มุมชวนคุย
อยากไดเอท แต่มักปวดกระเพาะ
rednuna
03/03/2009 20:24
1,441 เข้าชม
อยากปรึกษาสาวๆที่ลดน้ำหนักค่ะว่ามีวิธีไหนบ้างที่ลดหรืออดอาหารแล้วไม่ทำให้ปวดกระเพาะบ้างคะ เพราะส่วนตัวแล้วพยายามลดมาหลายครั้งแต่ก็ต้องตกม้าตายทุกทีก็เพราะปวดกระเพาะนี่ล่ะค่ะ <img src="pic/b9.gif">
<br>
-ขั้นที่1 แทนที่จะกินวันละ3มื้อแต่เปลี่ยนมากินวัละหลายๆมื้อแทน โดยกำหนดเวลาห่างของแต่ละมื้อสั้นลงเรื่อยๆ เพื่อควบคุมความหิว วิธีนี้จะเพิ่มระดับเผาผลาญในร่างกายช่วยให้ไขมันสลายตัวได้เร็วขึ้น <br>
<br>
-ขั้นที่2 อาหารทุกมื้อต้องมีสารอาหารให้ครบ อย่าให้ร่างกายขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง มิฉะนั้นร่างกายจะเรียกร้องสารอาหารตัวนั้นทำให้คุณโหยน้ำตาลหรืออยากกินเนื้อมากผิดปรกติ และเมื่อได้กินก้อจะกินแบบลืมโลกทำให้แผนไดเอทพัง นอกจากนี้ไขมันและโปรตีนเป้นอาหารที่ต้องใช้เวลาในการย่อยนานคุณจึงได้อิ่มนานทำให้ไม่ต้องทานอะไรระหว่างมื้อ <br>
<br>
-ขั้นที่3 มีผักทุกมื้อเพราะไฟเบอร์ในผักช่วยให้หนักท้อง ทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น และยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลด้วย <br>
<br>
-ขั้นที่4 อาหารเช้าคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะขณะเราหลับระบบเผาผลาญก้อจะหลับไปด้วยถ้าไม่กระตุ้นด้วยอาหารเช้า ระบบเผาผลาญก้อจะทำงานอืดไปทั้งวัน ทำให้ร่างกายมีพลังงานตกค้างอีกเพียบ และจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันไปเก็บไว้ที่พุงของเรา เห็นรึยังว่าอาหารเช้าสำคัญแค่ไหน <br>
<br>
-ขั้นที่5 มื้อกลางวันเป็นสวรรค์ของคนรักอร่อย และส่วนใหญ่มักจะกินกันแบบตามใจปาก แต่สำหรับคนรักความผอมอย่างเรา ควรแบ่งมื้อกลางวันเป็นสองมื้อเล็กๆ โดยแต่ละมื้อห่างกัน3ขั่วโมง เพื่อยืดเวลาของระบบเผาผลาญให้นานขึ้น วิธีนี้ยังมีข้อดีอีกมากมายคือมันจะทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยหิวในมื้อเย็น ทีนี้ถึงจะกินแค่สลัดผักก้อเอาอยู่แล้ว <br>
<br>
-ขั้นที่6 งดการทานอาหารหลัง2ทุ่ม ที่จริงถ้าทนได้ ไม่ควรทานอาหารทุกอย่างหลัง6โมงนอกจากน้ำเปล่า เพราะระบบย่อยต้องใช้เวลาทำงานถึง4ชั่วโมง กว่าจะย่อยทุกอย่างในกระเพาะได้หมด ลองเอาเวลาเข้านอนคุณลบด้วย4ชั่วโมงดู แล้วคุณก้อจะรู้เองว่าควรงดอาหารหลังเวลาเท่าไหร่ แต่ถ้าวันไหนเผลอกินอาหารพิเศษใกล้เวลานอนอย่าลืมยืดแข้งยืดขาด้วยท่าบริหารง่ายๆสัก20นาทีเพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดียิ่งขึ้น <br>
<br>
-ขั้นที่7 เครื่องดื่มคือน้ำตาลที่เข้าปากเราได้ง่ายและเร็ว และมีจำนวนมากที่สุดบางคนไม่เคยนับเลยว่าวันนี้ดื่มน้ำหวานไปแล้วกี่แก้ว ระหว่างที่คุมน้ำหนัก สาวๆจึงควรงดดื่มเครื่องดื่มที่พกน้ำตาลมาเพียบอย่างแอลกอฮอล์ ค้อกเทล ไวน์ น้ำอัดลม น้ำปั่น ส่วนน้ำเต้าหู้ซื่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนั้นคุณควรจะเตือนแม่ค้าทุกครั้งว่าขอแบบไม่หวานนะคะ <br>
<br>
-ขั้นที่8 กำหนดปริมาณอาหารให้ง่ายที่สุดคือ ให้ท่องไว้ว่าควรกินคาร์โปรไฮเดรตได้1กำมือ ส่วนผักจะทานเท่าไหร่ก้อได้ ถ้ายังดะไม่ถูกแนะนำให้ทานก๋วยเตี๋ยวให้บ่อยที่สุด ส่วนมื้อเย็นก้เปลี่ยนเป็นเกาเหลา แค่นี้คุณก้อได้สารอาหารครบโดยไม่มากกว่าปริมาณที่กำหนดแน่นอน <br>
<br>
-ขั้นที่9 หาสูตรล้างพิษที่เหมาะกับคุณมาใช้ เช่น ทำน้ำปั่นล้างพิษมาดื่มเอง น้ำพวกนี้จะช่วยขับสิ่งตกค้างออกจากร่างกาย บำรุงอวัยวะภายในให้แข็งแรง ทำให้สดชื่น แจ่มใส จนไม่รู้สึกว่าทรมานกับการไอท และยังกระตุ้นระบบขับถ่ายซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผอมอีกด้วย (พี่แนะนำแตงโม เพราะกินได้ทั้งวัน หาซื้อง่ายแถมตอนนี้ยังถูกอีกด้วยกินทั้งวันเลยไม่ต้องกินอย่างอื่นนี่คือวิธีโบท็อกของพี่) <br>
<br>
-ขั้นที่10 ทานผลไม้ไม่หวานจัดมากๆระหว่างวัน อย่าง แอปเปิ้ล กล้วย มะเขือเทศเพื่อให้หนักท้อง จนไม่นึกอยากกินอะไรอีก แต่ต้องอยู่ห่างผลไม้ต้องห้ามอย่าง ทุเรียน ขนุน มะม่วงสุข ลองกอง ลำใย เพราะผลไม้พวกนี้มีน้ำตาลสูงไม่แพ้น้ำหวานแก้วโตๆเลยล่ะ <br>
<br>
แค่นี้แหละ หุ่นที่ดีย่อมมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงถึงจะดูสวยนะจ๊ะ <br>
<br>
ขอบคุณข้อมูลดีดีจากหนังสือ SPICY เล่มที่231 <br>
<br>
<br>
<img src="pic/b13.gif"> <img src="pic/b13.gif">