สุขภาพผู้หญิง
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกค่ะ
khunyingying
13/06/2011 16:10
2,962 เข้าชม
สาวๆ คนไหนเคยฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกบ้างเอ่ย? <br>
<br>
พอดีแราไปฉีดแล้ว เลยอยากบอกต่อกับสาวๆ ทุกคนว่านอกจากตรวจคัดกรองแล้วควรฉีดวัคซีนควบคู่ไปด้วยน่าจะดีกว่าค่ะ <br>
<br>
เพราะขึ้นชื่อว่ามะเร็งปากมดลูกแล้ว ถ้าใครเป็นก็คงจะทรมานน่าดู แถมกว่าจะรู้ตัวบางทีก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ เพราะโรคนี้มันใช้เวลา 10-15 ปี กว่าที่จะรู้ตัว บางคนพอรู้ก็เป็นในระยะ 2 หรือไม่ก็อาจจะเป็นในระยะสุดท้ายแล้วก็ได้ค่ะ <br>
<br>
แน่นอนว่าถ้าเราเป็นในช่วงระยะแรก การรักษาอาจจะได้ผล แต่ถ้าเป็นในระยะสุดท้าย การรักษาอาจจะไม่ทัน <br>
<br>
เพื่อเป็นการป้องกันเราควรที่จะตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีค่ะ แต่ก็มีเชื้อบางชนิดอย่างเชื้อที่เรียกว่าเชื้ออะดีโน เชื้อชนิดนี้เป็นตัวการของการเกิดมะเร็งปากมดลูก แถมเจ้าเชื้อนี้ก็ไม่สามารถพบได้จากการตรวจคัดกรองด้วย ฟังแค่นี้ก็เริ่มน่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะ ตรวจพบก็ไม่เจออีก (น่ากลัวจิงๆ ) แต่การฉีดวัคซีนก็เป็นการช่วยได้อีกย่างหนึ่ง ฉีด 3 เข็ม แต่สามารถป้องกันได้ถึง 7 เป็นอย่างน้อย ซึ่งภูมิที่ฉีดก็จะไม่ตก บางคนอาจจะไม่ได้กลับมาฉีดอีกเลยก็ได้..... แต่อย่าลืมที่บอกไว้ข้างต้นว่า นอกจากฉีดวัคซีนแล้ว เราก็ควรที่จะตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีด้วย <br>
<br>
บางคนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไกลตัว คิดว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงแต่สาวๆ รู้กันมั้ยว่า ทุกวันจะต้องมีผู้หญิงเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งปากมดลูก 15 คน/วัน ไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ <br>
<br>
ทีนี้เริ่มเห็นความสำคัญของการป้องกันหรือยังคะ หรือจะต้องรอให้เกิดขึ้นกับตัวคุณก่อน บางทีกว่าจะรู้ตัวก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ค่ะ <br>
<br>
<br>
พอดีแราไปฉีดแล้ว เลยอยากบอกต่อกับสาวๆ ทุกคนว่านอกจากตรวจคัดกรองแล้วควรฉีดวัคซีนควบคู่ไปด้วยน่าจะดีกว่าค่ะ <br>
<br>
เพราะขึ้นชื่อว่ามะเร็งปากมดลูกแล้ว ถ้าใครเป็นก็คงจะทรมานน่าดู แถมกว่าจะรู้ตัวบางทีก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ เพราะโรคนี้มันใช้เวลา 10-15 ปี กว่าที่จะรู้ตัว บางคนพอรู้ก็เป็นในระยะ 2 หรือไม่ก็อาจจะเป็นในระยะสุดท้ายแล้วก็ได้ค่ะ <br>
<br>
แน่นอนว่าถ้าเราเป็นในช่วงระยะแรก การรักษาอาจจะได้ผล แต่ถ้าเป็นในระยะสุดท้าย การรักษาอาจจะไม่ทัน <br>
<br>
เพื่อเป็นการป้องกันเราควรที่จะตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีค่ะ แต่ก็มีเชื้อบางชนิดอย่างเชื้อที่เรียกว่าเชื้ออะดีโน เชื้อชนิดนี้เป็นตัวการของการเกิดมะเร็งปากมดลูก แถมเจ้าเชื้อนี้ก็ไม่สามารถพบได้จากการตรวจคัดกรองด้วย ฟังแค่นี้ก็เริ่มน่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะ ตรวจพบก็ไม่เจออีก (น่ากลัวจิงๆ ) แต่การฉีดวัคซีนก็เป็นการช่วยได้อีกย่างหนึ่ง ฉีด 3 เข็ม แต่สามารถป้องกันได้ถึง 7 เป็นอย่างน้อย ซึ่งภูมิที่ฉีดก็จะไม่ตก บางคนอาจจะไม่ได้กลับมาฉีดอีกเลยก็ได้..... แต่อย่าลืมที่บอกไว้ข้างต้นว่า นอกจากฉีดวัคซีนแล้ว เราก็ควรที่จะตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีด้วย <br>
<br>
บางคนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไกลตัว คิดว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงแต่สาวๆ รู้กันมั้ยว่า ทุกวันจะต้องมีผู้หญิงเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งปากมดลูก 15 คน/วัน ไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ <br>
<br>
ทีนี้เริ่มเห็นความสำคัญของการป้องกันหรือยังคะ หรือจะต้องรอให้เกิดขึ้นกับตัวคุณก่อน บางทีกว่าจะรู้ตัวก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ค่ะ <br>
<br>
วันนี้ก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องวัคซีนที่เราไปฉีดมาค่ะ <br>
วัคซีนที่คุณหมอแนะให้เราฉีดมีชื่อว่า Cervarix <br>
ซึ่งเราฟังจากที่คุณหมอเค้าอธิบายมาและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารโปรชัวร์ที่ได้ตามโรงพยบาล <br>
เท่าที่เราเข้าใจนะว่า มะเร็งปากมดลูกที่เราพบกันบ่อยมี 2 ชนิดค่ะ <br>
ชนิดแรกเนี่ย เรียกว่ามะเร็งปากมดลูกชนิดสแควมัส เจ้าเชื้อชนิดนี้จะมักเกิดตรงบริเวณปากมดลูกด้านนอกค่ะ <br>
แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรอง (แพปสเมียร์) ส่วนชนิดที่สองเรียกว่ามะเร็งปากมดลูกชนิดอะดีโน <br>
จะเกิดบริเวณที่ลึกลงไปในคอมดลูก ซึ่งการตรวจคัดกรองอาจจะไม่สามารถตรวจพบได้ <br>
เพราะด้วยความที่ตรวจพบยากนี่เอง จึงทำให้มะเร็งปากมดลูกชนิดอะดีโนเป็นชนิดที่พบบ่อยมากถึง 15-20 เปอร์เซ็นต์ ของมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด <br>
<br>
ฟังดูแล้วอาจจะน่ากลัวเพราะไม่สามารถตรวจเจอได้ <br>
แต่ถ้าเรารู้และเข้าใจสาเหตุของมัน ก็จะไม่น่ากลัวอย่างที่คิด <br>
<br>
เด๋วมาคุยต่อกันนะ....อิอิ