มุมชวนคุย
คนกินเนื้อคน..อยากให้อ่าน
nongploy-ploy
12/06/2006 10:55
2,340 เข้าชม
คนกินเนื้อคน <br>
<br>
<br>
รศ.บัญญัติ สุขศรีงาม <br>
<br>
<br>
<br>
-------------------------------------------------------------------------------- <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
หลายท่านคงเคยได้ยิน มนุษย์หลายเผ่าที่นิยมกินเนื้อคนเป็นอาหารกันมาบ้างแล้ว มีภาพยนต์หลายเรื่องที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพวกชาวป่าบางเผ่า ที่ออกล่ามนุษย์ต่างเผ่ามากินเป็นอาหาร ช่างโหดร้ายอะไรอย่างนั้น แต่ก็คงจะต้องเห็นใจกับคนเหล่านี้เพราะเป็นผู้ที่ด้อยการศึกษาหรือล้าหลังด้านอารยธรรม ถ้าหากเมื่อใดมีการศึกษาเจริญขึ้น ก็คงจะต้องเปลี่ยนวิถีการรับประทานอาหารอย่างแน่นอน แต่ในปัจจุบันท่านเชื่อหรือไม่ว่า ชาวจีนในประเทศจีนจำนวนไม่น้อยที่ชอบรับประทานเนื้อคน โดยชอบรับประทานเนื้อทารกที่เสียชีวิตจากการแท้ง เชื่อกันว่า เป็นอาหารบำรุงสุขภาพชั้นดี <br>
<br>
<br>
ท่านผู้ฟังคงเคยจำเรื่องราวเกี่ยวกับประชากรของจีน ที่ได้นำเล่าสู่กันฟังไปแล้วนะครับว่า การที่จีนมีประชากรจำนวนมากเกือบ 1,200 ล้านคน ทำให้เกิดปัญหานานัปการ รัฐบาลจีนจึงได้ออกกฎหมายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ครอบครัวชาวจีนส่วนมากต้องการลูกชายมากกว่าลูกสาว ดังนั้นถ้าหากหญิงมีครรภ์รายใดมีลูกสาวก็จะหาวิธีการ จนกระทั่งต้องมีการทำแท้งเกิดขึ้น เพื่อจะได้หาสาเหตุให้มีการตั้งครรภ์ใหม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้งเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และทารกเหล่านี้จะถูกนำไปทำลายทิ้ง โดยไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลย <br>
<br>
<br>
แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานข่าวจากประเทศจีนว่า ได้มีธุรกิจซื้อขายทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้งกันแล้ว เช่น ในปีพ.ศ. 2537 มีผู้หญิงจีนไปทำแท้งที่โรงพยาบาลเฉินเจิ้นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ได้นำซากทารกจำนวนประมาณ 7,000 ศพ ไปขายให้หน่วยงานต่าง ๆ ราคาศพละ 31.25 บาท (1.25ดอลลาร์) ในบางคลินิกที่รับทำแท้ง ก็ได้ขายศพได้แพงถึงศพละ 1,000 บาท (40 ดอลลาร์) และการซื้อขายนี้ได้แพร่หลายไปถึงฮ่องกงแล้ว ผู้ที่ซื้อจะนำซากศพเหล่านี้ไปปรุงเป็นอาหารเสริม เพื่อจะหน่ายเป็นยาบำรุงให้กับผู้หญิงที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรง หรือทำให้ร่างกายเต่งตึง เป็นการช่วยยืดอายุการชราออกไป <br>
<br>
<br>
อย่างไรก็ตามแพทย์หญิงประจำสถานพยาบาลในเมืองเฉินเจิ้น ได้ให้ข้อมูลว่า เธอก็เป็นผู้หนึ่งที่ชอบรับประทานซากทารก และแพทย์อื่น ๆ ก็ชอบรับประทานซากทารกเช่นกัน เพราะเชื่อว่า ช่วยบำรุงผิวพรรณและทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งในเรื่องนี้นายแพทย์วอร์เรน ลี หัวหน้าสมาคมแพทย์ของฮ่องกงได้ให้ข้อมูลว่า ชาวจีนได้นิยมรับประทานซากทารกมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เป็นที่แปลกใจแต่ประการใดที่มีผู้ใช้ซากทารกจากการทำแท้งเป็นแหล่งหาเงินอีกรูปแบบหนึ่ง <br>
<br>
<br>
