Mondayที่ 14 September 2026

ลองค้นหา: บิวตี้, เครื่องสำอาง, โบท็อกซ์, คลินิกความงาม, เลเซอร์

ลืมรหัสผ่าน?
หรือ
มุมชวนคุย

อยากทราบว่า มีเนื้อเป็นติ่งตรงรู

Avatar
u 17/05/2006 14:59
29,945 เข้าชม
อยากรู้ว่ามีเนื้อเหมือนติ่งตรงรูที่ก้นคืออะไรคะ ช่วยตอบด้วยคะ ขอบคุณมากคะ
กลับหน้ารวม

ความคิดเห็น 9

Avatar
บิ๊ก 17/05/2006 19:12
#1
ริดสีดวง แน่ๆ
Avatar
smallrock 17/05/2006 23:55
#2
ติ่งเนื้อที่ก้น ... <br>
<br>
ลักษณะเป็นยังไงคับ <br>
ขนาดเท่าไหร่ เส้นผ่านศูนย์กลางกี่ ซม. คับ <br>
ยาวกี่ ซม. <br>
ออกมาตรงตำแหน่งไหนคับ <br>
มีเลือดออกมั้ยคับ <br>
ตอนไหนที่มันออกมาเยอะกว่าปกติ (เช่น เบ่งอุจจาระ) <br>
แล้วปกติมันคลำเจอมั้ยคับ ถ้าไม่ได้เบ่งน่ะคับ <br>
ผลุบๆโผล่ๆมั้ยคับ <br>
เป็นมานานแค่ไหนแล้วคับ <br>
มีน้ำหนักลดมั้ยคับ ถ้าลด ลดเท่าไหร่ในกี่เดือน <br>
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม <br>
<br>
คือถ้าบอกว่าแค่ติ่งเนื้อเนี่ยฮะ <br>
ก็นึกถึงริดสีดวงนะคับ <br>
เพราะพบได้บ่อยมากๆๆๆๆ <br>
ริดสีดวงก็มีหลายแบบ หลายขนาด <br>
อาจมีมากกว่าหนึ่งติ่งได้คับ <br>
หายเองก็ได้ หรือ ต้องกินยา หรือ ผ่าตัดก็ได้คับ <br>
<br>
เอาเป็นว่าขอรายละเอียดเพิ่มหน่อยคับ <br>
หรือคุณลองไปดูในเวปก็ได้คับว่าโรคริดสีดวงเป็นไง <br>
(ผมว่าเดี๋ยวพี่เวปมาสเตอร์ก็คงเอามาแปะมั้งฮะ อิอิ) <br>
แล้วดูว่าตรงกับตั้วเองมั้ยนะคับ <br>
มันไม่ใช่ว่าเป็นแล้วนั่งไม่ได้หรอกคับ คนธรรมดาๆก็เป็นได้คับ
Avatar
StrawberryPinky 18/05/2006 09:47
#3
- * - ก็ถ้าคิดว่าเป็นริดสีดวงพี่จะเอาข้อมูลให้อ่านละกันนะคะ <br>
<br>
ริดสีดวงทวาร <br>
<br>
อาการ <br>
อาการสำคัญก็คือการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสดๆทั้งนี้เนื่องจากการเบ่งถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวาร (กลุ่มหลอดเลือดดำขอด) จะปริแตกออกอาการส่วนมากจะมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก เป็นเลือดแดงสด เกิดขึ้นขณะถ่ายอุจจาระ อาจสังเกตมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระ หรือปนมากับอุจจาระ หรือ <br>
มีเลือดไหลออกเป็นหยดโดยไม่รู้สีกเจ็บปวดแต่อย่างไร บางคนอาจรู้สึกเจ็บที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบาก หรืออาจมีอาการคันก้น ถ้าริดสีดวงอักเสบ หรือหลุดออกมาข้างนอก อาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรง จนถึงกับนั่งยืน หรือเดินไม่สะดวก และคลำได้ก้อนเนื้อนุ่มๆ สีคล้ำๆ ที่ปากทวารหนัก ถ้ามีเลือดออกมากหรือเรื้อรัง อาจมีอาการซีดได้ <br>
<br>
ในระยะแรกจะมีเพียงการถ่ายเป็นเลือดโดยที่ไม่มีอาการปวด แต่ในระยะหลังอาจมีอาการปวดมากขึ้นหรือมีก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก้อนที่ออกมาแล้วดันกลับเข้าไปไม่ได้จะปวดมาก <br>
ถ้ามีเลือดออกนานๆอาจมีอาการของการขาดเลือด โลหิตจาง หน้ามืด เวียนศีรษะ <br>
<br>
สำหรับริดสีดวงภายนอกมักมาด้วยอาการปวดมากกว่า มักไม่มีเลือดออกถ้าไม่มีริดสีดวงทวารหนักภายในร่วมด้วย <br>
<br>
สิ่งตรวจพบ <br>
