มุมชวนคุย
ขอปรึกษาหน่อยค่ะทุกคน
Areedom
19/03/2009 14:30
1,157 เข้าชม
ปัญหาของเราเป็นปัญหาความสัมพันธ์ของเรากับแม่ค่ะ <br>
ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว เพราะพูดอะไรในบ้านไม่ได้เลย <br>
อึดอัดจนคิดอยากตายๆไป เพราะมันเริ้อรังมานานมากและสร้างแผลในใจเรามานานมากแล้ว <br>
ทรมาณที่สุด ที่แม่คนที่เรารัก กลับไม่พยายามทำความเข้าใจเราเลย <br>
<br>
เราแต่งงาน(ไม่ได้จัดงานใหญ่โตแต่สังคมรับรู้)กับแฟนคนที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย เพราะเค้าจบแค่ม.๖ ส่วนเรากำลังเรียนป.โทและทำงานค่อนข้างดี (อาจารย์มหาวิทยาลัย) <br>
ส่วนแฟนเป็นลูกจ้างกิจการเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่พ่อแม่เรายอมเพราะเค้าเคยสัญญาว่าถ้าเราเรียนจบแล้วจะให้อยู่ด้วยกัน(ซึ่งเราก็จบเกียรตินิยมเสียด้วย) <br>
<br>
เรากับแฟนอยู่ด้วยกันมาครึ่งปี จากนนั้นแม่ก็ขอร้องให้เรากลับมาอยู่กับแม่เพราะแม่ป่วยและเลี้ยงหลาน(ลูกพี่ชายที่เอามาทิ้งไว้)ไม่ไหว <br>
เราบอกแฟน ซึ่งเราสองคนก็รู้อยู่เต็มอกว่าเค้าจะจับเราแยกกัน แต่แฟนก็เต็มใจให้เรากลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อแม่และหลาน แฟนเราพูดว่า เรามีแม่คนเดียว <br>
ส่วนเค้าเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่แบบเรา ให้เรากลับไปดูแลพ่อแม่เถอะ เค้ารอได้ โดยที่เราจะเจอกันนานๆครั้ง หนึ่งอาทิตย์เจอกันหนึ่งวัน <br>
<br>
พอเรากลับมาอยู่บ้าน งานที่เราทำอยู่ก็ต้องลาออก มาเลี้ยงหลานและรับทำงานเอกสารอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นงานพาร์ทไทม์ คือทำได้ตอนหลานเราหลับไปแล้ว <br>
บางคืนก็นอนตีสี่ แล้วตื่นแปดโมงเช้าเพื่อมาดูแลหลานต่อ <br>
ส่วนแม่เรา แกก็สบายใจมากที่เรากลับมาอยู่บ้าน แกจึงตื่นเช้ามา เราหาข้าวให้กินและทานยา จากนั้นแกก็จะแต่งตัวออกไปเที่ยวบ้านเพื่อน เย็นๆก็จะกลับ <br>
เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนเราเริ่มมีปัญหากับแฟน เพราะแฟนเครียดงาน พอมาคุยกับเราที่เหนื่อยกับที่บ้านก็จะมีปากเสียงใส่อารมณ์กัน <br>
ซึ่งเข้าทางแม่ แม่ยุให้เราเลิกซะ แต่เราก็นิ่งๆเงียบๆ เพราะเราไม่อยากตอบสนองตามที่แม่ต้องการเห็น <br>
คิดแค่ว่า เรากับแฟนคุยกันจนเข้าใจแล้ว ไม่มีปัญหาแล้ว เราจึงเฉยๆไป <br>
<br>
เงินเก็บเราเริ่มหมดเพราะเรามาอยู่บ้านออกค่าใช้จ่ายในบ้านทั่งหมด เลยเครียดหนักเข้าไปใหญ่ แต่เราพูดไม่ได้เพราะพอพูด แม่ก็จะตวาดว่า แม่ก็เครียดเหมือนกัน <br>
