มุมชวนคุย
" รัก" ไม่มีวันตาย จากนนทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ ถึง ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาส
PangRum
24/07/2006 14:52
1,731 เข้าชม
ตำนานความรักที่ทรงพลังระหว่าง "นนทิยา พุทธาโภคทรัพย์" กับ "ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาส ใกล้ดำเนินมาถึงบทที่ทั้งคู่เริ่มต้นชิตครอบครัวอย่างมีความสุข <br>
> แต่เพียงไม่กี่เดือน รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยคราบน้ำตา งานมงคลกลายเป็นงานศพ <br>
> ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งพังทลายลงชั่วพริบตา <br>
> แม้เวลาจะผ่านมา 9 ปีแล้วก้อตาม แต่จุ๊บยังจำวันแรกที่เจอกับพี่โจ้ได้ไม่ลืม <br>
> เราเจอกันในงานคอนเสิร์ตของนาวินต้าร์ เขาหันมามองจุ๊บ <br>
> ยังจำดวงตาคู่นั้นได้เลยว่าสวยมาก เพื่อนแอบให้เบอร์จุ๊บกับพี่โจ้ <br>
> ซึ่งสมัยนั้นเป็นเพจเจอร์ เขาส่งข้อความมาหลายครั้ง <br>
> กระทั่งจุ๊บยอมไปทานข้าวด้วยแล้วจุ๊บก้อหลงรักเขาโดยไม่มีเงื่อนไขว่า <br>
> แฟนฉันต้องหล่อหรือรวย เพราะจุ๊บรักทุกอย่างที่เป็นพี่โจ้ รักเสียง <br>
> รักรอยยิ้ม <br>
> รักดวงตาคู่นั้น เขาเรียกจุ๊บว่าหนู จุ๊บก้อเรียกเขาว่าที่รัก แม้ตอนแรก <br>
> คุณพ่อคุณแม่จะไม่ชอบ แต่ความจริงใจที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย <br>
> ประกอบกับเป็นคนมีจิตใจดี <br>
> พี่โจ้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจุ๊บโดยปริยาย <br>
> เราตกลงกันว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านเป็นเรือนหอ <br>
> ช่วงนั้นอะไรประหยัดได้ก้อช่วยกันประหยัด <br>
> เวลาพี่โจ้มารับที่บ้านคุณแม่ทำข้าวใส่กล่องเตรียมไว้ให้ <br>
> ระหว่างทางจุ๊บจะป้อนข้าวพี่โจ้ หรือเสื้อผ้าพี่โจ้ก้อจะเอามาซักที่บ้านจุ๊บ <br>
> จะได้ประหยัดค่าซักรีด กินข้าวนอกบ้านเรียกว่านับครั้งได้ <br>
> เพราะแค่ซื้อน้ำส้มสักแก้วยังคิดแล้วคิดอีก <br>
> กระทั่งพี่โจ้เริ่มมีชื่อเสียงและเข้าหุ้นกับพี่เอก-กฤษณา วารินทร์ <br>
> เปิดบริษัท <br>
> มหัศจรรย์งานโชว์ แม้รายรับมากขึ้น แต่ก้อมีปัญหาจุกจิกให้แก้ไขตลอดเวลา <br>
> แต่เราจับมือสู้ไปด้วยกัน เขามักบอกให้จุ๊บชื่นใจเสมอว่า <br>
> หนูเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่มีวันนี้ <br>
> ในที่สุดความฝันก้อเป็นจริง เราซื้อบ้านด้วยเงินสดที่พยายามอดออมกันมา <br>
> ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน <br>
> ตกแต่งบ้านด้วยกัน วาดโครงการว่าปลายปี 49 แต่งานแล้วจะมีลูกทันที <br>
> ตั้งชื่อไว้เสร็จสรรพ ซึ่งจุ๊บหวังว่าจะเป็นเจ้าสาวของพี่โจ้ตลอดเวลา <br>
> รอคอยวันนั้นอย่างตื่นเต้น ซื้อหนังสือแต่งงานทุกฉบับ <br>
> เราสองคนช่วยกันเลือกชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว เลือกแหวน เลือกสถานที่ <br>