อาจคลำได้ก้อนเนื้อนุ่ม ๆ สีคล้ำ ๆ ที่ปากทวารหนักจากอาการของโรคและการตรวจร่างกายโดยการใช้นิ้วสอดเข้าไปในรูทวารหนัก และการส่องกล้องนอกจากนี้ถ้ามีอาการมากกว่า 1 สัปดาห์แพทย์จะทำการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป <br>
<br>
อาการแทรกซ้อน <br>
อาจทำให้มีภาวะโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก
Avatar
StrawberryPinky 18/05/2006 09:47
#4
การรักษา <br>
1. ระวังอย่าให้ท้องผูก ควรดื่มน้ำมาก ๆ และกินผักผลไม้มาก ๆ ถ้ายังท้องผูก ให้กินยาระบาย เช่น ยาระบายแมกนีเซีย , ดีเกลือ , อีแอลพี หรือสารเพิ่มกากใย อย่ายืนนาน ๆ หรือนั่งเบ่งถ่ายนาน ๆ <br>
2. ถ้าปวดมากเนื่องจากมีการอักเสบ ให้กินยาแก้ปวด , นั่งแช่ในน้ำอุ่นจัด ๆ วันละ 2-3 ครั้ง ๆ ละ15-30 นาที และใช้ยาเหน็บริดสีดวงทวาร เช่น อะนูซอล(Anusal), เชอริพร็อกต์(Scheriproct), พร็อกโตซีดิล (Proctosedyl) เหน็บวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า ก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ) จนอาการบรรเทา ปกติใช้เวลาประมาณ 10 วัน <br>
3. ถ้าซีดให้ เฟอร์รัสซัลเฟต วันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 เม็ด <br>
4. ถ้าหัวริดสีดวงหลุดออกข้างนอก ให้ใส่ถุงมือใช้ปลายนิ้วชุบสบู่ให้หล่อลื่น แล้วดันหัวกลับเข้าไปถ้าไม่ได้ผล ควรแนะนำไปโรงพยาบาล <br>
5. ถ้ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย หรือสงสัยมีโรคอื่นร่วมด้วย หรือพบใน คนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องใช้เครื่องส่องตรวจทวารหนัก (proctoscope) ถ้าหากสงสัยเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ อาจต้องเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวน แป้งแบเรียม (Barium enema) หรือใช้เครื่องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ถ้าเป็นริดสีดวงทวารโดย ไม่มีสาเหตุที่ร้ายแรง ก็มักจะให้การรักษาดังได้กล่าวข้างต้น ถ้าเป็นมากอาจรักษาด้วย <br>
<br>
- การฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงให้ฝ่อไป วิธีนี้สะดวก ปลอดภัย ไม่มีความเจ็บปวดมักจะฉีดสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 3-5 ครั้ง ช่วยให้หายขาดได้ 60% ส่วนอีก 40% อาจกำเริบได้ใหม่ หรือ <br>
<br>
- อาจรักษาโดยวิธีใช้ยางรัด (rubber bandligation) ทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือใช้แสงเลเซอร์รักษา (laser photocoagulation) ถ้าเป็นมาก <br>
<br>
- หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องผ่าตัดการปฏิบัติตนหลังได้รับการผ่าตัด <br>
<br>
1.อาการที่พบบ่อยที่สุดคืออาการปวดในระยะ 12 ชั่วโมงแรกภายหลังจากการผ่าตัด ซึ่งในบางรายจะมีอาการปวดมาก แนะนำให้ขอยาจากผู้ดูแลหลังผ่าตัดโดยทันทีในขณะเริ่มมีอาการปวด เนื่องจากการ รับยาในขณะที่มีอาการปวดรุนแรงจะไม่ได้ผลดีเท่ากับการรับยาตั้งแต่เริ่มมีอาการปวดเล็กน้อย แต่หลังจาก 24 ชั่วโมงแล้วอาการปวดจะทุเลาลงอย่างมาก ในบางรายอาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น <br>
<br>
