มุมชวนคุย
5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กันแดด
NongLukBua
12/04/2013 14:23
866 เข้าชม
<div><b><font color="#ff0099">1. ทาครีมกันแดดทุกเช้า เป็นเกราะป้องกันมะเร็งผิวหนังได้</font></b></div><div> </div><div> เมื่อผิวโดนรังสีอัลตราไวโอเล็ตเป็นเวลานานๆหลายปี จะทำให้เกิดความผิดปกติของผิวหนัง เกิดสีกระดำกระด่าง กระฝ้า หรืออาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดต่างๆได้ ดร.นพ.เวสารัช เวสสโกวิท หัวหน้ากลุ่มงานพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล สถาบันโรคผิวหนัง รพ.ราชวิถี แนะให้ทาครีมกันแดดทุกเช้า</div><div> </div><div>เพราะรังสี UVA และ UVB จากแสงแดดจะกระทบผิวหนังชั้นบนของคุณ และเริ่มแทรกตัวลงไปถึง DNA ซึ่งอยู่ภายในเซลล์ผิวหนัง ทีนี้ร่างกายของคุณจะเร่งการผลิตเมลานิน ทำให้ผิวดำคล้ำลง</div><div> </div><div>ผิวสีแทนคือ ข้อพิสูจน์ว่า DNA ของคุณถูกทำลายแล้ว</div><div> </div><div>หากยังตากแดดไม่หยุด ระบบการซ่อมแซมทำงานไม่ทัน แค่เซลล์เสียหายตัวเดียวก็สามารถกลายพันธุ์เป็นมะเร็งผิวหนังได้ภายในระยะเวลา 5 ปีเท่านั้น อาจารย์หมอเวสารัช เตือน</div><div> </div><div><b><font color="#ff0099">2. ใช้ชีวิตในเมือง ครีมกันแดด SPF15 ก็เอาอยู่</font></b></div><div> </div><div>จากงานวิจัย Percentage การป้องกันการทำลายจากแสงแดดออกมาว่า ใช้ SPF15 สามารถป้องกันได้ถึง 93% แต่ใช้ SPF30 ป้องกันได้ 97% ใช้ SPF45 ป้องกันได้ 98% พญ.รัศมี อัครพันธุ์ รองผู้อำนวยการด้านบริหารสถาบันโรคผิวหนัง รพ.ราชวิถี ชี้ให้เห็นว่าระหว่าง SPF30 กับ 45 ซึ่งเปอร์เซ็นต์การป้องกันต่างกันเพียง 1% ควรเลือกใช้ SPF30 ดีกว่า</div><div> </div><div>แต่ถ้าใช้ชีวิตในเมือง ถูกแดดไม่มาก เลือกระดับ SPF15 ก็เพียงพอ</div><div> </div><div><b><font color="#ff0099">3. ใช้ชีวิตมีกิจกรรมกลางแจ้ง เลือกใช้ครีมกันแดดค่า SPF สูงขึ้น หากโดนน้ำ ต้องมีระบุ Water Proof</font></b></div><div> </div><div> เลือกตามความเหมาะสมกับผิวและงาน หรืองานอดิเรกที่จะทำในชีวิตประจำวัน คนๆ หนึ่งตากแดด 30 นาทีแล้วผิวแดงแสบเมื่อทาครีมกันแดดที่มี SPF15 หมายความว่าคนๆนั้นสามารถตากแดดได้นานเป็น 15 เท่า หรือประมาณ 7 ชั่วโมงครึ่ง โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแดงไหม้ที่ผิว คุณหมอรัศมี แนะนำต่อว่า</div><div> </div><div>หากเล่นกีฬากลางแจ้ง ต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้น หรือไปว่ายน้ำ ก็ควรเลือกครีมกันแดดที่กันน้ำได้ มีข้อความระบุว่า-Water Proof</div><div> </div><div><b><font color="#ff0099">4. ห้ามดูเฉพาะค่า SPF ต้องมี PA+++ ด้วย เพื่อป้องกันทั้ง UVB และ UVA</font></b></div><div> </div><div>ในครีมกันแดดชนิด Chemical Sunscreen แบ่งเป็นสารดูดซึมเฉพาะ UVB หรือดูดซึมได้เฉพาะ UVA และสารที่ดูดซึมได้ทั้ง UVB และ UVA เภสัชกรดร.พนิดา วยัมหสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ เภสัชภัณฑ์และเครื่องสำอาง สำนักนวัตกรรม บริษัท แพน ราชเทวีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อธิบาย</div><div> </div><div>รังสี UVB แสดงออกมาในค่า SPF เป็นตัวการทำให้เกิดผิวหนังไหม้ และรอยด่างดำ ซึ่งมีมากในช่วง 10.00 - 15.00 น.</div><div> </div><div>แต่ UVA ซึ่งมีอยู่ในตอนเช้ากับตอนเย็น สามารถส่องผ่านทะลุถึงชั้นผิวหนังแท้ ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ริ้วรอยเหี่ยวย่น ซึ่งแสดงออกมาในค่า PA+++</div><div> </div><div>ดังนั้นเวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดด ต้องดูทั้งค่า SPF และค่า PA ที่ควรมีเครื่องหมายบวกติดกัน 3 ตัวด้วย เพื่อช่วยปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB</div><div> </div><div><b><font color="#ff0099">5. ระวัง! ครีมกันแดดแนว Whitening อาจมีสารปรอท</font></b></div><div> </div><div>เป็นครีมกันแดดชนิด Physical Sunscreen ที่มีคุณสมบัติสะท้อนและกระจายแสง ครีมตัวไหนใส่ปริมาณที่เป็น Physical Block มากๆ หน้าจะขาวโพลน ถ้าใช้ปริมาณไม่มาก และไปเน้นที่ขนาดนาโน หน้าจะไม่ขาวโพลน เภสัชกรพนิดา กล่าวถึงผลิตภัณฑ์กันแดดประเภทบวกสรรพคุณทำให้หน้าขาวขึ้นด้วย</div><div> </div><div>ส่วนใหญ่ห่วงกันในเรื่องของไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) กับพวกสารที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์ปรอทที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่อดีต ด้วยความไม่เข้าใจและผลิตพวกนี้ออกมา</div><div> </div><div>ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีส่วนผสมของสารปรอทเป็นเวลานาน ผิวจะบาง แดง แพ้ เกิดผื่นระคายเคือง เล็บที่สัมผัสกับครีมจะบางลง</div><div> </div><div>สำหรับไฮโดรควิโนนสิ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง อย่าง เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่ใบหน้าหรือผิวหนังถาวร ถ้าใช้ระยะยาวเกิน 6 เดือน อาจทำให้เกิดฝ้าเส้นเลือดได้ หรือว่าหากต้องการหยุด ต้องค่อยๆหยุด</div><div> </div><div>จริงๆ แล้ว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศห้ามใช้สารนี้ในเครื่องสำอางค์ แต่ให้ใช้ในการดูแลของแพทย์</div><div> </div><div>อย่างไรก็ตาม เภสัชกรพนิดา ทิ้งทิปส์วิธีทดสอบว่าครีมกันแดดไวท์เทนนิ่งของคุณว่ามีไฮโดรควิโนนรึเปล่า สามารถทำง่ายๆ โดยนำผงซักฟอกมาละลายน้ำ แล้วผสมกับเนื้อครีม ถ้าสีออกเป็นสีน้ำตาลเข้มๆ แสดงว่ามีไฮโดรควิโนน ต้องระมัดระวังอย่างมากค่ะ </div><div><br></div>