ความรัก
เมื่อรักจาง.....กับบางคน
My_heart
22/07/2010 12:41
1,605 เข้าชม
ตอนที่ 1 : <br>
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ฉันมีอายุแค่ยี่สิบ...เป็นเด็ก ตจว. มาทำงานใน กทม. ...(ชีวิตช่างน่าสงสารเสียนี่กระไร)...ประจวบเหมาะ......เพื่อนที่เข้ามาทำงานด้วยกันดันใจร้อนมีแฟนซะก่อน......ฉันเลยต้องโดดเดี่ยว เดียวดาย......เกิดเป็นความอ้างว้าง......จึงตัดสินใจว่า.....ถ้าฉันมีบ้างก็ดีจิ......ฮิ้ววววววว.....โดยไม่รู้หนทางข้างหน้า คิดได้แค่นี้......ฉันจึงได้พบรักกับเธอ....กี๊ดดดดดดด....หาแฟนได้แล้วเฟ้ยยยยย....ไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว.....เพื่อนๆ ก็เพื่อนเหอะ....ไม่ง้อก็ได้...... <br>
ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้ชายในฝันของฉันหรอกนะ.....ก็เป็นที่ทราบว่าผู้หญิงอายุยี่สิบอะ แทบทุกรายตั้งสเป็กผู้ชายตัวเองไว้สูง...........แต่.......มีเหตุผล........ด้วยความที่ฉันชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่.....คิดว่าเขาต้องสามารถดูแล....ปกป้องฉันได้ และเป็นได้ทั้งพี่ และเพื่อน.......ฉันจึงเลือกเธอ.......ผู้ที่ผ่านการมีชีวิตครอบครัวมาแล้วและมีลูกติดอีกหนึ่งหน่อ.....โดยไม่คิดถึงหนทางข้างหน้า......ก็แน่ละ ครายจะปายรู้ฟ่ะ......ซื่อนิ.......อะเล่าต่อ <br>
และมีอายุห่างกับฉันถึง......เก้าปี.......ฉันจึงตกลงปลงใจร่วมชีวิตกับเขา โดยยังไม่ให้ทางบ้านของเขาและของฉันรู้เรื่อง และด้วยความที่อ่อนต่อโลก.....ใส.....ซื่อ.......ฉันจึงอยู่ในโอวาทของเขา เชื่อฟังเขาทุกอย่าง ยอมให้เขานำทางในทุกเรื่อง.......เขาก็ดีกับฉันทุกอย่าง.........และยังได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน แต่คนละแผนก เลิกงานพร้อมกัน เข้างานพร้อมกัน.....อูย....แรกรัก.....อะไรก็ดี.....แต่มีบ้างที่เขาต้องไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ซึ่งบางครั้งฉันไม่ค่อยชอบ เพราะฉันต้องอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว และเวลาเขาไปสังสรรค์ทุกครั้ง เขาจะกลับเข้าบ้านอีกทีก็เช้าวันใหม่ <br>
และก็เริ่มบ่อยขึ้น.....ชักถี่......ฉันก็ไม่พอใจ....แต่ไม่ถึงกับโวยวายชวนทะเลาะ....เพราะไม่ชอบการมีเรื่อง....จึงแสดงออกให้เขารู้ว่าฉันโกรธ และไม่ชอบการกระทำของเขา โดยการเงียบ......ทำเฉย....ไม่สนใจ....เหมือนเขาไม่ได้อยู่ร่วมห้อง.....คิดว่าเขาไม่มีตัวตน......และไม่คุยด้วย........เช้าก็แต่งตัวไปทำงาน......แต่พอไปเจอเพื่อน ทำงานยุ่งๆ คุยโน้นคุยนี้ ความโกรธที่มีต่อเขาก็เริ่มลดลง........และบวกกับความรักที่มีต่อเขา....พอเลิกงานฉันก็รีบซื้อข้าว ซื้อน้ำหวานมาให้ เพราะเชื่อว่าคนสร่างเหล้าจะปวดหัว.....ต้องกินน้ำหวาน...(ยังใจดีคิดถึงใจคนอื่น นี่แหละฉัน).... และแอบคิดในใจ พร้อมภาวนาว่าอีกหน่อยเขาจะต้องเกรงใจฉันบ้าง ที่ไม่โวยวาย ชวนทะเลาะ และคงจะเพลาๆ ลงไปเอง.....(นี่แหละผู้หญิง คิดซะแบบนี้ ว่าสักวันผู้ชายต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เขารัก....ก็คือเรา...โดยไม่รู้ข้างหน้า.......) <br>
