มุมชวนคุย
เรื่องดีๆ...ที่อยากให้อ่านค่ะ
StawberryPinky
14/06/2004 18:56
6,052 เข้าชม
ชายหนุ่มคนหนึ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ <br>
หน้าตาหล่อเหลา มีการศึกษาสูง มีงานการที่มั่นคง มีความก้าวหน้าในอนาคต <br>
มีคนรักใคร่รอบข้าง เรียกว่าใครเห็นใครรู้เป็นต้องอิจฉา <br>
<br>
วันหนึ่งชีวิตที่สมบูรณ์แบบของชายคนนี้ยิ่งสุดยอด สมบูรณ์แบบมากขึ้น <br>
เมื่อพี่ของเขายอมควักเงินก้อนโตซื้อรถสปอร์ตคนงามเป็นของขวัญให้กับน้องชาย <br>
ไม่ต้องบอกว่าเจ้าตัวจะยินดีปรีดาแค่ไหน <br>
เพราะรถสปอร์ตสุดหรูคันนี้ ชายหนุ่มนายนี้ฝันอยากได้ เป็นเจ้าของมาตลอดชีวิต <br>
<br>
เมื่อความฝันเป็นจริง สิ่งที่ชายหนุ่มคิดทำอย่างแรกคือ <br>
ขับเจ้ารถสปอร์ตตระเวนไปตามที่ต่างๆให้สมอยาก <br>
ใจหนึ่งต้องการทดสอบแรงม้าที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเครื่อง ว่าจะมีเรี่ยวแรงเต็มกำลังแค่ไหน <br>
อีกใจก็แน่นอนว่า ใครที่มีรถสวยแรงขนาดนี้คงไม่บ้าเก็บเอาไว้ดูตามลำพังที่โรงรถในบ้าน <br>
ขับโฉบเฉี่ยวไปมาสักพัก ก็ถึงเวลาพักทั้งเครื่องและคน ชายหนุ่มจัดแจงจอดรถข้างถนน <br>
ระหว่างกำลังพักผ่อนอิริยาบถ เขาเห็นเด็กคนหนึ่งเดินลูบๆคลำๆรอบรถคันงาม <br>
ด้วยกิริยาท่าทีชื่นชอบรถ <br>
<br>
สปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด <br>
<br>
ชายหนุ่มรู้สึกภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของสิ่งที่หลายต่อหลายคนใฝ่ฝัน <br>
เขาเดินยืดอกมาที่รถ พร้อมพูดจาทักทายเด็กคนนั้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ดั่งขุนศึกผู้ชนะสงคราม <br>
"ระวังหน่อยน้อง เดี๋ยวเป็นรอย" เขาบอก <br>
เด็กคนนั้นมองไปยังชายหนุ่มเจ้าของเสียง ก่อนจะพูดตอบ "รถของพี่เหรอ สุดยอดจริงๆ" <br>
"แน่นอน" เขาตอบ <br>
"พี่ซื้อมาราคาเท่าไหร่" เด็กคนเดิมถาม <br>
"คนอื่นอาจต้องควักสตางค์ซื้อเอง แต่พี่ไม่ต้อง เพราะพี่ชายพี่ซื้อให้เป็นของขวัญ" <br>
"โอ้โห! ดีจัง ผมอยาก...." เด็กคนเดิมพูดตะกุกตะกักชะงักในตอนท้าย <br>
<br>
<br>
ชายหนุ่มคิดในใจว่า เด็กคนนี้คงไม่กล้าพูดต่อ <br>
เพราะที่เด็กอยากจะพูดแต่ยั้งปากยั้งคำไว้นั้น คงต้องการบอกว่าอิจฉาตัวเขาเอง <br>
อยากจะเป็นอย่างเขาบ้าง...มีพี่ที่แสนดีซื้อรถสุดหรูให้เป็นของขวัญ... <br>
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มคิดกลับผิดถนัด <br>
<br>
"โอ้โห ดีจัง ผมอยาก....เป็นอย่างพี่ชายของพี่จัง" เด็กคนนั้นพูด <br>
"ผมจะได้ซื้อรถให้น้องชายผมนั่งบ้าง" <br>
ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง <br>
<br>
ในสังคมทุกวันนี้ที่ใครๆ ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะรับ หรือบางคนไม่ยอมรอ <br>