> เตรียมงานมาเป็นระยะ <br>
> จนเมื่อปลายปีที่แล้วเราตั้งใจไว้ว่า ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี <br>
> ไปเที่ยวฮ่องกงกันดีกว่า แต่พี่โจ้มีอาการท้องเสียไม่หยุด <br>
> ร่างกายอ่อนเพลียมาก <br>
> จุ๊บพาพี่โจ้ไปหาหมอ หมอคลำที่ท้อง ปรากฏว่าตับโต พออัตราซาวนด์ <br>
> พบก้อนเนื้อที่ตับประมาณ 10 เซนติเมตร ถ้าเทียบกับเนื้อที่ตับที่มีอยู่ 16 <br>
> เซนติเมตร ถือว่าค่อนข้างใหญ่ <br>
> หมอบอกว่าเป้นมะเร้งอยู่ในระยะที่ไม่มากไปไม่น้อยไป <br>
> สันนิษฐานว่าเป็นมาเกือบปี <br>
> แต่ไม่ถึงกับต้องให้คีโม ซึ่งพี่โจ้ไม่อยากรักษาด้วยคีโมบำบัดอยู่แล้ว <br>
> ความที่เขาเป็นโรคตับอักเสบอยู่ก่อนแล้ว หมอจึงไม่กล้าเสี่ยงตัดตับให้ทันที <br>
> กลัวอาการจะทรุดหนักกว่าเดิม <br>
> ต้องสกัดตัวมะเร็งให้ฝ่อลงก่อนจึงค่อยตัดชิ้นเนื้อที่เสียออก <br>
> เราทั้งสองคนยืนรับฟังประโยคนั้นด้วยกัน ใจพี่โจ้สุดยอดมาก <br>
> ถามหมอเลยว่าผมจะอยู่ได้อีกกี่เดือน ถ้าอยู่ได้ไม่นาน <br>
> ผมจะใช้ชีวิตอยู่กับแฟนให้เต็มที่ หมอบอกว่า สู้ได้ครับคุณโจ้ <br>
> ขณะที่จุ๊บร้องไห้ รับไม่ได้ พี่โจ้กอดจุ๊บ บอกว่าห่วงหนู <br>
> จุ๊บบอกว่าไม่ต้องห่วง เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ถ้าที่รักตาย <br>
> หนูจะตายตามไปด้วย เราจะจับมือเดินไปด้วยกัน พี่โจ้ร้องไห้ บอกว่า <br>
> ชีวิตจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ อยู่เพื่อสานฝันให้พี่ <br>
> ถ้าหนูบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไร <br>
> พี่ก้อจะไม่เป็นอะไร <br>
> พี่โจ้อยู่โรงพยาบาล 3 <br>
> วันจากบ้านที่เตรียมไว้เป็นเรือนหอก้อใช้เป็นที่พักฟื้นของพี่โจ้ <br>
> ตอนนั้นจุ๊บย้ายมาอยู่ด้วย ไม่แคร์แล้วว่าต้องแต่งก่อนไหม <br>
> คุณพ่อคุณแม่พี่โจ้มาจากเชียงใหม่อยู่ดูแลด้วย <br>
> เอฟเฟ็คท์จากฤทธิ์ยาทำให้พี่โจ้ผอมลง เหนื่อยง่าย ผมร่วงเล็กน้อย <br>
> แม้อากู๋-ไพบูลย์ พี่ฉอด-สายทิพย์ และพี่ไก่-สมพล จะให้หยุดรักษาตัวก่อน <br>
> แต่ความที่เขาทำงานมาตลอดก้อแอบไปอัดสปอตสั้นๆบ้าง อัดเกมวัดดวงบ้าง <br>
> ยังขำๆฮาๆได้ ทุกคนจึงเชื่อว่าเขาต้องหาย <br>
> ระหว่างนั้นพี่โจ้ไปตรวจเช็คอาการและทานยาตามปกติ <br>
> เขาบอกว่าอย่างไรมะเร็งก้อไม่เล็กลงหรอก <br>
> ขณะที่จุ๊บยังหวังว่าพี่โจ้ต้องหายอยู่ทุกเวลา ทุกนาที หมอทางเลือกที่ไหนดี <br>
> จุ๊บพาไปรักษาทุกที่ <br>
> ขณะเดียวกันเราก้อใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ <br>
> พระที่ไหนศักดิ์สิทธิ์ จุ๊บตามไปไหว้อีก ตระเวนทำบุญ 9 วัดเกือบทุกวัน <br>
> ปล่อยปลาเยอะมาก แต่ความที่พี่โจ้เป็นมาก พอเข้าเดือนที่สอง อาการเริ่มทรุดลง <br>
> แน่นท้องทานข้าวได้น้อยลง เพราะตับทำงานแย่ลง <br>
> มีภาวะน้ำท่วมปอดและหัวใจร่วมด้วย <br>
> ต้องไปให้หมอเจาะเอาน้ำออก เขาเริ่มเดินไม่ถนัด <br>
