มุมชวนคุย
เมื่อน้องสาวส่งกลิ่น ผู้หญิงควรอ่านค่ะ
prikwan
21/05/2014 09:43
809 เข้าชม
โดยทั่วไป ทั้งในเพศหญิงและในเพศชาย ในบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่อเมือก (Mucosa เนื้อ เยื่อบุภายในอวัยวะต่างๆ) จะมีการสร้างสารคัดหลั่ง/น้ำเมือกเพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นต่อเนื้อเยื่อเมือกเหล่านี้ ซึ่งน้ำเมือกนี้ มักมีกลิ่นคาวเล็กน้อย ทั้งนี้รวมทั้งเยื่อเมือกของอวัยวะเพศและของช่องคลอด
ดังนั้นในบริเวณนี้ของผู้หญิงทุกคน และทุกวัย จึงมีกลิ่นคาวอ่อนๆเป็นปกติเสมอ ซึ่งกลิ่นคาวนี้อาจแรงขึ้นบ้างในช่วงใกล้มี ประจำเดือนจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่ก่อให้เกิดการมีประจำเดือน โดยอาจเกิดร่วมกับการมีตกขาว สีขาวเหมือนแป้งเปียก หรือขาวใสเล็กน้อยพอติดกางเกงในได้ ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นภาวะปกติ
แต่ถ้ามีกลิ่นจากอวัยวะเพศ และ/หรือช่องคลอดรุนแรงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับ ตกขาวปริมาณมาก มีสีและลักษณะที่ผิดปกติ (เช่น เหลือง หรือเป็นมูก มูกปนเลือด หรือ เป็นเลือด) มีผื่นในบริเวณอวัยวะเพศ คัน แสบผิวหนังส่วนอวัยวะเพศ/ช่องคลอด เกิดการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และ/หรือ ปวด/เจ็บ แสบเมื่อปัสสาวะ หรือปัสสาวะขุ่น ถือว่า เป็นอาการผิดปกติ ที่ควรต้องพบแพทย์/สูตินรีแพทย์
อาการอวัยวะเพศ/ช่องคลอดมีกลิ่น เป็นอาการพบได้บ่อย มีการศึกษาพบว่า ประมาณ 1ใน 3 ของผู้หญิง ต้องเคยมีอาการนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต เป็นอาการพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้บ่อยในช่วงวัยมีประจำเดือน หรือวัยเจริญพันธุ์
ดังนั้นในบริเวณนี้ของผู้หญิงทุกคน และทุกวัย จึงมีกลิ่นคาวอ่อนๆเป็นปกติเสมอ ซึ่งกลิ่นคาวนี้อาจแรงขึ้นบ้างในช่วงใกล้มี ประจำเดือนจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่ก่อให้เกิดการมีประจำเดือน โดยอาจเกิดร่วมกับการมีตกขาว สีขาวเหมือนแป้งเปียก หรือขาวใสเล็กน้อยพอติดกางเกงในได้ ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นภาวะปกติ
แต่ถ้ามีกลิ่นจากอวัยวะเพศ และ/หรือช่องคลอดรุนแรงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับ ตกขาวปริมาณมาก มีสีและลักษณะที่ผิดปกติ (เช่น เหลือง หรือเป็นมูก มูกปนเลือด หรือ เป็นเลือด) มีผื่นในบริเวณอวัยวะเพศ คัน แสบผิวหนังส่วนอวัยวะเพศ/ช่องคลอด เกิดการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และ/หรือ ปวด/เจ็บ แสบเมื่อปัสสาวะ หรือปัสสาวะขุ่น ถือว่า เป็นอาการผิดปกติ ที่ควรต้องพบแพทย์/สูตินรีแพทย์
อาการอวัยวะเพศ/ช่องคลอดมีกลิ่น เป็นอาการพบได้บ่อย มีการศึกษาพบว่า ประมาณ 1ใน 3 ของผู้หญิง ต้องเคยมีอาการนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต เป็นอาการพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้บ่อยในช่วงวัยมีประจำเดือน หรือวัยเจริญพันธุ์
กลิ่นผิดปกติของช่องคลอดเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย ได้แก่