หลังจากที่เรื่องราวเกี่ยวกับรับประทานซากทารกได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้ จึงมีการแสดงความคิดเห็นต่อต้าน โดยผู้ที่ต่อต้านอย่างมากเห็นจะได้แก่นายแฟรงค์ วูลฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐอเมริกา สังกัดพรรครีพับริกัน ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ได้ทราบข่าวว่าในประเทศจีนและฮ่องกง ได้มีการนำซากทารกจากการทำแท้งไปรับประทานเช่นกัน ถ้าหากเป็นเรื่องจริงคงจะทำให้เกิดปัญหาด้านศีลธรรมและจริยธรรมเป็นแน่ เพราะจีนเป็นประเทศที่มีนโยบายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ดังนั้นอาจมีผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่สมหวังได้มีการทำแท้งเพิ่มมากขึ้น และยังนำซากทารกไปขายอีกด้วย <br>
<br>
<br>
ดังนั้นนายแฟรงค์ วูลฟ์ จึงได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีคลินตัน และรัฐมนตรีต่างประเทศ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถ้าหากเป็นความจริงก็จะรณรงค์ให้สหรัฐอเมริกา ใช้มาตรการทางการเมือง เพื่อทำให้จีนได้มีการควบคุมดูแลในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น <br>
<br>
<br>
เป็นอย่างไรบ้างครับ เรื่องราวของคนกินเนื้อคนที่นำมาเล่าสู่กันฟังไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับว่ามนุษย์เราจะทำได้ถึงเพียงนี้ ตามปกติแล้วเราสามารถหาสัตว์หรือพืชต่างๆ มาเป็นอาหารก็เป็นสิ่งที่พอยอมรับกันได้ เนื่องจากเป็นความจำเป็นจึงต้องใช้สิ่งอื่นเป็นอาหารแต่การนำเนื้อมนุษย์มาเป็นอาหารนั้น คงไม่เป็นที่ยอมรับกันในอารยชนทั้งหลายยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจีนจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ถ้ามีรายงานข่าวเมื่อใดก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 ] <br>
<br>
<br>
<br>
รศ.บัญญัติ สุขศรีงาม <br>
<br>
<br>
<br>
-------------------------------------------------------------------------------- <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
หลายท่านคงเคยได้ยิน มนุษย์หลายเผ่าที่นิยมกินเนื้อคนเป็นอาหารกันมาบ้างแล้ว มีภาพยนต์หลายเรื่องที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพวกชาวป่าบางเผ่า ที่ออกล่ามนุษย์ต่างเผ่ามากินเป็นอาหาร ช่างโหดร้ายอะไรอย่างนั้น แต่ก็คงจะต้องเห็นใจกับคนเหล่านี้เพราะเป็นผู้ที่ด้อยการศึกษาหรือล้าหลังด้านอารยธรรม ถ้าหากเมื่อใดมีการศึกษาเจริญขึ้น ก็คงจะต้องเปลี่ยนวิถีการรับประทานอาหารอย่างแน่นอน แต่ในปัจจุบันท่านเชื่อหรือไม่ว่า ชาวจีนในประเทศจีนจำนวนไม่น้อยที่ชอบรับประทานเนื้อคน โดยชอบรับประทานเนื้อทารกที่เสียชีวิตจากการแท้ง เชื่อกันว่า เป็นอาหารบำรุงสุขภาพชั้นดี <br>
<br>
<br>
ท่านผู้ฟังคงเคยจำเรื่องราวเกี่ยวกับประชากรของจีน ที่ได้นำเล่าสู่กันฟังไปแล้วนะครับว่า การที่จีนมีประชากรจำนวนมากเกือบ 1,200 ล้านคน ทำให้เกิดปัญหานานัปการ รัฐบาลจีนจึงได้ออกกฎหมายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ครอบครัวชาวจีนส่วนมากต้องการลูกชายมากกว่าลูกสาว ดังนั้นถ้าหากหญิงมีครรภ์รายใดมีลูกสาวก็จะหาวิธีการ จนกระทั่งต้องมีการทำแท้งเกิดขึ้น เพื่อจะได้หาสาเหตุให้มีการตั้งครรภ์ใหม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้งเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และทารกเหล่านี้จะถูกนำไปทำลายทิ้ง โดยไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลย <br>
<br>
<br>
แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานข่าวจากประเทศจีนว่า ได้มีธุรกิจซื้อขายทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้งกันแล้ว เช่น ในปีพ.ศ. 2537 มีผู้หญิงจีนไปทำแท้งที่โรงพยาบาลเฉินเจิ้นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ได้นำซากทารกจำนวนประมาณ 7,000 ศพ ไปขายให้หน่วยงานต่าง ๆ ราคาศพละ 31.25 บาท (1.25ดอลลาร์) ในบางคลินิกที่รับทำแท้ง ก็ได้ขายศพได้แพงถึงศพละ 1,000 บาท (40 ดอลลาร์) และการซื้อขายนี้ได้แพร่หลายไปถึงฮ่องกงแล้ว ผู้ที่ซื้อจะนำซากศพเหล่านี้ไปปรุงเป็นอาหารเสริม เพื่อจะหน่ายเป็นยาบำรุงให้กับผู้หญิงที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรง หรือทำให้ร่างกายเต่งตึง เป็นการช่วยยืดอายุการชราออกไป <br>
<br>
<br>
อย่างไรก็ตามแพทย์หญิงประจำสถานพยาบาลในเมืองเฉินเจิ้น ได้ให้ข้อมูลว่า เธอก็เป็นผู้หนึ่งที่ชอบรับประทานซากทารก และแพทย์อื่น ๆ ก็ชอบรับประทานซากทารกเช่นกัน เพราะเชื่อว่า ช่วยบำรุงผิวพรรณและทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งในเรื่องนี้นายแพทย์วอร์เรน ลี หัวหน้าสมาคมแพทย์ของฮ่องกงได้ให้ข้อมูลว่า ชาวจีนได้นิยมรับประทานซากทารกมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เป็นที่แปลกใจแต่ประการใดที่มีผู้ใช้ซากทารกจากการทำแท้งเป็นแหล่งหาเงินอีกรูปแบบหนึ่ง <br>
<br>
<br>
หลังจากที่เรื่องราวเกี่ยวกับรับประทานซากทารกได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้ จึงมีการแสดงความคิดเห็นต่อต้าน โดยผู้ที่ต่อต้านอย่างมากเห็นจะได้แก่นายแฟรงค์ วูลฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐอเมริกา สังกัดพรรครีพับริกัน ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ได้ทราบข่าวว่าในประเทศจีนและฮ่องกง ได้มีการนำซากทารกจากการทำแท้งไปรับประทานเช่นกัน ถ้าหากเป็นเรื่องจริงคงจะทำให้เกิดปัญหาด้านศีลธรรมและจริยธรรมเป็นแน่ เพราะจีนเป็นประเทศที่มีนโยบายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ดังนั้นอาจมีผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่สมหวังได้มีการทำแท้งเพิ่มมากขึ้น และยังนำซากทารกไปขายอีกด้วย <br>
<br>
<br>
ดังนั้นนายแฟรงค์ วูลฟ์ จึงได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีคลินตัน และรัฐมนตรีต่างประเทศ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถ้าหากเป็นความจริงก็จะรณรงค์ให้สหรัฐอเมริกา ใช้มาตรการทางการเมือง เพื่อทำให้จีนได้มีการควบคุมดูแลในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น <br>
<br>
<br>
เป็นอย่างไรบ้างครับ เรื่องราวของคนกินเนื้อคนที่นำมาเล่าสู่กันฟังไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับว่ามนุษย์เราจะทำได้ถึงเพียงนี้ ตามปกติแล้วเราสามารถหาสัตว์หรือพืชต่างๆ มาเป็นอาหารก็เป็นสิ่งที่พอยอมรับกันได้ เนื่องจากเป็นความจำเป็นจึงต้องใช้สิ่งอื่นเป็นอาหารแต่การนำเนื้อมนุษย์มาเป็นอาหารนั้น คงไม่เป็นที่ยอมรับกันในอารยชนทั้งหลายยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจีนจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ถ้ามีรายงานข่าวเมื่อใดก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 ] <br>
<br>
<br>
น่ากลัว น่าสงสาร มากกว่าน่ากินค่ะ <br>
<br>
ทำใจไม่ได้ <br>
<br>