> จากที่เคยไปทำบุญด้วยกันก้อเริ่มอยู่บ้านดูทีวี จุ๊บไม่อยากให้เขาดูทีวีมาก <br>
> เพราะถ้าสมองรับคลื่นกระแสไฟฟ้ามากๆ จะไม่ดีกับคนเป็นมะเร็ง <br>
> เขาก้ออ่านหนังสือ <br>
> เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน บอกอ่านแล้วจะได้ปลง <br>
> จุ๊บไหว้พระทุกวัน ขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครอง <br>
> ถ้าหากถึงวันที่ที่ต้องแลกชีวิตกันจริงๆ ก้อขอให้เอาจุ๊บไปแทน <br>
> เพราะถ้าพี่โจ้อยู่ยังทำอะไรให้กับคนรอบข้างอีกเยอะ จุ๊บยอมเสียสละ แขน ขา <br>
> หัวใจ ตับ หรืออะไรก้อได้ ขออย่างเดียวให้ได้มองหน้าพี่โจ้ ได้กอดเขาไปนานๆ <br>
> พยายามม่ร้องไห้ให้พี่โจ้เห็น แต่...บางครั้งก้อห้ามใจตัวเองไม่ได้ <br>
> เขามักบอกว่า...ร้องไห้อีกแล้ว เดี๋ยวก้อร้องด้วยเลย <br>
> จุ๊บบอกว่าร้องเพราะ...ความปลื้มปิติว่าที่รักจะหายแล้ว....ดีใจว่าสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ <br>
> ไม่มีปาฏิหาริย์.....ไม่มีความมหัศจรรย์....ล่วงเข้าเดือนที่สาม <br>
> พี่โจ้เริ่มทานข้าวไม่ได้ ตัวซีด เหนื่อยหอบ จุ๊บพาไปหาหมอ คิดว่าให้เลือด <br>
> น้ำเกลือแล้วก้อกลับบ้าน แต่....หมอส่งตัวพี่โจ้เข้าห้องไอซียู <br>
> สวนท่อเพื่อฟอกเลือด เอาของเสียออก สามวันแรกพี่โจ้ยังร่าเริง <br>
> พยาบาลบอกว่าพี่โจ้สุภาพมาก ไม่เอะอะ โวยวายหรืออาละวาดดึงสายออก <br>
> จากวันนั้นด้วยฤทธิ์ยา พี่โจ้มีอาการ สะลึมสะลือ พูดได้เป็นคำๆ <br>
> จนกระทั่ง..ไม่รู้สึกตัวเลย จุ๊บขออนุญาตหมอเข้าไปนอนเฝ้าในห้องไอซียู <br>
> จับมือเขาไว้ตลอดเวลา...กอด...หอม....สวดมนต์ให้ฟัง <br>
> เพราะอย่างไรก้อมีความหวังว่าพี่โจ้ต้องหาย...ตกค่ำความดันพี่โจ้ค่อยๆตกจาก <br>
> 100 <br>
> มาอยู่ที่ 68 ขณะที่ระดับของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 68 ซึ่งถือว่าโคม่าแล้ว <br>
> แต่หัวใจเขายังเต้นอยู่ <br>
> ขณะนั้น พวกญาติๆ เริ่มลูบหัวพี่โจ้สั่งลากัน จุ๊บทนเห็นภาพนั้นไม่ได้... <br>
> อย่าพูดแบบนั้น...อย่าพรากคนรักไปจากจุ๊บ... จุ๊บกอดพี่โจ้แน่น <br>
> กราฟหัวใจของพี่โจ้กลับเต้นขึ้นมาใหม่ถึง 300 แต่หลังจากนั้นแป๊ปเดียว <br>
> กราฟหัวใจก้อตกไปที่ศูนย์.....จุ๊บกรี๊ดเหมือนคนบ้า...ไม่ยอมกลับบ้าน...ร้องไห้จะตามไปนอนกับพี่โจ้ <br>
> ในห้องเย็น <br>
> พี่สาวบอกว่ากลับบ้านเถอะ เรียกโจ้กลับบ้านด้วย <br>
> แม้ตัวไม่อยู่แต่วิญญาณเขายังอยู่ ก่อนเข้าบ้านจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง <br>
> ขอให้พี่โจ้เข้าบ้านด้วย <br>
> วันรดน้ำศพ จุ๊บร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด <br>
> ผู้ใหญ่เข้าใจถึงความรักเรา <br>
> แนะนำว่าให้เอาขี้เถ้าทำตำหนิไว้ เผื่อเจอหน้ากันจะได้จำหน้าได้ <br>
> จุ๊บทำตามแล้วสวมแหวนให้ จับมือพี่โจ้ขึ้นพนมร่วมกัน บอกว่า <br>