ทั้งๆที่เราจ่ายหนี้ให้แม่ตลอด ไม่รู้แม่เล่นแชร์ เล่นหวยที่ไหน กลับมาก็จะบ่นว่าเครียดๆๆๆๆๆ เราเลยเอาเงินเราไปจ่ายให้ <br>
สักพัก มีจะมีหนี้ก้อนใหม่มาอีกแล้ว....เราท้อมากเลย รายได้ตอนนี้เราน้อยมาก ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ส่งให้แม่แล้วยังเหลือกินเหลือเก็บสบาย <br>
<br>
<br>
เราดูแลทุกอย่างภายในบ้าน โดยที่เราจะเงียบๆเฉยๆ เวลาแม่พาเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้าน เราก็จะหลบไปซักผ้าหลังบ้าน <br>
แม่ก็หาว่าเราประชดเค้า เราบอกว่า จะด่าเราแม่ดูหน้าหนูก่อนนะว่าหนูเป็นอะไรยังไง <br>
หลานน้อยเราอ้อนทุกวัน เรานอนวันละสี่ชั่งโมง และพอหลานหลับก็ลงมาทำงานจนดึกจึงนอน <br>
ร่างกายเราเริ่มอ่อนแอ และเราน๊อคเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่าเราเป็นโรคเครียด จนควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวเองไม่ได้ จนนำหนักเราพุ่งขึ้นอีกยี่สิบห้ากิโล <br>
<br>
เราเครียดมากเพราะป้าๆเพื่อนแม่ มาทักทุกวันว่าเราอ้วนฉุ สภาพดูไม่ได้ <br>
แถมพอเราบ่นว่าเราเหนื่อย เลี้ยงหลานเหนื่อย แม่ก็จะด่าว่าเราเสียๆหายๆ บอกว่าจะบอกพ่อ ว่าเราไม่เต็มใจมาอยู่บ้านทำตัวมีปัญหาเพราะห่างแฟน <br>
<br>
เราได้แต่ร้องไห้น้ำตาไหลอยู่เงียบๆ เราทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย เรากัลบมาอยู่กับเค้าเพราะเค้าบอกว่าตรอมใจที่เรามีสามี (เค้าพูดว่า เรียนจบแล้วมีผัวเลย) <br>
จนป่วยเสียค่ารักษาไปเยอะ เรารู้ว่าแม่เสียใจมากที่เราแต่งงานกับคนๆนี้ แต่แฟนเราเค้าก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เพียงแต่จนเท่านั้น <br>
<br>
เราบ่น หรือแสดงอารมณ์ไม่พอใจไม่ได้เลย เพราะแม่จะอาละวาดทุกงครั้ง และเราก็จะฟังแม่ด่า อยู่เงียบๆ รอให้เค้าออกจากบ้านไปหาเพื่อน <br>
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราระลึกเสมอว่าแม่ทำงานหนักมากตอนที่เรายังเด็ก และเลี้ยงดูแลเรามาอย่างดี เราจึงพยายามไม่คิดอะไร <br>
แล้วยิ่งตอนที่เราตัดสินใจจดทะเบียนกับแฟนโดยไม่บอกแม่ก่อน และปฏิเสธสินสอดและงานแต่ง ทั้งที่พ่อเรามีหน้ามีตาในสังคม ทำให้ท่านเสียหน้าและเสียใจมาก <br>
เราจึงพยายามไถ่บาปในตอนนี้ ซึ่งใครจะว่าอะไรเราก็ได้นะ เรายินดี เพราะเราบาปมากจริงๆที่ทำให้พ่อแม่เสียน้ำตา <br>
<br>
แต่เราเสียใจจริงๆ ที่แม่ไม่เคยสนใจเลยว่าเราเหนื่อยและเครียดแค่ไหน ที่ต้องทิ้งงานมา และพยายามอย่างยิ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ <br>
เสียใจที่ไม่มีใครในครอบครัว ทั้งแม่และพี่ ที่ยอมรับฟังเราเลย เราอึดอัด ทุกข์ทนอยู่ในใจ แต่ไม่มีใครสนใจจะฟัง ไม่มีใครยอมรับฟังเราเลย <br>