2.อาการที่พบบ่อยใน 24 ชั่งโมงแรกอีกอย่างหนึ่งคือการปัสสาวะไม่ออก เนื่องจากฤทธิ์ยาชาทำให้ความรู้สึกปวดปัสสาวะมีน้อย และจากอาการปวดทำให้กล้ามเนื้อหูรูดเกร็งตัวไม่สามารถปัสสาวะเองได้ จำเป็นต้องสวนปัสสาวะทิ้งภายใน 6 ชั่วโมง เนื่องจากถ้าปล่อยไว้นานจะทำให้กระเพาะปัสสาวะยืดไม่สามารถหดตัวบีบกระเพาะปัสสาวะให้ปัสสาวะออกมาได้สะดวก <br>
<br>
3.การแช่ก้นด้วยน้ำอุ่น การปวดของแผลผ่าตัดทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว ทำให้เกิดการโหลเวียนของเลือดไม่สะดวก เกิดอาการบวมของแผลและมีอาการปวดมากขึ้น จำเป็นต้องแช่น้ำอุ่นเพื่อให้น้ำพาความอุ่นไปยังบริเวณทวารหนัก ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการเจ็บปวดและอาการบวมของแผลได้ดี โดยไม่เป็น <br>
สาเหตุของแผลติดเชื้อ <br>
<br>
4.รับประทานอาหารปกติ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ผักผลไม้พอสมควร เพื่อทำให้อุจจาระเป็นก้อนแต่นุ่ม ช่วยในการขยายตัวของกล้ามเนื้อทวารหนัก ทำให้อาการปวดและบวมลดลง <br>
<br>
5.ในบางรายอาจมีอาการเลือดออกได้บ้างในขณะขับถ่ายหลังจากผ่าตัดได้ 7-8 วัน เกิดจากไหมที่เย็บไว้ละลายทำให้แผลแยกเล็กน้อยขณะขับถ่าย แต่จะออกไม่มากและไม่ควรเกิน 2-3 วัน ถ้าออกมากหรือนานกว่า 3 วันควรพบแพทย์ทันที <br>
<br>
ข้อแนะนำ <br>
1. ริดสีดวงทวาร โดยตัวมันเอง ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง (มีเพียงส่วนน้อยที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด) แต่อาจเป็นเรื้อรังได้ ถึงแม้เคยผ่าตัดรักษามาแล้ว ก็อาจเกิดริดสีดวงหัวใหม่ ทำให้มีเลือดออกได้อีก ผู้ที่เป็นโรคนี้ ควรระวังอย่าให้ท้องผูก หรือท้องเดินบ่อย ๆ <br>
2. มะเร็งของลำไส้ใหญ่ ก็อาจทำให้มีอาการของริดสีดวงทวารได้ ดังนั้น ถ้าพบว่ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือพบได้คนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ <br>
3. อาการถ่ายอุจจาระะเป็นเลือด อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง <br>
<br>
การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ <br>
การรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน หลังจากการรักษาไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ริดสีดวงทวารสามารถกลับเป็นใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับอายุและการรักษาสุขภาพของร่างกายโดยเฉพาะการขับถ่าย เนื่องจากรอบทวารหนักมีกลุ่มเส้นเลือดอยู่ตลอดเวลาใช้ประโยชน์ช่วยในการกลั้นอุจจาระ ริดสีดวงทวารจะเป็นมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องป้องกันก่อนที่จะมีอาการออกมา โดยยึดหลัก <br>
<br>
การดูแลสุขภาพทั่วไปดังนี้ <br>
1.ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว <br>
2.รับประทานอาการที่มีกากใยพอสมควรได้แก่ผักผลไม้เช่น กล้วย ส้ม สัปปะรด เป็นต้น จะทำให้อุจจาระเป็นก้อนแต่นิ่ม ช่วยในการขยายตัวและนวดทวารหนักได้เป็นอย่างดี และไม่ทำให้เกิดการครูดทวารหนักจนเกิดบาดแผล <br>
3.ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่เบ่งมากขณะขับถ่าย เนื่องจากการเบ่งมากจะทำให้เลือดคั่งบริเวณบริเวณทวารหนัก ทำให้เนื้อเยื่อปากทวารหนักบวมและยื่นออกมาได้ <br>
