มุมชวนคุย
วิธีป้องกันและรักษาสิว เรียนรู้และเข้าใจสิว
Hello
04/01/2005 20:51
2,404 เข้าชม
วิธีป้องกัน และ รักษาสิว เรียนรู้ และ เข้าใจ สิว ( วิธีดูแล รักษา ผิวพรรณ ) <br>
ป้องกัน และ รักษาสิวด้วยตัวเอง <br>
<br>
"สิว" เรื่องเล็กที่ไม่เล็กสำหรับสาวๆ เพราะเป็นขึ้นมาทีไร ไม่ค่อยจะ ยอมหาย ไปง่ายๆ แถมยังชอบขึ้น ในจุดเด่นๆ ให้ใครๆทัก จนเจ้าของ (สิว) อดจะกระอัก กระอ่วนใจไม่ได้ แต่ต่อไปนี้ คุณไม่ต้อง ลำบากใจ กับเรื่องเหล่านี้อีกแล้ว <br>
เพราะเรามีวิธีดูแล รักษาผิวพรรณ ทั้งยามก่อนและ หลังเป็นสิว มาให้ทดลอง ทำกันตั้งหลายวิธี ยังไงๆ ก็ต้องมีที่เหมาะ กับคุณสักข้อละน่า <br>
<br>
เรียนรู้และเข้าใจ "สิว" <br>
สิว เกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักเป็นมากที่สุดกับวัยรุ่น อายุระหว่าง 12-24 ปี ซึ่งโดยปกติแล้ว พออายุย่างเข้าเลขสาม สิวก็มักจะค่อยๆ หายไปเอง ยกเว้น ในบางช่วง ที่ระดับฮอร์โมน ผันแปร เช่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็อาจมีมาให้เห็นบ้างประปราย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร <br>
<br>
แต่ถ้าใครเป็นสิว แล้วไม่หายสักที สันนิษฐาน ไว้ก่อนได้เลยว่า อาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์ อันนี้รักษาเองไม่มีทางหายแน่ ควรรีบไปปรึกษา คุณหมอวิเคราะห์เจาะลึกกัน ไปเลยว่าใช้ยาอะไรดี ถ้านอกเหนือจากกรณีนี้ ทดลองวิธีป้องกันและรักษาสิว คงมีสักข้อที่เหมาะกับคุณ <br>
<br>
ป้องกัน และ รักษา"สิว" <br>
<br>
ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี <br>
<br>
1.1 ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์อย่างอ่อน วันละ 2 ครั้งเท่านั้น คือ 1 ครั้งในตอนเช้า และอีก 1 ครั้งในตอนเย็นหรือก่อนนอน ถ้าไม่แน่ใจว่า จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนดี ให้ลองปรึกษาคุณหมอ <br>
<br>
1.2 ล้างหน้าทุกครั้ง หลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก แต่เน้นว่า ล้างด้วย น้ำเปล่าเท่านั้น <br>
<br>
1.3 งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัด-ถู ทั้งหลายให้หมด รวมทั้งสบู่ที่ค่อน ข้างแรง เพราะนอกจากไม่ช่วยให้สิวหาย ยังอาจทำให้ระคายเคือง หรือติดเชื้อ มากขึ้น กว่าเดิม <br>
<br>
1.4 เมื่อใช้คลีนเซอร์ล้างหน้า ต้องล้างออกให้หมดจด อย่าให้มี คราบตกค้าง <br>
และการล้างหน้าต้องล้างให้ขึ้นไปตีนผม เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรก ที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไป สำหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน <br>
<br>
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหัวสิว <br>
<br>
การสัมผัสที่หัวสิว ไม่ว่าจะเป็นจับเพราะ อยากรู้ว่าเจ็บหรือเปล่า, จับเพราะ เห็นว่า ขนาดมันเริ่มโตขึ้น หรือจับเพราะคันไม่คันมือ อยากจะบีบมันออก ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว นอกจากไม่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ยังส่งผลเสียใน ระยะยาว คือทำให้เกิดแผลเป็นอันไม่พึงประสงค์ขึ้นบนหน้า ถ้าไม่อยาก มีรอยแผลเป็นเอาไว้เตือนใจละก็ ดูแต่ตา (มืออย่าต้อง) เป็นดีที่สุด <br>
<br>
ไม่ควรอาบแดด <br>
<br>
หลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่า อาบแดด ช่วยให้สิวยุบ จริงๆแล้วไม่เกี่ยว กันเลย แต่ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้น เพราะสีผิวที่คล้ำขึ้น ทำให้มองเห็นเม็ดสิว ไม่ชัด และแสงแดดทำให้ผิวแห้งขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าจะพูดถึงผลระยะยาว การอาบแดดน่ะมีแต่ภัยร้ายทั้งนั้น ทำให้ผิวเ<font color=red>กรุณาใช้คำสุภาพด้วยค่ะ</font>่ยวย่นก่อนวัย แถมยังอาจ มีมะเร็งผิวหนังเป็นของแถม และสำหรับคนที่ทายาแก้สิว การถูกแสงแดด แรงๆ จะทำให้ผิวไหม้เสียด้วยซี เห็นไหมว่าไม่มีข้อดีเลย เก็บผิวไว้สู้แดด ตอนที่สิวหายแล้วจะดีกว่า <br>
<br>
เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะสม <br>
<br>
1.1 ช่วงที่รักษาสิว ถ้าจะให้ได้ผลดี ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอาง ประเภท ปราศจากน้ำมัน (oil-free) ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น, บรัชออน, อายแชว์โดว์ หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ <br>
1.2 อย่าตื่นตกใจ ถ้าช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ของการ รักษาสิว อาจจะทารองพื้นยากไปสักนิด เพราะตัวยาบางประเภท เช่น topical tretinoin หรือ benzoyl poroxide ทำให้ผิวแดง หรือเป็น สะเก็ด แต่ไม่นานอาการนี้จะหายไปเอง <br>
1.3 งดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผมสักระยะ เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มักตกค้างอยู่ ที่ตีนผม ให้เกิดสิว หรือก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น -เลือกใช้เครื่อง สำอางที่มีป้ายบอกว่า no<font color=red>กรุณาใช้คำสุภาพด้วยค่ะ</font>edogenic (ไม่ก่อให้เกิดสิว) <br>
<br>
ทำความสะอาดรูขุมชนด้วยสมุนไพร <br>
<br>
ทำความสะอาดรูขุมขนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ด้วยไอน้ำจากสมุนไพร ธรรมชาติ <br>
ส่วนผสม <br>
-ใบไธม์แห้ง (thyme-เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง) 2 ช้อนโต๊ะ <br>
- ลาเวนเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ <br>
- น้ำร้อน 1 ชามอ่าง <br>
วิธีการทำก็ง่ายๆ แค่นำส่วนผสมใส่รวมกันในชามอ่าง แล้วใช้ผ้าขนหนู คลุม ศรีษะไว้เหนือชามอ่าง เพื่อให้ใบหน้าได้รับ ไอน้ำจากสมุนไพร ทั้งสองชนิด ประมาณ 10 นาที <br>
หมายเหตุ : <br>
ระวังอย่าเอาหน้าเข้าไปใกล้เกินไป ผิวอาจจะเกิดอาการแสบ เพราะความร้อน : สมุนไพรทั้งสองชนิด มีคุณสมบัติในการปกป้อง ผิวจากเชื้อจุลินทรีย์ และช่วยไม่ให้เกิดการติดเชื้อ <br>
<br>
กินอาหารสร้างเซลล์ผิว <br>
<br>
สำหรับคนที่เป็นสิว ให้กินสังกะสี (จากในอาหาร หรือชนิดเม็ดก็ได้) วันละประมาณ 30-45 มิลลิกรัม จะช่วยให้ร่างกาย สร้างเนื้อเยื่อผิว ใหม่ได้ดีขึ้น <br>
<br>
"โกน" อย่างไรให้ปลอดภัย <br>
<br>
ข้อสุดท้าย <br>
เผื่อสำหรับสาวๆ ที่แฟนหนุ่มมี ปัญหาเรื่องสิว การโกนหนวด ก็มีผลกับสิวเหมือนกัน เพราะเป็นหนึ่งใน กิจกรรมที่สร้างความระคาย เคืองให้กับผิว <br>
<br>
วิธีการโกนหนวดที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ ให้เลือกที่โกนหนวด ที่เหมาะมือ (จะได้ไม่พลาดพลั้งเวลาโกน) ใบมีดคม (ทำให้โกนง่าย) และใช้สบู่และน้ำ ทำความสะอาดหนวดเสีย ก่อน แล้วจึงค่อยชโลมครีม โกนหนวดลงไป จะทำให้เส้นขนนุ่มและโกนง่ายขึ้น