ถึงเราจะเล่าให้เพื่อน แฟน หรือเจ้านายเก่าเราฟัง แต่เขาก็ไม่ใช่คนในครอบครัวอยู่ดี เราอยากให้แม่เห็นใจเราบ้าง <br>
อยากให้แม่รับฟังและปลอบใจ ให้กำลังใจเราบ้างเท่านั้น ขอแค่เราได้พูดระบาย ปรับทุกข์กับแม่บ้าง เทานั้น อยากให้แม่รับฟังลูกบ้าง...... <br>
<br>
วันนี้เราอยากกินยานอนหลับสักกำ หลับไปเลย แล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก เราไม่อยากตื่นขึ้นมาแล้ว <br>
คนที่เรารักมากที่สุด ทำกับเราแบบนี้ เราก็หมดแล้ว <br>
อยากให้ใครเอาปืนจ่อสมองเรา ยิงให้ดับไปเลย เราจะเขียนหนังสือยินยอมไว้เอง <br>
เราไม่รู้จะอยู่ทำไมแล้ว <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
ขอโทษนะคะที่ท่านต้องเสียเวลามาอ่าน <br>
และขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ <br>
<br>
ถ้าท่านเห็นว่าดิฉันอกตัญญู นำแม่มาประจานก็เชิญด่าได้เลยค่ะ ฉันยินดีจะรับทุกๆคำ <br>
<br>
ขอบคุณมากค่ะ <br>
<br>
ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว เพราะพูดอะไรในบ้านไม่ได้เลย <br>
อึดอัดจนคิดอยากตายๆไป เพราะมันเริ้อรังมานานมากและสร้างแผลในใจเรามานานมากแล้ว <br>
ทรมาณที่สุด ที่แม่คนที่เรารัก กลับไม่พยายามทำความเข้าใจเราเลย <br>
<br>
เราแต่งงาน(ไม่ได้จัดงานใหญ่โตแต่สังคมรับรู้)กับแฟนคนที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย เพราะเค้าจบแค่ม.๖ ส่วนเรากำลังเรียนป.โทและทำงานค่อนข้างดี (อาจารย์มหาวิทยาลัย) <br>
ส่วนแฟนเป็นลูกจ้างกิจการเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่พ่อแม่เรายอมเพราะเค้าเคยสัญญาว่าถ้าเราเรียนจบแล้วจะให้อยู่ด้วยกัน(ซึ่งเราก็จบเกียรตินิยมเสียด้วย) <br>
<br>
เรากับแฟนอยู่ด้วยกันมาครึ่งปี จากนนั้นแม่ก็ขอร้องให้เรากลับมาอยู่กับแม่เพราะแม่ป่วยและเลี้ยงหลาน(ลูกพี่ชายที่เอามาทิ้งไว้)ไม่ไหว <br>
เราบอกแฟน ซึ่งเราสองคนก็รู้อยู่เต็มอกว่าเค้าจะจับเราแยกกัน แต่แฟนก็เต็มใจให้เรากลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อแม่และหลาน แฟนเราพูดว่า เรามีแม่คนเดียว <br>
ส่วนเค้าเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่แบบเรา ให้เรากลับไปดูแลพ่อแม่เถอะ เค้ารอได้ โดยที่เราจะเจอกันนานๆครั้ง หนึ่งอาทิตย์เจอกันหนึ่งวัน <br>
<br>
พอเรากลับมาอยู่บ้าน งานที่เราทำอยู่ก็ต้องลาออก มาเลี้ยงหลานและรับทำงานเอกสารอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นงานพาร์ทไทม์ คือทำได้ตอนหลานเราหลับไปแล้ว <br>