> สัญญาน่ะว่าชาติหน้าเกิดมาจะรักกันอีก และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า <br>
> อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บมาพรากเราจากกันอีก วันเผาศพ จุ๊บร้องไห้จนตาช้ำ <br>
> วินาทีที่ไปส่งพี่โจ้ไม่รู้จะมีคำพูดอะไรบรรยายความรู้สึกได้มากกว่าคำว่า <br>
> สาหัสทรมาน พี่ฉอดกอดจุ๊บบอก พี่เขาไปดีแล้ว จุ๊บตะโกนไปอย่าไม่รู้ตัวว่า <br>
> อย่าให้เขาเอาพี่โจ้ของเราไป แล้วก้อเป็นลม ถึงเวลาเก็บกระดูก <br>
> สียงพระสวดบังสุกุลตายแล้วต่อด้วยบังสุกุลเป็นดังอยู่ข้างๆ จิตใจดีขึ้น <br>
> ไม่ร้องไห้ รู้สึกว่าพี่โจ้ตายไปเดี๋ยวก้อมาเกิดใหม่ <br>
> ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ <br>
> ความทรงจำทุกอย่างที่มีกับพี่โจ้กำลังฆ่าจุ๊บ....เพราะทุกอย่างที่เคยมีพี่โจ้ทั้งนั้น <br>
> ออกจากบ้านไปได้แค่หน้าปากซอย <br>
> ยิ่งเห็นพี่สาวกับพี่เขยไปเที่ยวกันแล้วยิ่งสะเทือนใจ <br>
> เพราะเมื่อก่อนพี่โจ้พาจุ๊บไปกินข้าว เสาร์อาทิตย์ไปเดินจตุจักร <br>
> ทุกวันจุ๊บทำกับข้าวรอพี่โจ้กลับจากที่ทำงาน ทานข้าวเสร็จไปดูหนัง <br>
> แต่ตอนนี้เหมือนรออะไรอยู่ไม่รู้ ไม่มีจุดหมาย <br>
> ทุกคืนจุ๊บต้องกินยานอนหลับอย่างแรง แต่ทุกๆตีสามต้องตื่น <br>
> มีความรู้สึกเหมือนถูกสัมผัสเบาๆที่ปลายเท้า เชื่อว่าต้องเป็นพี่โจ้แน่ๆ <br>
> เพราะเขาชอบตื่นมาดูบอลแล้วก้อหอมแก้มบอกรักน่ะ <br>
> ตั้งแต่นั้นความทุกข์จึงกลายเป็นความสุข...กับการตื่นตีสามและรอคอยตอนเช้า <br>
> เพื่อจะได้ใส่บาตรให้พี่โจ้ <br>
> สิ่งเหล่านี้ช่วยเยียวยาจิตใจให้รู้ว่าพี่โจ้ยังอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา <br>
> ทุกวินาทีที่จุ๊บทำอะไรจะเรียกพพี่โจ้ตลอด <br>
> มีบอลก้อเอาอัฐิมาตั้งดูทีวีด้วยกัน <br>
> บางทีก้อคิดว่าทำไมต้องทำแบบนี้ นั่งคุยกับรูป..กับอัฐิ... <br>
> แต่นี้คือความจริงที่ต้องเผชิญ แม้ขณะนี้ญาติๆ จะมาอยู่เป็นเพื่อน <br>
> แต่สักวันทุกคนต้องแยกย้ายกับไปดำเนินชีวิตตามปกติ <br>
> เหลือจุ๊บที่ต้องอยู่บ้านนี้เพียงคนเดียว <br>
> เพราะฉะนั้นต้องพยายามทำตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้ <br>
> แต่จะไม่พยายามทำใจเด็ดขาดว่าพี่โจ้ไม่อยู่แล้ว <br>
> ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่โจ้ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเร็วขนาดนี้ <br>
> จนไม่ทันได้เตรียมอะไรไว้ให้ มีแต่บ้านหลังนี้กับคอนโด และรถ <br>
> ระหว่างเราจะเป็นความฝันที่ร่วมสร้างด้วยกันเสียส่วนมาก ซึ่งจุ๊บต้องสานต่อ <br>
> พี่โจ้รักพ่อแม่มาก ตั้งใจว่าจะรับหน้าที่เลี้ยงดูพ่อแม่พี่โจ้แทน <br>
> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท มหัศจรรย์งานโชว์ <br>
> แม้จุ๊บจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ตอนที่พี่โจ้อยู่....แต่ต้องทำต่อไป... <br>