ใช้กำลังความได้เปรียบแย่งชิงของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง <br>
แต่เด็กคนนี้กลับคิดสวนทางใครๆ ...เขาอยากเป็นผู้ให้ มากกว่าเป็นผู้รับ... <br>
<br>
ชายหนุ่มมองเด็กด้วยความรู้สึกทึ่งและพูดออกมาทันทีว่า "อยากนั่งรถเล่นกับฉันไหม" <br>
"ครับ อยากมากเลย" <br>
หลังจากขับรถเล่นอยู่พักหนึ่ง เด็กชายหันมาพูดด้วยดวงตาวาวแวว <br>
"คุณจะกรุณาขับรถไปหน้าบ้านผมได้ไหมครับ" <br>
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ เขาคิดว่าเขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มต้องการอะไร <br>
เขาคงต้องการให้เพื่อนบ้านเห็นว่าเขาได้นั่งรถคันโตกลับบ้าน แต่ชายหนุ่มคิดผิดอีกแล้ว <br>
<br>
"คุณจอดตรงบันไดนั่นล่ะครับ" เขาวิ่งขึ้นบันได จากนั้นสักครู่จึงกลับมา <br>
แต่เขาไม่ได้วิ่ง เขาอุ้มน้องตัวเล็กๆที่ขาพิการมาด้วย และวางน้องลงที่บันไดล่าง กอดไว้และชี้ไปที่รถ <br>
"นั่นไง บัดดี้ รถคันที่พี่เล่าให้ฟังพี่ชายของเขาซื้อให้เป็นของขวัญ เขาไม่ต้องเสียตังค์เลย <br>
สักวันหนึ่งพี่จะซื้อให้น้องบ้าง น้องจะได้ดูของสวยๆงามๆด้วยตาของน้องเองเหมือนที่พี่เคยเล่าให้ฟัง" <br>
<br>
ชายหนุ่มลงจากรถ แล้วอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถ พี่ชายปีนตามขึ้นมานั่งใกล้ <br>
และแล้วทั้งสามก็เริ่มออกเดินทาง ชายหนุ่มรู้แล้วว่า "ความสุขยิ่งกว่าการให้" หมายถึงอะไร <br>
หน้าตาหล่อเหลา มีการศึกษาสูง มีงานการที่มั่นคง มีความก้าวหน้าในอนาคต <br>
มีคนรักใคร่รอบข้าง เรียกว่าใครเห็นใครรู้เป็นต้องอิจฉา <br>
<br>
วันหนึ่งชีวิตที่สมบูรณ์แบบของชายคนนี้ยิ่งสุดยอด สมบูรณ์แบบมากขึ้น <br>
เมื่อพี่ของเขายอมควักเงินก้อนโตซื้อรถสปอร์ตคนงามเป็นของขวัญให้กับน้องชาย <br>
ไม่ต้องบอกว่าเจ้าตัวจะยินดีปรีดาแค่ไหน <br>
เพราะรถสปอร์ตสุดหรูคันนี้ ชายหนุ่มนายนี้ฝันอยากได้ เป็นเจ้าของมาตลอดชีวิต <br>
<br>
เมื่อความฝันเป็นจริง สิ่งที่ชายหนุ่มคิดทำอย่างแรกคือ <br>
ขับเจ้ารถสปอร์ตตระเวนไปตามที่ต่างๆให้สมอยาก <br>
ใจหนึ่งต้องการทดสอบแรงม้าที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเครื่อง ว่าจะมีเรี่ยวแรงเต็มกำลังแค่ไหน <br>
อีกใจก็แน่นอนว่า ใครที่มีรถสวยแรงขนาดนี้คงไม่บ้าเก็บเอาไว้ดูตามลำพังที่โรงรถในบ้าน <br>
ขับโฉบเฉี่ยวไปมาสักพัก ก็ถึงเวลาพักทั้งเครื่องและคน ชายหนุ่มจัดแจงจอดรถข้างถนน <br>
ระหว่างกำลังพักผ่อนอิริยาบถ เขาเห็นเด็กคนหนึ่งเดินลูบๆคลำๆรอบรถคันงาม <br>
ด้วยกิริยาท่าทีชื่นชอบรถ <br>
<br>
สปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด <br>
<br>
ชายหนุ่มรู้สึกภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของสิ่งที่หลายต่อหลายคนใฝ่ฝัน <br>
