คุณแม่มือใหม่
นมผสมดีไม่แพ้นมแม่จริงหรือ ???
abczyx159
22/05/2012 16:47
1,756 เข้าชม
<center><img src=http://www.momybook.com/wp-content/uploads/2012/05/The_results_show_that_Tim_lactoferrin_in_milk_powder_is_closer_to_breast_milk_milk_powder_milk_Food_Industry.jpg></center> <br>
<br>
<b> ของปลอมก็คือของปลอม </b> <br>
<br>
ผู้ผลิตนมผสมใช้เวลามากกว่าศตวรรษในการพยายามวิเคราะห์แยกแยะส่วนประกอบแต่ละชนิดของนมแม่ และนำสารสังเคราะห์มาประกอบเป็น <b> นมทดแทน </b> บริษัทผู้ผลิตนมผสมอ้างว่า นมผสมมีสารอาหารหลากหลายใกล้เคียงกับนมแม่ รวมทั้งทุ่มโฆษณาเพื่อสร้างภาพความคล้ายคลึงหรือเหนือกว่านมแม่ แต่การผลิตนมที่มีคุณสมบัติเหมือนน้ำนมแม่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพราะ กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ <b> ส่วนประกอบทั้งหมด </b>ของน้ำนมแม่ ในบรรดาส่วนประกอบของนมแม่ที่นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ได้แล้ว นมแม่ก็ยังมีส่วนประกอบอีกมากกว่า 100 ชนิด ที่นมผสมไม่มี <br>
<br>
<b> ทำไมถึงเลือกใช้นมวัว หรือนมถั่วเหลือง แทนนมแม่ </b> <br>
<br>
การเลือกใช้นมวัว หรือนมถั่วเหลือง เป็นวัตถุดิบหลักของนมผสม ไม่ใช่เพราะคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำนมแม่มากที่สุด แต่เพราะมันเป็นวัตุดิบที่หาง่ายและราคาถูก ทำให้ผู้ผลิตสามารถทำกำไรได้มาก ผู้ผลิตนมผสมต้องเติมสารสังเคราะห์ต่าง ๆ ลงไปในนมวัวหรือนมถั่วเหลือง เพื่อจะโฆษณาอวดอ้างว่ามีสารอาหารครบถ้วนเหมือนนมแม่ หรือมากกว่านมแม่ แต่สารต่าง ๆ ที่เติมเข้าไปนั้นเป็น <b> สารสังเคราะห์ทางเคมี </b> ซึ่งไม่มีทางเลียนแบบธรรมชาติในนมแม่ได้ <br>
<br>
<b> หลอกผู้บริโภคด้วยงานวิจัย </b> <br>
<br>
ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า สารสังเคราะห์ที่เลียนแบบสารธรรมชาติในนมแม่จะมีประโยชน์กับทารกจริงหรือไม่ บริษัทผู้ผลิตมักอ้างงานวิจัยเพื่อโฆษณาสรรพคุณของนมผสมแต่การวิจัยส่วนใหญ่ มักจะได้รับทุนจากบริษัทผลิตนมเอง และไม่มีการรับรองหรือตรวจสอบจากองค์กรวิจัยอิสระที่เชื่อถือได้จริง สาเหตุที่งานวิจัยของบริษัทผลิตนมไม่มีการรับรองจากองค์กรวิจัยอิสระ ก็เพราะบริษัทนมไม่สามารถนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไปทดลองกับทารกจริง ๆ ได้จำนวนมากพอ และเมื่อใดที่ผลทดลองแสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่ปลอดภัยผลทดลองเหล่านั้นก็มัก จะถูกตัดออกจากผลงานวิจัยที่นำมารายงานให้สาธารณชนทราบ เมื่อเกิดปัญหาจากการบริโภคนมผสมที่จำหน่ายในท้องตลาดบริษัทนมผสมจะแก้ปัญหา ด้วยการเปลี่ยนส่วนผสม และนำออกมาวางขายในรูปของนมผสมสูตรใหม่นาคาที่แพงขึ้น แต่ผู้บริโภคจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ส่วนผสมส่วนใหม่จะก่อให้เกิดปัญหาอีกหรือไม่เมื่อใดที่มีนมผสมสูตรใหม่ออก จำหน่าย ก็เท่ากับว่าบริษัทนมผสมกำลังทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ของตน โดยใช้ผู้บริโภคทั่วไปเป็นหนูทดลองนั่นเอง <br>