แต่......... ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม.......เหมือนเดิม.......แล้วฉันก็เริ่มทนไม่ได้......เลยชวนเขาให้กลับไปอยู่บ้านฉันที่บ้านนอก เพราะคิดว่าให้เขาออกจากสังคมแบบนี้ เขาอาจจะดีขึ้น.......ก็ได้ผลนะ เกินคาด.....เขาเห็นด้วย เราทั้งสองจึงออกจากงาน โดยเขาบอกทางบ้านว่างานที่ทำต้องออก หาลูกค้าตาม ตจว. ... ฉันก็ไม่สนใจ เพราะไม่เกี่ยวกับฉัน เขาต้องแก้ตัวกับทางบ้านเอง.....เรื่องของเขา.....ซึ่งฉันก็ไม่เคยขอให้เขาพาเข้าบ้านนะ...(เพราะฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน) <br>
แต่สำหรับทางบ้านฉัน ก็รู้เรื่องก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว จากปากพี่สาวตัวแสบ....(อันนี้ไม่พูดถึงนะ ข้ามไปเลยละกัน).....ซึ่งทางบ้านฉันก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพราะฉันมีแม่คนเดียว ท่านจึงตามใจ และยิ่งได้รู้ว่าตอนที่ลูกทำงานอยู่ กทม. มีพี่เขาคอยห่วงใย แม่ก็คลายห่วง.....ขี้คร้าน รู้สึกจะรักและหลงลูกเขยมาก....ฝากฝั่งลูกสาวซะแบบห้ามเอามาคืนซะอย่างนั้น....อะเล่าต่อ <br>
และเมื่อกลับไปเปิดที่บ้านนอก....ก็ได้การอุปถัมภ์จากเขา เพราะเขาบอกว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการเอง...(ดีเลย เพราะฉันก็ไม่มีตังค์ด้วย..) ซึ่งรูปแบบร้าน ก็จะรับทำเอกสารต่างๆ ถ่ายเอกสารและงานพิมพ์ทุกชนิด เพราะที่บ้านอยู่ใกล้กับสถานศึกษา จึงทำร้านแนวๆ นี้ได้ <br>
แต่ทุกอาทิตย์เขาต้องตีรถจาก ตจว. เพื่อกลับมา กทม. (เพราะเขาบอกทางบ้านเขาว่า ออกงาน ตจว.)........และก็กลับไปเยี่ยมลูกเขาด้วยซึ่งอยู่กับปู่ย่าตั้งแต่เล็กๆ....ฉันก็ไม่ขัดข้องอะไร เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า....ทำไมสบายจัง เมื่อเขาไม่อยู่......รู้สึกโล่ง....ทำอะไรได้ตามใจ....ออกไปตลาดกับพี่สาว ทำกับข้าวและ.....คิด หรือพูดอะไรกับลูกค้าที่มาติดต่อได้แบบเป็นตัวของตัวเอง.....ซึ่งต่างจากเวลาที่เขาอยู่ด้วย เขาจะต้องคอยสอน คอยบอกตลอดว่าต้องพูดแบบนี้ ทำแบบนี้ <br>
"เขา" : นี่...เธอ...มารับลูกค้าหน่อย <br>
"ฉัน" : (ล้างถ้วยอยู่ในครัว).....จ้า....เดี่ยวออกไป.... <br>
ลูกค้าก็รอ รอ รอ......แล้วฉันก็วิ่งออกมา.... <br>
พอวิ่งเข้าประตูมา เจอสายตาพิฆาต... ประมาณว่า ทำอะไรอยู่ช้าจัง..... <br>
(แล้วคุยกับลูกค้า....) พอเสร็จแล้ว.... <br>
"ฉัน" : กำลังทำกับข้าวอยู่ แล้วทำไมเธอไม่รับงานให้หน่อยละ ลูกค้าก็จะได้ไม่รอนาน <br>