4.ออกกำลังกายอยู่เสมอ <br>
5.นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ <br>
6.หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองทางเดินอาหารเช่น อาหารรสจัด ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ <br>
<br>
รายละเอียด <br>
ริดสีดวงทวารเป็นสาเหตุสำคัญของการถ่ายเป็นเลือดสดๆ โรคนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ทำให้เกิดความไม่สดวกมาก ที่สำคัญสามารถป้องกันด้วยการระมัดระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะเมื่อท้องผูกจำเป็นต้องเบ่งถ่าย และการเบ่งถ่ายเป้นสาเหตุให้มีเลือดออกได้ ในกรณีที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดนานกว่า1 สัปดาห์ หรือพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นสาเหตุอื่นด้วยเช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
Avatar
pp 18/05/2006 11:02
#5
เป็นเหมือนกันคะมีติ่งยื่นออกมาแต่ไปหาหมอๆบอกว่าไม่ใช่ริดสีดวง เป็นเพราะมีลูก
Avatar
น้อยหน่า 19/05/2006 18:36
#6
คุณความคิดที่5 คะ ตอบด้วยนะคะ สงสัยมากค่ะ คนที่มีลูกจะ <br>
<br>
ต้องเป้นติ่งเนื้อที่ตรงนั้นทุกคนเลยหรือคะ ตอบด้วนะคะ แล้วทำ <br>
<br>
ไงจึงจะหายคะ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<img src="pic/b5.gif"> <img src="pic/b4.gif">
Avatar
คนที่รักคนยากมากๆ 23/05/2006 14:23
#7
เป็นเหมือนกันค่ะแต่เป็นตรงช่องคลอดเลยคือแบบว่าไร้เดียงสานะค่ะ แต่24 แล้วเมื่อก่อนก้อคิดว่าคนอื่นเค้ากอคงมีเหมือนๆกับเราแต่พอมาสังเกตุดูในหนังสือจริงแล้ว <br>
เค้าไม่มีกันแต่เรามีเนื่องจากยังไม่เคยมีไรกับใครจึงกลัวไม่กล้าไปหาหมอตรวจภายในกลัวหมอเป็นผู้ชาย <br>
แต่ก้อไปหา ร.พ.ที่มีหมอผู้หญิงที่จริงตอนแรกกลัวเป็นมะเร็งมากๆเพราะเราไม่เหมือนคนอื่นๆ <br>
แต่มันคงมีมานานแล้วแต่เราเพิ่งมาสังเกตุทำใจเหมือนกลัวแล้วก้ออายด้วยแต่ก้อต้องไป <br>
กลัวหมอเอามือล้วงเข้าไปข้างในเพราะกลัวเจ็บซึ้งเราไม่เคยผ่านเรื่องแบบนั้นมาก่อน <br>
แต่พอไปแล้วหมอถามว่าเคยมีเพศสัมพันธ์ไหมเราบอกไม่เคยที่จริงแล้วติ่งที่ว่าก้อคือ <br>
เยื่อพรมจรรย์ที่มันยาวออกมาหมอบอกว่าถ้ารำคาญก้อเอาออกได้นิดเดียวเอง เราก้อถามว่าถ้าไม่เอาออกแล้ววันหนึ่งมีเพศสัมพันธ์ขึ้นมามันจะหายไปไหม หมอบอกว่าไม่หายแต่มันจะฉีกขายเท่านั้นเราก้อเลยให้หมอเอาออกแต่ข้างในก้อเหมือนเดิม
Avatar
อรรถพล 01/10/2008 09:14
#8
อยากรู้ว่าที่ก้นมีก้อนอะไรไม่รู้โผล่ขึ้นมาเป็นเม็ดสีแดงเล็กและเวลาถ่ายมีเลือดออกมาด้วย อยากรู้ว่าใช่ริดสีดวงทวารไหม <br>
และมีทางหายขาดไหม <br>
ใครรู้ช่วยตอบหน่อย <br>
Avatar
boew 25/07/2010 15:22
#9
ท้องผูกอ่ะึคะ <br>
แต่พอถ่ายออกมา ก้ปกติ <br>
แต่พอมานั่งปัสสาวะ ดันมีเลือดไหลออกมาทางรูทวาร <br>
แบบนี้เรียกว่าเป็นรอดสีดวงรึป่าวค่ะ ?? <br>
<br>
แต่ก่อนหน้าที่จะถ่ายครั้งนี้ ก้ปกติค่ะ <br>
ไม่ได้มีเลือดไหลออกมา ท้องก้ไม่ได้ผูก <br>
<br>
ช่วยตอบด้วยนะค่ะ กลัวมาก ๆ เลย

แสดงความคิดเห็น

Avatar 1 Avatar 2 Avatar 3 Avatar 4 Avatar 5 Avatar 6
ลากรูปภาพมาวางที่นี่ หรือ คลิกเพื่อเลือกรูป
รองรับ JPG, PNG, GIF ไม่เกิน 2MB