ป้องกัน และ รักษาสิวด้วยตัวเอง <br>
<br>
"สิว" เรื่องเล็กที่ไม่เล็กสำหรับสาวๆ เพราะเป็นขึ้นมาทีไร ไม่ค่อยจะ ยอมหาย ไปง่ายๆ แถมยังชอบขึ้น ในจุดเด่นๆ ให้ใครๆทัก จนเจ้าของ (สิว) อดจะกระอัก กระอ่วนใจไม่ได้ แต่ต่อไปนี้ คุณไม่ต้อง ลำบากใจ กับเรื่องเหล่านี้อีกแล้ว <br>
เพราะเรามีวิธีดูแล รักษาผิวพรรณ ทั้งยามก่อนและ หลังเป็นสิว มาให้ทดลอง ทำกันตั้งหลายวิธี ยังไงๆ ก็ต้องมีที่เหมาะ กับคุณสักข้อละน่า <br>
<br>
เรียนรู้และเข้าใจ "สิว" <br>
สิว เกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักเป็นมากที่สุดกับวัยรุ่น อายุระหว่าง 12-24 ปี ซึ่งโดยปกติแล้ว พออายุย่างเข้าเลขสาม สิวก็มักจะค่อยๆ หายไปเอง ยกเว้น ในบางช่วง ที่ระดับฮอร์โมน ผันแปร เช่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็อาจมีมาให้เห็นบ้างประปราย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร <br>
<br>
แต่ถ้าใครเป็นสิว แล้วไม่หายสักที สันนิษฐาน ไว้ก่อนได้เลยว่า อาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์ อันนี้รักษาเองไม่มีทางหายแน่ ควรรีบไปปรึกษา คุณหมอวิเคราะห์เจาะลึกกัน ไปเลยว่าใช้ยาอะไรดี ถ้านอกเหนือจากกรณีนี้ ทดลองวิธีป้องกันและรักษาสิว คงมีสักข้อที่เหมาะกับคุณ <br>
<br>
ป้องกัน และ รักษา"สิว" <br>
<br>
ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี <br>
<br>
1.1 ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์อย่างอ่อน วันละ 2 ครั้งเท่านั้น คือ 1 ครั้งในตอนเช้า และอีก 1 ครั้งในตอนเย็นหรือก่อนนอน ถ้าไม่แน่ใจว่า จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนดี ให้ลองปรึกษาคุณหมอ <br>
<br>
1.2 ล้างหน้าทุกครั้ง หลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก แต่เน้นว่า ล้างด้วย น้ำเปล่าเท่านั้น <br>
<br>
1.3 งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัด-ถู ทั้งหลายให้หมด รวมทั้งสบู่ที่ค่อน ข้างแรง เพราะนอกจากไม่ช่วยให้สิวหาย ยังอาจทำให้ระคายเคือง หรือติดเชื้อ มากขึ้น กว่าเดิม <br>
<br>
1.4 เมื่อใช้คลีนเซอร์ล้างหน้า ต้องล้างออกให้หมดจด อย่าให้มี คราบตกค้าง <br>
และการล้างหน้าต้องล้างให้ขึ้นไปตีนผม เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรก ที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไป สำหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน <br>
<br>
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหัวสิว <br>
<br>
การสัมผัสที่หัวสิว ไม่ว่าจะเป็นจับเพราะ อยากรู้ว่าเจ็บหรือเปล่า, จับเพราะ เห็นว่า ขนาดมันเริ่มโตขึ้น หรือจับเพราะคันไม่คันมือ อยากจะบีบมันออก ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว นอกจากไม่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ยังส่งผลเสียใน ระยะยาว คือทำให้เกิดแผลเป็นอันไม่พึงประสงค์ขึ้นบนหน้า ถ้าไม่อยาก มีรอยแผลเป็นเอาไว้เตือนใจละก็ ดูแต่ตา (มืออย่าต้อง) เป็นดีที่สุด <br>
<br>
ไม่ควรอาบแดด <br>
<br>
หลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่า อาบแดด ช่วยให้สิวยุบ จริงๆแล้วไม่เกี่ยว กันเลย แต่ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้น เพราะสีผิวที่คล้ำขึ้น ทำให้มองเห็นเม็ดสิว ไม่ชัด และแสงแดดทำให้ผิวแห้งขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าจะพูดถึงผลระยะยาว การอาบแดดน่ะมีแต่ภัยร้ายทั้งนั้น ทำให้ผิวเ<font color=red>กรุณาใช้คำสุภาพด้วยค่ะ</font>่ยวย่นก่อนวัย แถมยังอาจ มีมะเร็งผิวหนังเป็นของแถม และสำหรับคนที่ทายาแก้สิว การถูกแสงแดด แรงๆ จะทำให้ผิวไหม้เสียด้วยซี เห็นไหมว่าไม่มีข้อดีเลย เก็บผิวไว้สู้แดด ตอนที่สิวหายแล้วจะดีกว่า <br>
<br>
เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะสม <br>
<br>
1.1 ช่วงที่รักษาสิว ถ้าจะให้ได้ผลดี ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอาง ประเภท ปราศจากน้ำมัน (oil-free) ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น, บรัชออน, อายแชว์โดว์ หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ <br>
1.2 อย่าตื่นตกใจ ถ้าช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ของการ รักษาสิว อาจจะทารองพื้นยากไปสักนิด เพราะตัวยาบางประเภท เช่น topical tretinoin หรือ benzoyl poroxide ทำให้ผิวแดง หรือเป็น สะเก็ด แต่ไม่นานอาการนี้จะหายไปเอง <br>
1.3 งดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผมสักระยะ เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มักตกค้างอยู่ ที่ตีนผม ให้เกิดสิว หรือก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น -เลือกใช้เครื่อง สำอางที่มีป้ายบอกว่า no<font color=red>กรุณาใช้คำสุภาพด้วยค่ะ</font>edogenic (ไม่ก่อให้เกิดสิว) <br>
<br>
ทำความสะอาดรูขุมชนด้วยสมุนไพร <br>
<br>
ทำความสะอาดรูขุมขนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ด้วยไอน้ำจากสมุนไพร ธรรมชาติ <br>
ส่วนผสม <br>
-ใบไธม์แห้ง (thyme-เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง) 2 ช้อนโต๊ะ <br>
- ลาเวนเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ <br>
- น้ำร้อน 1 ชามอ่าง <br>
วิธีการทำก็ง่ายๆ แค่นำส่วนผสมใส่รวมกันในชามอ่าง แล้วใช้ผ้าขนหนู คลุม ศรีษะไว้เหนือชามอ่าง เพื่อให้ใบหน้าได้รับ ไอน้ำจากสมุนไพร ทั้งสองชนิด ประมาณ 10 นาที <br>
หมายเหตุ : <br>
ระวังอย่าเอาหน้าเข้าไปใกล้เกินไป ผิวอาจจะเกิดอาการแสบ เพราะความร้อน : สมุนไพรทั้งสองชนิด มีคุณสมบัติในการปกป้อง ผิวจากเชื้อจุลินทรีย์ และช่วยไม่ให้เกิดการติดเชื้อ <br>
<br>
กินอาหารสร้างเซลล์ผิว <br>
<br>
สำหรับคนที่เป็นสิว ให้กินสังกะสี (จากในอาหาร หรือชนิดเม็ดก็ได้) วันละประมาณ 30-45 มิลลิกรัม จะช่วยให้ร่างกาย สร้างเนื้อเยื่อผิว ใหม่ได้ดีขึ้น <br>
<br>
"โกน" อย่างไรให้ปลอดภัย <br>
<br>
ข้อสุดท้าย <br>
เผื่อสำหรับสาวๆ ที่แฟนหนุ่มมี ปัญหาเรื่องสิว การโกนหนวด ก็มีผลกับสิวเหมือนกัน เพราะเป็นหนึ่งใน กิจกรรมที่สร้างความระคาย เคืองให้กับผิว <br>
<br>
วิธีการโกนหนวดที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ ให้เลือกที่โกนหนวด ที่เหมาะมือ (จะได้ไม่พลาดพลั้งเวลาโกน) ใบมีดคม (ทำให้โกนง่าย) และใช้สบู่และน้ำ ทำความสะอาดหนวดเสีย ก่อน แล้วจึงค่อยชโลมครีม โกนหนวดลงไป จะทำให้เส้นขนนุ่มและโกนง่ายขึ้น