> <br>
> ไม่อยากให้พี่โจ้เป็นแค่ความทรงจำแล้วสักวันก้อจางหาย....อยากให้พี่โจ้เป็นความรู้สึกดีๆที่อยู่ <br>
> ใกล้ๆทุกๆคน...ตลอดไป...... <br>
<br>
<img src="pic/b2.gif">
> แต่เพียงไม่กี่เดือน รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยคราบน้ำตา งานมงคลกลายเป็นงานศพ <br>
> ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งพังทลายลงชั่วพริบตา <br>
> แม้เวลาจะผ่านมา 9 ปีแล้วก้อตาม แต่จุ๊บยังจำวันแรกที่เจอกับพี่โจ้ได้ไม่ลืม <br>
> เราเจอกันในงานคอนเสิร์ตของนาวินต้าร์ เขาหันมามองจุ๊บ <br>
> ยังจำดวงตาคู่นั้นได้เลยว่าสวยมาก เพื่อนแอบให้เบอร์จุ๊บกับพี่โจ้ <br>
> ซึ่งสมัยนั้นเป็นเพจเจอร์ เขาส่งข้อความมาหลายครั้ง <br>
> กระทั่งจุ๊บยอมไปทานข้าวด้วยแล้วจุ๊บก้อหลงรักเขาโดยไม่มีเงื่อนไขว่า <br>
> แฟนฉันต้องหล่อหรือรวย เพราะจุ๊บรักทุกอย่างที่เป็นพี่โจ้ รักเสียง <br>
> รักรอยยิ้ม <br>
> รักดวงตาคู่นั้น เขาเรียกจุ๊บว่าหนู จุ๊บก้อเรียกเขาว่าที่รัก แม้ตอนแรก <br>
> คุณพ่อคุณแม่จะไม่ชอบ แต่ความจริงใจที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย <br>
> ประกอบกับเป็นคนมีจิตใจดี <br>
> พี่โจ้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจุ๊บโดยปริยาย <br>
> เราตกลงกันว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านเป็นเรือนหอ <br>
> ช่วงนั้นอะไรประหยัดได้ก้อช่วยกันประหยัด <br>
> เวลาพี่โจ้มารับที่บ้านคุณแม่ทำข้าวใส่กล่องเตรียมไว้ให้ <br>
> ระหว่างทางจุ๊บจะป้อนข้าวพี่โจ้ หรือเสื้อผ้าพี่โจ้ก้อจะเอามาซักที่บ้านจุ๊บ <br>
> จะได้ประหยัดค่าซักรีด กินข้าวนอกบ้านเรียกว่านับครั้งได้ <br>
> เพราะแค่ซื้อน้ำส้มสักแก้วยังคิดแล้วคิดอีก <br>
> กระทั่งพี่โจ้เริ่มมีชื่อเสียงและเข้าหุ้นกับพี่เอก-กฤษณา วารินทร์ <br>
> เปิดบริษัท <br>
> มหัศจรรย์งานโชว์ แม้รายรับมากขึ้น แต่ก้อมีปัญหาจุกจิกให้แก้ไขตลอดเวลา <br>
> แต่เราจับมือสู้ไปด้วยกัน เขามักบอกให้จุ๊บชื่นใจเสมอว่า <br>
> หนูเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่มีวันนี้ <br>
> ในที่สุดความฝันก้อเป็นจริง เราซื้อบ้านด้วยเงินสดที่พยายามอดออมกันมา <br>
> ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน <br>
> ตกแต่งบ้านด้วยกัน วาดโครงการว่าปลายปี 49 แต่งานแล้วจะมีลูกทันที <br>
> ตั้งชื่อไว้เสร็จสรรพ ซึ่งจุ๊บหวังว่าจะเป็นเจ้าสาวของพี่โจ้ตลอดเวลา <br>
> รอคอยวันนั้นอย่างตื่นเต้น ซื้อหนังสือแต่งงานทุกฉบับ <br>
> เราสองคนช่วยกันเลือกชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว เลือกแหวน เลือกสถานที่ <br>
> เตรียมงานมาเป็นระยะ <br>
> จนเมื่อปลายปีที่แล้วเราตั้งใจไว้ว่า ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี <br>
> ไปเที่ยวฮ่องกงกันดีกว่า แต่พี่โจ้มีอาการท้องเสียไม่หยุด <br>