บางคืนก็นอนตีสี่ แล้วตื่นแปดโมงเช้าเพื่อมาดูแลหลานต่อ <br>
ส่วนแม่เรา แกก็สบายใจมากที่เรากลับมาอยู่บ้าน แกจึงตื่นเช้ามา เราหาข้าวให้กินและทานยา จากนั้นแกก็จะแต่งตัวออกไปเที่ยวบ้านเพื่อน เย็นๆก็จะกลับ <br>
เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนเราเริ่มมีปัญหากับแฟน เพราะแฟนเครียดงาน พอมาคุยกับเราที่เหนื่อยกับที่บ้านก็จะมีปากเสียงใส่อารมณ์กัน <br>
ซึ่งเข้าทางแม่ แม่ยุให้เราเลิกซะ แต่เราก็นิ่งๆเงียบๆ เพราะเราไม่อยากตอบสนองตามที่แม่ต้องการเห็น <br>
คิดแค่ว่า เรากับแฟนคุยกันจนเข้าใจแล้ว ไม่มีปัญหาแล้ว เราจึงเฉยๆไป <br>
<br>
เงินเก็บเราเริ่มหมดเพราะเรามาอยู่บ้านออกค่าใช้จ่ายในบ้านทั่งหมด เลยเครียดหนักเข้าไปใหญ่ แต่เราพูดไม่ได้เพราะพอพูด แม่ก็จะตวาดว่า แม่ก็เครียดเหมือนกัน <br>
ทั้งๆที่เราจ่ายหนี้ให้แม่ตลอด ไม่รู้แม่เล่นแชร์ เล่นหวยที่ไหน กลับมาก็จะบ่นว่าเครียดๆๆๆๆๆ เราเลยเอาเงินเราไปจ่ายให้ <br>
สักพัก มีจะมีหนี้ก้อนใหม่มาอีกแล้ว....เราท้อมากเลย รายได้ตอนนี้เราน้อยมาก ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ส่งให้แม่แล้วยังเหลือกินเหลือเก็บสบาย <br>
<br>
<br>
เราดูแลทุกอย่างภายในบ้าน โดยที่เราจะเงียบๆเฉยๆ เวลาแม่พาเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้าน เราก็จะหลบไปซักผ้าหลังบ้าน <br>
แม่ก็หาว่าเราประชดเค้า เราบอกว่า จะด่าเราแม่ดูหน้าหนูก่อนนะว่าหนูเป็นอะไรยังไง <br>
หลานน้อยเราอ้อนทุกวัน เรานอนวันละสี่ชั่งโมง และพอหลานหลับก็ลงมาทำงานจนดึกจึงนอน <br>
ร่างกายเราเริ่มอ่อนแอ และเราน๊อคเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่าเราเป็นโรคเครียด จนควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวเองไม่ได้ จนนำหนักเราพุ่งขึ้นอีกยี่สิบห้ากิโล <br>
<br>
เราเครียดมากเพราะป้าๆเพื่อนแม่ มาทักทุกวันว่าเราอ้วนฉุ สภาพดูไม่ได้ <br>
แถมพอเราบ่นว่าเราเหนื่อย เลี้ยงหลานเหนื่อย แม่ก็จะด่าว่าเราเสียๆหายๆ บอกว่าจะบอกพ่อ ว่าเราไม่เต็มใจมาอยู่บ้านทำตัวมีปัญหาเพราะห่างแฟน <br>
<br>
เราได้แต่ร้องไห้น้ำตาไหลอยู่เงียบๆ เราทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย เรากัลบมาอยู่กับเค้าเพราะเค้าบอกว่าตรอมใจที่เรามีสามี (เค้าพูดว่า เรียนจบแล้วมีผัวเลย) <br>
จนป่วยเสียค่ารักษาไปเยอะ เรารู้ว่าแม่เสียใจมากที่เราแต่งงานกับคนๆนี้ แต่แฟนเราเค้าก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เพียงแต่จนเท่านั้น <br>
<br>