<br>
ที่มา :<a href="http://www.momybook.com/" target="_blank">http://www.momybook.com/</a>
<br>
<b> ของปลอมก็คือของปลอม </b> <br>
<br>
ผู้ผลิตนมผสมใช้เวลามากกว่าศตวรรษในการพยายามวิเคราะห์แยกแยะส่วนประกอบแต่ละชนิดของนมแม่ และนำสารสังเคราะห์มาประกอบเป็น <b> นมทดแทน </b> บริษัทผู้ผลิตนมผสมอ้างว่า นมผสมมีสารอาหารหลากหลายใกล้เคียงกับนมแม่ รวมทั้งทุ่มโฆษณาเพื่อสร้างภาพความคล้ายคลึงหรือเหนือกว่านมแม่ แต่การผลิตนมที่มีคุณสมบัติเหมือนน้ำนมแม่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพราะ กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ <b> ส่วนประกอบทั้งหมด </b>ของน้ำนมแม่ ในบรรดาส่วนประกอบของนมแม่ที่นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ได้แล้ว นมแม่ก็ยังมีส่วนประกอบอีกมากกว่า 100 ชนิด ที่นมผสมไม่มี <br>
<br>
<b> ทำไมถึงเลือกใช้นมวัว หรือนมถั่วเหลือง แทนนมแม่ </b> <br>
<br>
การเลือกใช้นมวัว หรือนมถั่วเหลือง เป็นวัตถุดิบหลักของนมผสม ไม่ใช่เพราะคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำนมแม่มากที่สุด แต่เพราะมันเป็นวัตุดิบที่หาง่ายและราคาถูก ทำให้ผู้ผลิตสามารถทำกำไรได้มาก ผู้ผลิตนมผสมต้องเติมสารสังเคราะห์ต่าง ๆ ลงไปในนมวัวหรือนมถั่วเหลือง เพื่อจะโฆษณาอวดอ้างว่ามีสารอาหารครบถ้วนเหมือนนมแม่ หรือมากกว่านมแม่ แต่สารต่าง ๆ ที่เติมเข้าไปนั้นเป็น <b> สารสังเคราะห์ทางเคมี </b> ซึ่งไม่มีทางเลียนแบบธรรมชาติในนมแม่ได้ <br>
<br>
<b> หลอกผู้บริโภคด้วยงานวิจัย </b> <br>
<br>
ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า สารสังเคราะห์ที่เลียนแบบสารธรรมชาติในนมแม่จะมีประโยชน์กับทารกจริงหรือไม่ บริษัทผู้ผลิตมักอ้างงานวิจัยเพื่อโฆษณาสรรพคุณของนมผสมแต่การวิจัยส่วนใหญ่ มักจะได้รับทุนจากบริษัทผลิตนมเอง และไม่มีการรับรองหรือตรวจสอบจากองค์กรวิจัยอิสระที่เชื่อถือได้จริง สาเหตุที่งานวิจัยของบริษัทผลิตนมไม่มีการรับรองจากองค์กรวิจัยอิสระ ก็เพราะบริษัทนมไม่สามารถนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไปทดลองกับทารกจริง ๆ ได้จำนวนมากพอ และเมื่อใดที่ผลทดลองแสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่ปลอดภัยผลทดลองเหล่านั้นก็มัก จะถูกตัดออกจากผลงานวิจัยที่นำมารายงานให้สาธารณชนทราบ เมื่อเกิดปัญหาจากการบริโภคนมผสมที่จำหน่ายในท้องตลาดบริษัทนมผสมจะแก้ปัญหา ด้วยการเปลี่ยนส่วนผสม และนำออกมาวางขายในรูปของนมผสมสูตรใหม่นาคาที่แพงขึ้น แต่ผู้บริโภคจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ส่วนผสมส่วนใหม่จะก่อให้เกิดปัญหาอีกหรือไม่เมื่อใดที่มีนมผสมสูตรใหม่ออก จำหน่าย ก็เท่ากับว่าบริษัทนมผสมกำลังทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ของตน โดยใช้ผู้บริโภคทั่วไปเป็นหนูทดลองนั่นเอง <br>
<br>
ที่มา :<a href="http://www.momybook.com/" target="_blank">http://www.momybook.com/</a>