"เขา" : ก็เธอต้องหัดทำเองซิ จะได้ทำเป็น แล้วเนี่ย เมื่อกี้ทำมัยคุยแบบนี้ละ....ทำไมไม่คุยแบบนี้ละ...... <br>
"ฉัน" : (คิดในใจ...แล้วเมื่อกี้มัยไม่รับเองฟ่ะ)...แต่ก็ตอบเขาไปว่า......อือๆๆๆ อืมๆๆๆๆ <br>
"เขา" : แล้วก็ไม่ต้องทำหรอกกับข้าว.... ซื้อเขากินง่ายกว่า เนี่ยร้านข้าวก็มีข้างๆ เอง...เผื่อลูกค้ามาจะได้ไม่ต้องรอ... <br>
<br>
.......แรกๆ ฉันก็ไม่คิดอะไร ก็ทำตามเขา.... ซึ่งก็มีในบางครั้งที่ขัดแย้งกัน....แต่ฉันก็จะเป็นเหมือนเดิม คือ....ไม่พูด เพราะไม่อยากมีเรื่อง....ยอมๆ ....และก็คิดว่า (เอาอีกละ คิดอีกแล้ว) ก็คิดว่า อีกหน่อยเขาก็คงเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น และก็คิดว่าเราก็ทำได้เอง เพราะเราก็จะโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น.....(อืม...คิดได้อีก) <br>
ผ่านไปสองปี.....อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่เขาไปเยียมบ้านกลับมา และบอกว่ามีเพื่อนชวนให้ลงทุนทำธุรกิจ เขาก็บอกว่าเราไปทำกับเขาดีมั้ย... <br>
"เขา" : เนี่ย...จะได้ไม่ต้องนั่งรถเทียวไปเทียวกลับ ตจว. กับ กทม. งัย แล้วได้เงินเยอะกว่าทำแบบนี้อีก เราต้องมีอนาคตนะ เธอก็ไปช่วยทำเรื่องเอกสาร ติดต่อลูกค้างัย <br>
"ฉัน" : อืม...เหรอ...เธอก็ไปทำซิ ส่วนฉันก็ทำอยู่ทางนี้ ช่วยกันงัย......(ในใจไม่อยากไป เพราะเคยได้ยินเขาพูดกันว่า ผัวเมียอย่าทำงานที่เดียวกัน แล้วยิ่งทำงานร่วมกันแบบนี้) <br>
"เขา" : อย่าเลย เราเป็นห่วง ที่นี้ก็รายได้ไม่เท่าไหร่เอง พออยู่ในวันๆ ไปทำด้วยกันเหอะ อยู่ห่างกันไม่ดีหรอก <br>
"ฉัน" : ......เงียบ....(ในใจพูดฉอดๆๆๆ เลยว่าไม่เอา ไม่เอา) แต่........ก็บอกเขาไปว่า ....อือ...ก็ได้....เอาก็เอา.... <br>
วันรุ่งขึ้นก็เริ่มทยอยเคลียร์งานที่ค้าง และก็ทยอยเก็บของ.........(ฉันจะกลับ กทม. อีกแล้ว....กลับไปหาความวุ่ยวาย...).............................. <br>
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ฉันมีอายุแค่ยี่สิบ...เป็นเด็ก ตจว. มาทำงานใน กทม. ...(ชีวิตช่างน่าสงสารเสียนี่กระไร)...ประจวบเหมาะ......เพื่อนที่เข้ามาทำงานด้วยกันดันใจร้อนมีแฟนซะก่อน......ฉันเลยต้องโดดเดี่ยว เดียวดาย......เกิดเป็นความอ้างว้าง......จึงตัดสินใจว่า.....ถ้าฉันมีบ้างก็ดีจิ......ฮิ้ววววววว.....โดยไม่รู้หนทางข้างหน้า คิดได้แค่นี้......ฉันจึงได้พบรักกับเธอ....กี๊ดดดดดดด....หาแฟนได้แล้วเฟ้ยยยยย....ไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว.....เพื่อนๆ ก็เพื่อนเหอะ....ไม่ง้อก็ได้...... <br>
ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้ชายในฝันของฉันหรอกนะ.....ก็เป็นที่ทราบว่าผู้หญิงอายุยี่สิบอะ แทบทุกรายตั้งสเป็กผู้ชายตัวเองไว้สูง...........แต่.......มีเหตุผล........ด้วยความที่ฉันชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่.....คิดว่าเขาต้องสามารถดูแล....ปกป้องฉันได้ และเป็นได้ทั้งพี่ และเพื่อน.......ฉันจึงเลือกเธอ.......ผู้ที่ผ่านการมีชีวิตครอบครัวมาแล้วและมีลูกติดอีกหนึ่งหน่อ.....โดยไม่คิดถึงหนทางข้างหน้า......ก็แน่ละ ครายจะปายรู้ฟ่ะ......ซื่อนิ.......อะเล่าต่อ <br>
และมีอายุห่างกับฉันถึง......เก้าปี.......ฉันจึงตกลงปลงใจร่วมชีวิตกับเขา โดยยังไม่ให้ทางบ้านของเขาและของฉันรู้เรื่อง และด้วยความที่อ่อนต่อโลก.....ใส.....ซื่อ.......ฉันจึงอยู่ในโอวาทของเขา เชื่อฟังเขาทุกอย่าง ยอมให้เขานำทางในทุกเรื่อง.......เขาก็ดีกับฉันทุกอย่าง.........และยังได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน แต่คนละแผนก เลิกงานพร้อมกัน เข้างานพร้อมกัน.....อูย....แรกรัก.....อะไรก็ดี.....แต่มีบ้างที่เขาต้องไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ซึ่งบางครั้งฉันไม่ค่อยชอบ เพราะฉันต้องอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว และเวลาเขาไปสังสรรค์ทุกครั้ง เขาจะกลับเข้าบ้านอีกทีก็เช้าวันใหม่ <br>
และก็เริ่มบ่อยขึ้น.....ชักถี่......ฉันก็ไม่พอใจ....แต่ไม่ถึงกับโวยวายชวนทะเลาะ....เพราะไม่ชอบการมีเรื่อง....จึงแสดงออกให้เขารู้ว่าฉันโกรธ และไม่ชอบการกระทำของเขา โดยการเงียบ......ทำเฉย....ไม่สนใจ....เหมือนเขาไม่ได้อยู่ร่วมห้อง.....คิดว่าเขาไม่มีตัวตน......และไม่คุยด้วย........เช้าก็แต่งตัวไปทำงาน......แต่พอไปเจอเพื่อน ทำงานยุ่งๆ คุยโน้นคุยนี้ ความโกรธที่มีต่อเขาก็เริ่มลดลง........และบวกกับความรักที่มีต่อเขา....พอเลิกงานฉันก็รีบซื้อข้าว ซื้อน้ำหวานมาให้ เพราะเชื่อว่าคนสร่างเหล้าจะปวดหัว.....ต้องกินน้ำหวาน...(ยังใจดีคิดถึงใจคนอื่น นี่แหละฉัน).... และแอบคิดในใจ พร้อมภาวนาว่าอีกหน่อยเขาจะต้องเกรงใจฉันบ้าง ที่ไม่โวยวาย ชวนทะเลาะ และคงจะเพลาๆ ลงไปเอง.....(นี่แหละผู้หญิง คิดซะแบบนี้ ว่าสักวันผู้ชายต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เขารัก....ก็คือเรา...โดยไม่รู้ข้างหน้า.......) <br>
แต่......... ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม.......เหมือนเดิม.......แล้วฉันก็เริ่มทนไม่ได้......เลยชวนเขาให้กลับไปอยู่บ้านฉันที่บ้านนอก เพราะคิดว่าให้เขาออกจากสังคมแบบนี้ เขาอาจจะดีขึ้น.......ก็ได้ผลนะ เกินคาด.....เขาเห็นด้วย เราทั้งสองจึงออกจากงาน โดยเขาบอกทางบ้านว่างานที่ทำต้องออก หาลูกค้าตาม ตจว. ... ฉันก็ไม่สนใจ เพราะไม่เกี่ยวกับฉัน เขาต้องแก้ตัวกับทางบ้านเอง.....เรื่องของเขา.....ซึ่งฉันก็ไม่เคยขอให้เขาพาเข้าบ้านนะ...(เพราะฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน) <br>
