <br>
(โดยเฉพาะที่มีอายุเกินกว่า 35 ปีขึ้นไปครับ - เจ้าของกระทู้) <br>
ทำให้ลดโอกาสในการที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ <br>
แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่กลับมาเป็นอีกนะครับ <br>
เพราะในระหว่างนั้น คุณอาจมีสิทธิที่จะได้รับเชื้อ HPV <br>
จากการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งที่มีความเสี่ยง เนื่องจาก <br>
ผู้ชายเป็นพาหะในการติดต่อ ซึ่งแม้แต่ถุงยางอนามัยก็ <br>
ไม่สามารถป้องกันการเกิดได้เนื่องจากสามารถติดต่อได้ <br>
โดยการสัมผัสโดยตรง (น่ากลัวมาก - เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัส HPV <br>
- สตรีที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ <br>
- สตรีที่มีเพศสัมพันธ์รุนแรง เนื่องจากเกิดการติดเชื้อได้ง่าย <br>
- สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่สะอาดเพียงพอ <br>
- สตรีที่สามีมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน (มีเมียน้อย) <br>
- การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก <br>
ยิ่งอายุของผู้หญิงน้อย หรือมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็ว ยิ่งเสี่ยง <br>
เนื่องจากมดลูกยังไม่แข็งแรง อ่อนแอต่อการจู่โจมของเชื้อโรค <br>
- สุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้ภูมิต้านทานต่ำ <br>
- ไม่ติดต่อจากการว่ายน้ำร่วมสระเดียวกัน <br>
(จะเห็นว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะติดเชื้อไวรัส HPV ได้ <br>
แม้ว่า จะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ตามปกติก็ตาม - เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
ใครบ้างที่ปลอดจากเชื้อไวรัส HPV <br>
- สตรีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ (คือยังเวอร์จิ้น -เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
ใครบ้างที่เสี่ยงน้อยกว่าต่อการติดเชื้อไวรัส HPV <br>
- สตรีที่มีคู่นอนน้อยราย <br>
ยิ่งมีคู่นอนน้อยรายเท่าไร ยิ่งลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ <br>
- สตรีที่มีคู่นอนเพียงคนเดียว <br>
<br>
ทั้งนี้หากมีการพัฒนาจากระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก ไปสู่ <br>
ระยะที่สองซึ่งแสดงอาการแล้วจะสามารถรักษาให้หายได้ยาก <br>
<br>
อาการเริ่มต้นที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ <br>
(อาจเป็นมะเร็งปากมดลูกได้) <br>
- มีเลือดออกอย่างผิดปกติหลังการมีเพศสัมพันธ์ <br>
- ตกขาวอย่างผิดปกติ หรือมีกลิ่นรุนแรง <br>
- มีแผลเรื้อรัง เป็นๆหายๆ บริเวณปากช่องคลอด <br>
ติดต่อกันนานเกิน 2 เดือน <br>
<br>
(อาการดังกล่าวอาจจะไม่ใช่มะเร็งปากมดลูก จึงควรได้ <br>
รับการวินิจฉัยทางการแพทย์โดยละเอียด - เจ้าของกระทู้) <br>
<br>
อาจารย์หมอยังได้เพิ่มเติมถึงเรื่องการดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้น <br>
อีกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ น้ำยาสำหรับล้างจุดซ่อนเร้นใดๆ <br>
( เช่น ไลอาซาน แลคตาสิด ฯลฯ - เจ้าของกระทู้) <br>
เพียงทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ หรือสบู่เด็กก็เพียงพอแล้ว <br>
เนื่องจากน้ำยาสวนล้างดังกล่าวจะไปฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่มี <br>
ประโยชน์ต่อร่างกายและยังทำให้ภายในช่องคลอด สูญเสีย <br>
สมดุลย์ตามธรรมชาติอีกด้วย <br>
<br>
ด้วยความปรารถนาดีครับ <br>
<br>
ภัทรพลครับ
อยากรู้ Feedback ครับว่า ชอบกันรึเปล่า <br>
วันหลังจะได้เก็บมาฝากกันอีก