> ร่างกายอ่อนเพลียมาก <br>
> จุ๊บพาพี่โจ้ไปหาหมอ หมอคลำที่ท้อง ปรากฏว่าตับโต พออัตราซาวนด์ <br>
> พบก้อนเนื้อที่ตับประมาณ 10 เซนติเมตร ถ้าเทียบกับเนื้อที่ตับที่มีอยู่ 16 <br>
> เซนติเมตร ถือว่าค่อนข้างใหญ่ <br>
> หมอบอกว่าเป้นมะเร้งอยู่ในระยะที่ไม่มากไปไม่น้อยไป <br>
> สันนิษฐานว่าเป็นมาเกือบปี <br>
> แต่ไม่ถึงกับต้องให้คีโม ซึ่งพี่โจ้ไม่อยากรักษาด้วยคีโมบำบัดอยู่แล้ว <br>
> ความที่เขาเป็นโรคตับอักเสบอยู่ก่อนแล้ว หมอจึงไม่กล้าเสี่ยงตัดตับให้ทันที <br>
> กลัวอาการจะทรุดหนักกว่าเดิม <br>
> ต้องสกัดตัวมะเร็งให้ฝ่อลงก่อนจึงค่อยตัดชิ้นเนื้อที่เสียออก <br>
> เราทั้งสองคนยืนรับฟังประโยคนั้นด้วยกัน ใจพี่โจ้สุดยอดมาก <br>
> ถามหมอเลยว่าผมจะอยู่ได้อีกกี่เดือน ถ้าอยู่ได้ไม่นาน <br>
> ผมจะใช้ชีวิตอยู่กับแฟนให้เต็มที่ หมอบอกว่า สู้ได้ครับคุณโจ้ <br>
> ขณะที่จุ๊บร้องไห้ รับไม่ได้ พี่โจ้กอดจุ๊บ บอกว่าห่วงหนู <br>
> จุ๊บบอกว่าไม่ต้องห่วง เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ถ้าที่รักตาย <br>
> หนูจะตายตามไปด้วย เราจะจับมือเดินไปด้วยกัน พี่โจ้ร้องไห้ บอกว่า <br>
> ชีวิตจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ อยู่เพื่อสานฝันให้พี่ <br>
> ถ้าหนูบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไร <br>
> พี่ก้อจะไม่เป็นอะไร <br>
> พี่โจ้อยู่โรงพยาบาล 3 <br>
> วันจากบ้านที่เตรียมไว้เป็นเรือนหอก้อใช้เป็นที่พักฟื้นของพี่โจ้ <br>
> ตอนนั้นจุ๊บย้ายมาอยู่ด้วย ไม่แคร์แล้วว่าต้องแต่งก่อนไหม <br>
> คุณพ่อคุณแม่พี่โจ้มาจากเชียงใหม่อยู่ดูแลด้วย <br>
> เอฟเฟ็คท์จากฤทธิ์ยาทำให้พี่โจ้ผอมลง เหนื่อยง่าย ผมร่วงเล็กน้อย <br>
> แม้อากู๋-ไพบูลย์ พี่ฉอด-สายทิพย์ และพี่ไก่-สมพล จะให้หยุดรักษาตัวก่อน <br>
> แต่ความที่เขาทำงานมาตลอดก้อแอบไปอัดสปอตสั้นๆบ้าง อัดเกมวัดดวงบ้าง <br>
> ยังขำๆฮาๆได้ ทุกคนจึงเชื่อว่าเขาต้องหาย <br>
> ระหว่างนั้นพี่โจ้ไปตรวจเช็คอาการและทานยาตามปกติ <br>
> เขาบอกว่าอย่างไรมะเร็งก้อไม่เล็กลงหรอก <br>
> ขณะที่จุ๊บยังหวังว่าพี่โจ้ต้องหายอยู่ทุกเวลา ทุกนาที หมอทางเลือกที่ไหนดี <br>
> จุ๊บพาไปรักษาทุกที่ <br>
> ขณะเดียวกันเราก้อใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ <br>
> พระที่ไหนศักดิ์สิทธิ์ จุ๊บตามไปไหว้อีก ตระเวนทำบุญ 9 วัดเกือบทุกวัน <br>
> ปล่อยปลาเยอะมาก แต่ความที่พี่โจ้เป็นมาก พอเข้าเดือนที่สอง อาการเริ่มทรุดลง <br>
> แน่นท้องทานข้าวได้น้อยลง เพราะตับทำงานแย่ลง <br>
> มีภาวะน้ำท่วมปอดและหัวใจร่วมด้วย <br>
> ต้องไปให้หมอเจาะเอาน้ำออก เขาเริ่มเดินไม่ถนัด <br>
> จากที่เคยไปทำบุญด้วยกันก้อเริ่มอยู่บ้านดูทีวี จุ๊บไม่อยากให้เขาดูทีวีมาก <br>
> เพราะถ้าสมองรับคลื่นกระแสไฟฟ้ามากๆ จะไม่ดีกับคนเป็นมะเร็ง <br>