แต่สำหรับทางบ้านฉัน ก็รู้เรื่องก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว จากปากพี่สาวตัวแสบ....(อันนี้ไม่พูดถึงนะ ข้ามไปเลยละกัน).....ซึ่งทางบ้านฉันก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพราะฉันมีแม่คนเดียว ท่านจึงตามใจ และยิ่งได้รู้ว่าตอนที่ลูกทำงานอยู่ กทม. มีพี่เขาคอยห่วงใย แม่ก็คลายห่วง.....ขี้คร้าน รู้สึกจะรักและหลงลูกเขยมาก....ฝากฝั่งลูกสาวซะแบบห้ามเอามาคืนซะอย่างนั้น....อะเล่าต่อ <br>
และเมื่อกลับไปเปิดที่บ้านนอก....ก็ได้การอุปถัมภ์จากเขา เพราะเขาบอกว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการเอง...(ดีเลย เพราะฉันก็ไม่มีตังค์ด้วย..) ซึ่งรูปแบบร้าน ก็จะรับทำเอกสารต่างๆ ถ่ายเอกสารและงานพิมพ์ทุกชนิด เพราะที่บ้านอยู่ใกล้กับสถานศึกษา จึงทำร้านแนวๆ นี้ได้ <br>
แต่ทุกอาทิตย์เขาต้องตีรถจาก ตจว. เพื่อกลับมา กทม. (เพราะเขาบอกทางบ้านเขาว่า ออกงาน ตจว.)........และก็กลับไปเยี่ยมลูกเขาด้วยซึ่งอยู่กับปู่ย่าตั้งแต่เล็กๆ....ฉันก็ไม่ขัดข้องอะไร เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า....ทำไมสบายจัง เมื่อเขาไม่อยู่......รู้สึกโล่ง....ทำอะไรได้ตามใจ....ออกไปตลาดกับพี่สาว ทำกับข้าวและ.....คิด หรือพูดอะไรกับลูกค้าที่มาติดต่อได้แบบเป็นตัวของตัวเอง.....ซึ่งต่างจากเวลาที่เขาอยู่ด้วย เขาจะต้องคอยสอน คอยบอกตลอดว่าต้องพูดแบบนี้ ทำแบบนี้ <br>
"เขา" : นี่...เธอ...มารับลูกค้าหน่อย <br>
"ฉัน" : (ล้างถ้วยอยู่ในครัว).....จ้า....เดี่ยวออกไป.... <br>
ลูกค้าก็รอ รอ รอ......แล้วฉันก็วิ่งออกมา.... <br>
พอวิ่งเข้าประตูมา เจอสายตาพิฆาต... ประมาณว่า ทำอะไรอยู่ช้าจัง..... <br>
(แล้วคุยกับลูกค้า....) พอเสร็จแล้ว.... <br>
"ฉัน" : กำลังทำกับข้าวอยู่ แล้วทำไมเธอไม่รับงานให้หน่อยละ ลูกค้าก็จะได้ไม่รอนาน <br>
"เขา" : ก็เธอต้องหัดทำเองซิ จะได้ทำเป็น แล้วเนี่ย เมื่อกี้ทำมัยคุยแบบนี้ละ....ทำไมไม่คุยแบบนี้ละ...... <br>
"ฉัน" : (คิดในใจ...แล้วเมื่อกี้มัยไม่รับเองฟ่ะ)...แต่ก็ตอบเขาไปว่า......อือๆๆๆ อืมๆๆๆๆ <br>
"เขา" : แล้วก็ไม่ต้องทำหรอกกับข้าว.... ซื้อเขากินง่ายกว่า เนี่ยร้านข้าวก็มีข้างๆ เอง...เผื่อลูกค้ามาจะได้ไม่ต้องรอ... <br>
<br>
.......แรกๆ ฉันก็ไม่คิดอะไร ก็ทำตามเขา.... ซึ่งก็มีในบางครั้งที่ขัดแย้งกัน....แต่ฉันก็จะเป็นเหมือนเดิม คือ....ไม่พูด เพราะไม่อยากมีเรื่อง....ยอมๆ ....และก็คิดว่า (เอาอีกละ คิดอีกแล้ว) ก็คิดว่า อีกหน่อยเขาก็คงเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น และก็คิดว่าเราก็ทำได้เอง เพราะเราก็จะโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น.....(อืม...คิดได้อีก) <br>
ผ่านไปสองปี.....อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่เขาไปเยียมบ้านกลับมา และบอกว่ามีเพื่อนชวนให้ลงทุนทำธุรกิจ เขาก็บอกว่าเราไปทำกับเขาดีมั้ย... <br>