- มีความผิดปกติของสมดุลของแบคทีเรียประจำถิ่นของช่องคลอด โดยในภาวะปกติทั่วไป ช่องคลอดจะมีแบคทีเรียชนิดไม่ก่อโรคมากมายหลายชนิด ซึ่งอยู่กันอย่างมีสมดุล (แบคทีเรียประจำถิ่น) ภายใต้ความเป็นกรดอ่อนๆของช่องคลอด โดยจะมีจำนวนแบคทีเรียในกลุ่มของแบคทีเรีย Lactobacilli เป็นตัวหลักในการควบคุมสมดุลนี้ แต่ถ้ามีภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้ปริมาณ Lactobacilli ลดลง จะส่งผลให้แบคทีเรียชนิดอื่นๆเจริญเติบโตเพิ่มมากกว่าปกติ ซึ่งแบคทีเรียกลุ่มนี้มักสร้างกลิ่น ที่ก่อให้เกิดภาวะช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น และบ่อยครั้งจะเกิดร่วมกับการมีตกขาว ที่มีสีขาวเทาเล็กน้อย โดยการเกิดกลิ่นและตกขาวมักรุนแรงขึ้นหลังมีเพศ สัมพันธ์ ทั้งนี้ไม่จัดเป็นการติดเชื้อ เพราะไม่มีลักษณะของการอักเสบของช่องคลอด โดยเรียกภาวะขาดสมดุลของแบคทีเรียของช่องคลอดนี้ว่า Bacterial Vaginosis
ปัจจัยเสี่ยงต่อการที่ทำให้ปริมาณ/จำนวน แบคทีเรียกลุ่ม Lactobacilli ลดลงจนเกิด ภาวะ Bacterial vaginosis ได้แก่
- การกินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ หรือกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะยาจะไปฆ่าทำลาย แบค ทีเรีย Lactobacilli
- การสวนล้างช่องคลอด เพราะจะทำให้ช่องคลอดมีภาวะเป็นด่าง จำนวนแบคทีเรีย ที่สร้างกลิ่นจึงสูงขึ้น ในขณะที่ แบคทีเรีย Lactobacilli มีจำนวนลดลง
- การมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับคู่นอนหลายคน หรือเมื่อเปลี่ยนคู่นอนเป็นคนใหม่ (แพทย์ยังอธิบายเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไม)
การตั้งครรภ์ เพราะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลถึงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดในช่องคลอด
- ภาวะ/วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเช่นกัน
จากการติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะเพศและของช่องคลอดซึ่งมีการบาดเจ็บและการตายของเซลล์ จึงก่อให้เกิดกลิ่นได้ โดยเฉพาะ การติดเชื้อราในช่องคลอด หนองในเทียม การติดเชื้อทริโคโมแนส (พยาธิช่องคลอด) การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน และการติดเชื้อในโพรงมดลูกจากการใส่ห่วงคุมกำเนิด
- รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ดีพอ เช่น กางเกงใน หรือขนอวัยวะเพศ มีการหมักหมมของสารคัดหลั่ง และ/หรือของคราบประจำเดือน หรือกลิ่นช่วงมีประจำเดือนจากการไม่เปลี่ยนผ้าอนามัย และบางครั้งเมื่อใช้ผ้าอนามัยแบบสอด อาจลืมผ้าอนามัยไว้ในช่องคลอด
- จากการกินอาหารบางประเภทที่ให้กลิ่นปนมาในปัสสาวะ และปัสสาวะติดกางเกงใน หรือทำให้อุจจาระมีกลิ่นรุนแรงจึงติดมาถึงบริเวณอวัยวะเพศ เช่น อาหารทะเลบางชนิด หัวหอม /ต้นหอม เครื่องเทศบางชนิด เป็นต้น
- ภาวะอับชื้นจากเหงื่อออกมากทั่วตัว หรือออกบริเวณอวัยวะเพศ เช่น โรคอ้วน ใส่เสื้อผ้า กางเกงในรัดรูปมาก หรือเป็นวัสดุที่ระบายความร้อนได้ไม่ดี
- จากโรคมะเร็งของอวัยวะเพศ เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือโรคมะเร็งอวัยวะเพศหญิง
- ที่พบได้บ้างประปราย คือ มีการอักเสบเรื้อรังของทวารหนัก จนก่อให้ทวารหนักทะลุเข้าช่องคลอด/Rectovaginal fistula (ช่องคลอดอยู่ติดกับด้านหน้าของทวารหนัก) อุจจาระจึงออกมาทางช่องคลอดก่อให้เกิดกลิ่นได้