> เขาก้ออ่านหนังสือ <br>
> เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน บอกอ่านแล้วจะได้ปลง <br>
> จุ๊บไหว้พระทุกวัน ขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครอง <br>
> ถ้าหากถึงวันที่ที่ต้องแลกชีวิตกันจริงๆ ก้อขอให้เอาจุ๊บไปแทน <br>
> เพราะถ้าพี่โจ้อยู่ยังทำอะไรให้กับคนรอบข้างอีกเยอะ จุ๊บยอมเสียสละ แขน ขา <br>
> หัวใจ ตับ หรืออะไรก้อได้ ขออย่างเดียวให้ได้มองหน้าพี่โจ้ ได้กอดเขาไปนานๆ <br>
> พยายามม่ร้องไห้ให้พี่โจ้เห็น แต่...บางครั้งก้อห้ามใจตัวเองไม่ได้ <br>
> เขามักบอกว่า...ร้องไห้อีกแล้ว เดี๋ยวก้อร้องด้วยเลย <br>
> จุ๊บบอกว่าร้องเพราะ...ความปลื้มปิติว่าที่รักจะหายแล้ว....ดีใจว่าสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ <br>
> ไม่มีปาฏิหาริย์.....ไม่มีความมหัศจรรย์....ล่วงเข้าเดือนที่สาม <br>
> พี่โจ้เริ่มทานข้าวไม่ได้ ตัวซีด เหนื่อยหอบ จุ๊บพาไปหาหมอ คิดว่าให้เลือด <br>
> น้ำเกลือแล้วก้อกลับบ้าน แต่....หมอส่งตัวพี่โจ้เข้าห้องไอซียู <br>
> สวนท่อเพื่อฟอกเลือด เอาของเสียออก สามวันแรกพี่โจ้ยังร่าเริง <br>
> พยาบาลบอกว่าพี่โจ้สุภาพมาก ไม่เอะอะ โวยวายหรืออาละวาดดึงสายออก <br>
> จากวันนั้นด้วยฤทธิ์ยา พี่โจ้มีอาการ สะลึมสะลือ พูดได้เป็นคำๆ <br>
> จนกระทั่ง..ไม่รู้สึกตัวเลย จุ๊บขออนุญาตหมอเข้าไปนอนเฝ้าในห้องไอซียู <br>
> จับมือเขาไว้ตลอดเวลา...กอด...หอม....สวดมนต์ให้ฟัง <br>
> เพราะอย่างไรก้อมีความหวังว่าพี่โจ้ต้องหาย...ตกค่ำความดันพี่โจ้ค่อยๆตกจาก <br>
> 100 <br>
> มาอยู่ที่ 68 ขณะที่ระดับของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 68 ซึ่งถือว่าโคม่าแล้ว <br>
> แต่หัวใจเขายังเต้นอยู่ <br>
> ขณะนั้น พวกญาติๆ เริ่มลูบหัวพี่โจ้สั่งลากัน จุ๊บทนเห็นภาพนั้นไม่ได้... <br>
> อย่าพูดแบบนั้น...อย่าพรากคนรักไปจากจุ๊บ... จุ๊บกอดพี่โจ้แน่น <br>
> กราฟหัวใจของพี่โจ้กลับเต้นขึ้นมาใหม่ถึง 300 แต่หลังจากนั้นแป๊ปเดียว <br>
> กราฟหัวใจก้อตกไปที่ศูนย์.....จุ๊บกรี๊ดเหมือนคนบ้า...ไม่ยอมกลับบ้าน...ร้องไห้จะตามไปนอนกับพี่โจ้ <br>
> ในห้องเย็น <br>
> พี่สาวบอกว่ากลับบ้านเถอะ เรียกโจ้กลับบ้านด้วย <br>
> แม้ตัวไม่อยู่แต่วิญญาณเขายังอยู่ ก่อนเข้าบ้านจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง <br>
> ขอให้พี่โจ้เข้าบ้านด้วย <br>
> วันรดน้ำศพ จุ๊บร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด <br>
> ผู้ใหญ่เข้าใจถึงความรักเรา <br>
> แนะนำว่าให้เอาขี้เถ้าทำตำหนิไว้ เผื่อเจอหน้ากันจะได้จำหน้าได้ <br>
> จุ๊บทำตามแล้วสวมแหวนให้ จับมือพี่โจ้ขึ้นพนมร่วมกัน บอกว่า <br>
> สัญญาน่ะว่าชาติหน้าเกิดมาจะรักกันอีก และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า <br>
> อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บมาพรากเราจากกันอีก วันเผาศพ จุ๊บร้องไห้จนตาช้ำ <br>
