มุมชวนคุย
การเลือกซื้อ-ใช้ ผ้าอนามัยจ้า
StrawberryPinky
13/12/2004 19:43
3,899 เข้าชม
ผ้าอนามัย หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซับเลือดประจำเดือน (ระดู) ทำจากวัสดุห่อหุ้มและวัสดุเนื้อใน มีขนาดตามกำหนด มีความนุ่มและสะอาดพร้อมทั้งมีคุณสมบัติดูดซึมของเหลวได้ดี <br>
<br>
ผ้าอนามัย จัดเป็นเครื่องอุปโภคที่จำเป็นสำหรับสตรี และมีปริมาณการใช้สูง จึงได้มีการควบคุมคุณภาพเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นเครื่องสำอางที่กำหนดคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 22 (2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 ผ้าอนามัย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ <br>
<br>
<br>
1) ผ้าอนามัยชนิดใช้ภายนอก หมายถึง ผ้าอนามัยที่ใช้รองรับดูดซึมเลือดประจำเดือน ซึ่งมิได้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอด และต้องผลิตให้ถูกสุขลักษณะ แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ <br>
<br>
- แบบมีห่วง <br>
<br>
- แบบแถบปลาย <br>
<br>
- แบบแถบกาว <br>
<br>
2) ผ้าอนามัยชนิดสอด หมายถึง ผ้าอนามัยที่ใช้สอดใส่เข้าในช่องคลอดเพื่อดูดซึมเลือดประจำเดือน และต้องผลิตโดยวิธีการปลอดเชื้อ <br>
<br>
<br>
<br>
ลักษณะที่ดีของผ้าอนามัย <br>
<br>
1. ดูจากภายนอกต้องสะอาด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม หรือรอยเปื้อนเปรอะ <br>
2. มีกลิ่นสะอาด ไม่อับชื้น <br>
3. การดูดซึมต้องเร็ว สามารถกระจายของเหลวจากส่วนกลางใปยังหัวท้าย <br>
4. ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือเกิดการระคายเคือง <br>
5. ภาชนะบรรจุผนึกสนิทเรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงต่าง ๆ <br>
<br>
<br>
คำแนะนำการใช้ผ้าอนามัย <br>
<br>
1. เวลาซื้อควรดูลักษณะของภาชนะบรรจุ ควรปิดสนิทและไม่มีกลิ่นอับชื้น <br>
2. เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรปิดกล่องหรือภาชนะบรรจุให้เรียบร้อย เก็บไว้ในที่มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลง ผ้าอนามัยที่เปิดกล่องใช้เหลือเก็บไว้นานๆ ไม่ควรเอามาใช้ <br>
3. ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแต่ละชิ้นนานเกินควร (ประมาณ 8 ชั่วโมง) โดยเฉพาะผ้าอนามัยชนิดสอดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าลืมทิ้งไว้ในช่องคลอด อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเกิดกลุ่มอาการเป็นพิษ เนื่องจากได้รับสารพิษ (Toxin) จากเชื้อแบคทีเรียพวกสตาฟีโลคอคคัส (Staphylococcus spp.) มีอาการปวดศีรษะ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เรียกกลุ่มอาการนี้ว่า ทอกซิค ชอคซินโดรม (Toxic Shock Syndrome) <br>
4. เมื่อใช้แล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น แพ้ คัน หรือ เกิดการระคายเคือง ควรเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น <br>
<br>
<br>
ผ้าอนามัย จัดเป็นเครื่องอุปโภคที่จำเป็นสำหรับสตรี และมีปริมาณการใช้สูง จึงได้มีการควบคุมคุณภาพเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นเครื่องสำอางที่กำหนดคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 22 (2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 ผ้าอนามัย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ <br>
<br>
<br>
1) ผ้าอนามัยชนิดใช้ภายนอก หมายถึง ผ้าอนามัยที่ใช้รองรับดูดซึมเลือดประจำเดือน ซึ่งมิได้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอด และต้องผลิตให้ถูกสุขลักษณะ แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ <br>
<br>
- แบบมีห่วง <br>
<br>
- แบบแถบปลาย <br>
<br>
- แบบแถบกาว <br>
<br>
2) ผ้าอนามัยชนิดสอด หมายถึง ผ้าอนามัยที่ใช้สอดใส่เข้าในช่องคลอดเพื่อดูดซึมเลือดประจำเดือน และต้องผลิตโดยวิธีการปลอดเชื้อ <br>
<br>
<br>
<br>
ลักษณะที่ดีของผ้าอนามัย <br>
<br>
1. ดูจากภายนอกต้องสะอาด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม หรือรอยเปื้อนเปรอะ <br>
2. มีกลิ่นสะอาด ไม่อับชื้น <br>
3. การดูดซึมต้องเร็ว สามารถกระจายของเหลวจากส่วนกลางใปยังหัวท้าย <br>
4. ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือเกิดการระคายเคือง <br>
5. ภาชนะบรรจุผนึกสนิทเรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงต่าง ๆ <br>
<br>
<br>
คำแนะนำการใช้ผ้าอนามัย <br>
<br>
1. เวลาซื้อควรดูลักษณะของภาชนะบรรจุ ควรปิดสนิทและไม่มีกลิ่นอับชื้น <br>
2. เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรปิดกล่องหรือภาชนะบรรจุให้เรียบร้อย เก็บไว้ในที่มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลง ผ้าอนามัยที่เปิดกล่องใช้เหลือเก็บไว้นานๆ ไม่ควรเอามาใช้ <br>
3. ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแต่ละชิ้นนานเกินควร (ประมาณ 8 ชั่วโมง) โดยเฉพาะผ้าอนามัยชนิดสอดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าลืมทิ้งไว้ในช่องคลอด อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเกิดกลุ่มอาการเป็นพิษ เนื่องจากได้รับสารพิษ (Toxin) จากเชื้อแบคทีเรียพวกสตาฟีโลคอคคัส (Staphylococcus spp.) มีอาการปวดศีรษะ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เรียกกลุ่มอาการนี้ว่า ทอกซิค ชอคซินโดรม (Toxic Shock Syndrome) <br>
4. เมื่อใช้แล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น แพ้ คัน หรือ เกิดการระคายเคือง ควรเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น <br>
<br>