"เขา" : เนี่ย...จะได้ไม่ต้องนั่งรถเทียวไปเทียวกลับ ตจว. กับ กทม. งัย แล้วได้เงินเยอะกว่าทำแบบนี้อีก เราต้องมีอนาคตนะ เธอก็ไปช่วยทำเรื่องเอกสาร ติดต่อลูกค้างัย <br>
"ฉัน" : อืม...เหรอ...เธอก็ไปทำซิ ส่วนฉันก็ทำอยู่ทางนี้ ช่วยกันงัย......(ในใจไม่อยากไป เพราะเคยได้ยินเขาพูดกันว่า ผัวเมียอย่าทำงานที่เดียวกัน แล้วยิ่งทำงานร่วมกันแบบนี้) <br>
"เขา" : อย่าเลย เราเป็นห่วง ที่นี้ก็รายได้ไม่เท่าไหร่เอง พออยู่ในวันๆ ไปทำด้วยกันเหอะ อยู่ห่างกันไม่ดีหรอก <br>
"ฉัน" : ......เงียบ....(ในใจพูดฉอดๆๆๆ เลยว่าไม่เอา ไม่เอา) แต่........ก็บอกเขาไปว่า ....อือ...ก็ได้....เอาก็เอา.... <br>
วันรุ่งขึ้นก็เริ่มทยอยเคลียร์งานที่ค้าง และก็ทยอยเก็บของ.........(ฉันจะกลับ กทม. อีกแล้ว....กลับไปหาความวุ่ยวาย...).............................. <br>
...จากที่รักเขามาก มาก ถึงมากที่สุด (ณ เวลานั้น) ทำให้ทุกอย่าง อันไหนเขาไม่ชอบ ก็จะไม่ทำ เพราะกลัวเขาไม่รักเรา.......ยอมห่างเพื่อน เรียกได้ว่าทิ้งเพื่อนเลยก็ว่าได้ (ซึ่งปกติเป็นคนคบเพื่อนไม่เยอะอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่เหลือใครเลย)...คนนี้เขาไม่ชอบ เราก็จะห่างๆ เพื่อเอาใจเขา...คนนั้นไม่ดีเลย ชวนเอาแต่เที่ยว ไร้สาระ....ก็ห่างๆ เพือน เพื่อเอาใจเขา....เพื่อนร่วมงาน ก็คบเฉพาะเวลาทำงาน นอกเวลางานเขาไปเดินห้าง กินข้าวกัน เราก็ไปด้วยไม่ได้ เพราะกลัวว่าแฟนจะโกรธ เพราะต่อให้ขออนุญาต เขาก็ไม่ให้ไปอยู่ดี พูดโน้มน้าวทุกอย่าง (เรามันผิดเอง ใจอ่อน)....ชีวิตเราจึงมีแต่เขาคนเดียว ทุ่มเทให้ทุกอย่าง....แต่.....เขา....ทุกครั้งที่ต้องไปสังสรรค์ ต้องมีเหตุผลมาพูดเสมอ ซึ่งแทบไม่ต้องพูดเหตุผลให้เราฟังหรอก เราอะ...ให้ไปอยู่แล้ว...เพราะเราเข้าใจว่าคนทำงาน...เหนื่อย...ต้องมีผ่อนคลาย สังสรรค์บ้าง.... มีสังคมบ้าง....เราจึงไม่เคยขัดที่เขาจะออกไปไหนกับเพื่อน.....และก็หวังในใจเสมอว่า....เขาน่าจะเข้าใจเรา เหมือนที่เราเข้าใจเขาบ้าง....แต่....ความดีที่ทำ ไม่เคยได้ตอบกลับมา......เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม....เหมือนเดิม.......แต่ฉันก็ยังดันทุรัง.....อดทน....อดทน....เพราะคิดว่า สักวัน.....เขาต้องเห็นใจเราบ้าง.......เปลี่ยนเพื่อเราบ้าง................บางครั้งทนไม่ไหวมากๆ.....ก็พยายามหาทางพูดคุยให้เขาเข้าใจ.....ว่าเราทั้งสองควรจะปรับตัวคนละครึ่งทางนะ.....ไม่ใช่.....อีกคนจะต้องยอมให้เสมอ.......แต่ประโยคที่เขาชอบพูดเสมอคือ..... <br>
"เขา" : ก็เธอยังเด็ก ก็ต้องปรับตัวเข้าหาผู้ใหญ่ซิ เราเป็นผู้ใหญ่ จะให้ปรับตัวไปหาเด็กได้ยังไงละ? <br>
.............................และแล้ว เมื่อความอดทนมาถึงขีดสุด.........................................................................