> วินาทีที่ไปส่งพี่โจ้ไม่รู้จะมีคำพูดอะไรบรรยายความรู้สึกได้มากกว่าคำว่า <br>
> สาหัสทรมาน พี่ฉอดกอดจุ๊บบอก พี่เขาไปดีแล้ว จุ๊บตะโกนไปอย่าไม่รู้ตัวว่า <br>
> อย่าให้เขาเอาพี่โจ้ของเราไป แล้วก้อเป็นลม ถึงเวลาเก็บกระดูก <br>
> สียงพระสวดบังสุกุลตายแล้วต่อด้วยบังสุกุลเป็นดังอยู่ข้างๆ จิตใจดีขึ้น <br>
> ไม่ร้องไห้ รู้สึกว่าพี่โจ้ตายไปเดี๋ยวก้อมาเกิดใหม่ <br>
> ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ <br>
> ความทรงจำทุกอย่างที่มีกับพี่โจ้กำลังฆ่าจุ๊บ....เพราะทุกอย่างที่เคยมีพี่โจ้ทั้งนั้น <br>
> ออกจากบ้านไปได้แค่หน้าปากซอย <br>
> ยิ่งเห็นพี่สาวกับพี่เขยไปเที่ยวกันแล้วยิ่งสะเทือนใจ <br>
> เพราะเมื่อก่อนพี่โจ้พาจุ๊บไปกินข้าว เสาร์อาทิตย์ไปเดินจตุจักร <br>
> ทุกวันจุ๊บทำกับข้าวรอพี่โจ้กลับจากที่ทำงาน ทานข้าวเสร็จไปดูหนัง <br>
> แต่ตอนนี้เหมือนรออะไรอยู่ไม่รู้ ไม่มีจุดหมาย <br>
> ทุกคืนจุ๊บต้องกินยานอนหลับอย่างแรง แต่ทุกๆตีสามต้องตื่น <br>
> มีความรู้สึกเหมือนถูกสัมผัสเบาๆที่ปลายเท้า เชื่อว่าต้องเป็นพี่โจ้แน่ๆ <br>
> เพราะเขาชอบตื่นมาดูบอลแล้วก้อหอมแก้มบอกรักน่ะ <br>
> ตั้งแต่นั้นความทุกข์จึงกลายเป็นความสุข...กับการตื่นตีสามและรอคอยตอนเช้า <br>
> เพื่อจะได้ใส่บาตรให้พี่โจ้ <br>
> สิ่งเหล่านี้ช่วยเยียวยาจิตใจให้รู้ว่าพี่โจ้ยังอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา <br>
> ทุกวินาทีที่จุ๊บทำอะไรจะเรียกพพี่โจ้ตลอด <br>
> มีบอลก้อเอาอัฐิมาตั้งดูทีวีด้วยกัน <br>
> บางทีก้อคิดว่าทำไมต้องทำแบบนี้ นั่งคุยกับรูป..กับอัฐิ... <br>
> แต่นี้คือความจริงที่ต้องเผชิญ แม้ขณะนี้ญาติๆ จะมาอยู่เป็นเพื่อน <br>
> แต่สักวันทุกคนต้องแยกย้ายกับไปดำเนินชีวิตตามปกติ <br>
> เหลือจุ๊บที่ต้องอยู่บ้านนี้เพียงคนเดียว <br>
> เพราะฉะนั้นต้องพยายามทำตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้ <br>
> แต่จะไม่พยายามทำใจเด็ดขาดว่าพี่โจ้ไม่อยู่แล้ว <br>
> ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่โจ้ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเร็วขนาดนี้ <br>
> จนไม่ทันได้เตรียมอะไรไว้ให้ มีแต่บ้านหลังนี้กับคอนโด และรถ <br>
> ระหว่างเราจะเป็นความฝันที่ร่วมสร้างด้วยกันเสียส่วนมาก ซึ่งจุ๊บต้องสานต่อ <br>
> พี่โจ้รักพ่อแม่มาก ตั้งใจว่าจะรับหน้าที่เลี้ยงดูพ่อแม่พี่โจ้แทน <br>
> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท มหัศจรรย์งานโชว์ <br>
> แม้จุ๊บจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ตอนที่พี่โจ้อยู่....แต่ต้องทำต่อไป... <br>
> <br>
> ไม่อยากให้พี่โจ้เป็นแค่ความทรงจำแล้วสักวันก้อจางหาย....อยากให้พี่โจ้เป็นความรู้สึกดีๆที่อยู่ <br>
> ใกล้ๆทุกๆคน...ตลอดไป...... <br>
<br>
<img src="pic/b2.gif">