เขาเดินยืดอกมาที่รถ พร้อมพูดจาทักทายเด็กคนนั้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ดั่งขุนศึกผู้ชนะสงคราม <br>
"ระวังหน่อยน้อง เดี๋ยวเป็นรอย" เขาบอก <br>
เด็กคนนั้นมองไปยังชายหนุ่มเจ้าของเสียง ก่อนจะพูดตอบ "รถของพี่เหรอ สุดยอดจริงๆ" <br>
"แน่นอน" เขาตอบ <br>
"พี่ซื้อมาราคาเท่าไหร่" เด็กคนเดิมถาม <br>
"คนอื่นอาจต้องควักสตางค์ซื้อเอง แต่พี่ไม่ต้อง เพราะพี่ชายพี่ซื้อให้เป็นของขวัญ" <br>
"โอ้โห! ดีจัง ผมอยาก...." เด็กคนเดิมพูดตะกุกตะกักชะงักในตอนท้าย <br>
<br>
<br>
ชายหนุ่มคิดในใจว่า เด็กคนนี้คงไม่กล้าพูดต่อ <br>
เพราะที่เด็กอยากจะพูดแต่ยั้งปากยั้งคำไว้นั้น คงต้องการบอกว่าอิจฉาตัวเขาเอง <br>
อยากจะเป็นอย่างเขาบ้าง...มีพี่ที่แสนดีซื้อรถสุดหรูให้เป็นของขวัญ... <br>
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มคิดกลับผิดถนัด <br>
<br>
"โอ้โห ดีจัง ผมอยาก....เป็นอย่างพี่ชายของพี่จัง" เด็กคนนั้นพูด <br>
"ผมจะได้ซื้อรถให้น้องชายผมนั่งบ้าง" <br>
ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง <br>
<br>
ในสังคมทุกวันนี้ที่ใครๆ ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะรับ หรือบางคนไม่ยอมรอ <br>
ใช้กำลังความได้เปรียบแย่งชิงของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง <br>
แต่เด็กคนนี้กลับคิดสวนทางใครๆ ...เขาอยากเป็นผู้ให้ มากกว่าเป็นผู้รับ... <br>
<br>
ชายหนุ่มมองเด็กด้วยความรู้สึกทึ่งและพูดออกมาทันทีว่า "อยากนั่งรถเล่นกับฉันไหม" <br>
"ครับ อยากมากเลย" <br>
หลังจากขับรถเล่นอยู่พักหนึ่ง เด็กชายหันมาพูดด้วยดวงตาวาวแวว <br>
"คุณจะกรุณาขับรถไปหน้าบ้านผมได้ไหมครับ" <br>
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ เขาคิดว่าเขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มต้องการอะไร <br>
เขาคงต้องการให้เพื่อนบ้านเห็นว่าเขาได้นั่งรถคันโตกลับบ้าน แต่ชายหนุ่มคิดผิดอีกแล้ว <br>
<br>
"คุณจอดตรงบันไดนั่นล่ะครับ" เขาวิ่งขึ้นบันได จากนั้นสักครู่จึงกลับมา <br>
แต่เขาไม่ได้วิ่ง เขาอุ้มน้องตัวเล็กๆที่ขาพิการมาด้วย และวางน้องลงที่บันไดล่าง กอดไว้และชี้ไปที่รถ <br>
"นั่นไง บัดดี้ รถคันที่พี่เล่าให้ฟังพี่ชายของเขาซื้อให้เป็นของขวัญ เขาไม่ต้องเสียตังค์เลย <br>
สักวันหนึ่งพี่จะซื้อให้น้องบ้าง น้องจะได้ดูของสวยๆงามๆด้วยตาของน้องเองเหมือนที่พี่เคยเล่าให้ฟัง" <br>
<br>
ชายหนุ่มลงจากรถ แล้วอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถ พี่ชายปีนตามขึ้นมานั่งใกล้ <br>
และแล้วทั้งสามก็เริ่มออกเดินทาง ชายหนุ่มรู้แล้วว่า "ความสุขยิ่งกว่าการให้" หมายถึงอะไร <br>