เราบ่น หรือแสดงอารมณ์ไม่พอใจไม่ได้เลย เพราะแม่จะอาละวาดทุกงครั้ง และเราก็จะฟังแม่ด่า อยู่เงียบๆ รอให้เค้าออกจากบ้านไปหาเพื่อน <br>
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราระลึกเสมอว่าแม่ทำงานหนักมากตอนที่เรายังเด็ก และเลี้ยงดูแลเรามาอย่างดี เราจึงพยายามไม่คิดอะไร <br>
แล้วยิ่งตอนที่เราตัดสินใจจดทะเบียนกับแฟนโดยไม่บอกแม่ก่อน และปฏิเสธสินสอดและงานแต่ง ทั้งที่พ่อเรามีหน้ามีตาในสังคม ทำให้ท่านเสียหน้าและเสียใจมาก <br>
เราจึงพยายามไถ่บาปในตอนนี้ ซึ่งใครจะว่าอะไรเราก็ได้นะ เรายินดี เพราะเราบาปมากจริงๆที่ทำให้พ่อแม่เสียน้ำตา <br>
<br>
แต่เราเสียใจจริงๆ ที่แม่ไม่เคยสนใจเลยว่าเราเหนื่อยและเครียดแค่ไหน ที่ต้องทิ้งงานมา และพยายามอย่างยิ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ <br>
เสียใจที่ไม่มีใครในครอบครัว ทั้งแม่และพี่ ที่ยอมรับฟังเราเลย เราอึดอัด ทุกข์ทนอยู่ในใจ แต่ไม่มีใครสนใจจะฟัง ไม่มีใครยอมรับฟังเราเลย <br>
ถึงเราจะเล่าให้เพื่อน แฟน หรือเจ้านายเก่าเราฟัง แต่เขาก็ไม่ใช่คนในครอบครัวอยู่ดี เราอยากให้แม่เห็นใจเราบ้าง <br>
อยากให้แม่รับฟังและปลอบใจ ให้กำลังใจเราบ้างเท่านั้น ขอแค่เราได้พูดระบาย ปรับทุกข์กับแม่บ้าง เทานั้น อยากให้แม่รับฟังลูกบ้าง...... <br>
<br>
วันนี้เราอยากกินยานอนหลับสักกำ หลับไปเลย แล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก เราไม่อยากตื่นขึ้นมาแล้ว <br>
คนที่เรารักมากที่สุด ทำกับเราแบบนี้ เราก็หมดแล้ว <br>
อยากให้ใครเอาปืนจ่อสมองเรา ยิงให้ดับไปเลย เราจะเขียนหนังสือยินยอมไว้เอง <br>
เราไม่รู้จะอยู่ทำไมแล้ว <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
ขอโทษนะคะที่ท่านต้องเสียเวลามาอ่าน <br>
และขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ <br>
<br>
ถ้าท่านเห็นว่าดิฉันอกตัญญู นำแม่มาประจานก็เชิญด่าได้เลยค่ะ ฉันยินดีจะรับทุกๆคำ <br>
<br>
ขอบคุณมากค่ะ <br>
<br>
แต่มันก็ทนนะค๊ะแม่มันนิด่าสารพัดเลย ยกมาทั้งสวนสัตว์ บางทีมันล้างจานอยู่หน้าบ้านของมันดีๆแม่มันก็ยังโยนหม้อข้ามฟากมาให้มันเลยแหล่ะค่ะเห็นมันแล้วก็อดสงสารไม่ได้ทำอะไรต้องให้ได้ดั่งใจแม่มันทุกอย่างหายไปไหนไม่ได้เลยตะโกนเรียกบ้านแทบแตกด่าว่าลูกต่อหน้าเพื่อนๆลูกตอนเด็กๆบ้านอยู่ติดกะมัน มันจะโดนตีแม่มันยังมาตามให้ไปดูลูกตัวเองโดนตีดูซิค๊ะ ทุกคนย่อมมีปัญหาที่ต่างกันอีกอย่าคุณก็โตแล้วน่าจะลองคุยกะแม่ดีๆดูว่าให้เค้าเข้าใจเราบ้าง <br>
มันก็คงลำบากตรงที่ว่าเค้าเป็นแม่เรานี่แหล่ะซิ แต่ยังไงก็ขอเป็นกำลงัใจให้นะค๊ะ สู้ๆ อย่าคิดสั้น