มุมชวนคุย
อิ่มเดียวหลับเดียวของในหลวงของเรา
PangRum
12/10/2006 10:49
1,285 เข้าชม
อิ่มเดียวหลับเดียวของในหลวงของเรา <br>
<br>
>" ข้าพเจ้าจะนำท่านย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วมา <br>
>ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ใหม่ๆ <br>
>ทรงโปรดการทรงภูษาเป็นสนับเพลาสั้น ( กางเกงขาสั้น ) ในยามดึก <br>
>เวรยามรอบพระราชฐานที่ประทับต่างทำหน้าที่กันตามจุดต่างๆไม่มีบกพร่อง <br>
>ไม่มีการละทิ้งหน้าที่ ไม่มีการหยอกล้อเฮฮา <br>
>ส่งเสียงอึกทึกหรือเล่นหัวกัน <br>
>เพราะต่างรู้หน้าที่ของตนว่ากำลังถวายอารักขาและถวายความปลอดภัย <br>
>แด่องค์พระประมุขของชาติ <br>
>จอมคนของปวงชนชาวไทยแม้จะมิได้ทรงเสด็จออกมาทอดพระเนตร <br>
>แต่ทุกคนก็รู้หน้าที่กันเป็นอย่างดี ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว <br>
> ลมพัดกรูเกรียวเสียงน้ำค้างตก <br>
>ใครจะนึกบ้างเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จลงมา <br>
>ทรงพระราชดำเนินไปรเวท ( เดินเล่น ) บางครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเงียบๆ <br>
>แล้วก็มีพระราชดำรัสทักทายแก่ทหารมหาดเล็กที่ถวายเวรยาม <br>
> และนายทหารราชองครักษ์เวร <br>
>ประดุจน้ำทิพย์หยาดลงชโลมดวงใจของผู้ที่ทำการอยู่เวรยามให้ได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณว่า <br>
>ทรงเป็นห่วงผู้ที่มาอยู่เวรยามด้วยความจงรักภักดี <br>
> แม้เวลาจะดึกดื่นแล้วก็ยังคงอยู่ในหน้าที่ด้วยอาการสงบ <br>
>ที่เป็นการถวายชีวิตเป็นราชพลี.. ตอนนั้น <br>
>ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านหน้าข้าพเจ้า <br>
>ซึ่งกำลังหมอบกราบด้วยความเคารพอย่างสุดชีวิต <br>
>ทรงหยุดพระราชดำเนินแล้วมีพระราชดำรัสเรียกชื่อของข้าพเจ้า <br>
>จากนั้นทรงพระราชดำรัสต่อไปว่า " ชีวิตมนุษย์เรานี่ อิ่มเดียว <br>
>หลับเดียวเท่านั้น " <br>
>ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านไป จนลับพระองค์ ข้าพเจ้าทบทวนพระราชดำรัสจนขึ้นใจ <br>
>นึกไม่ออกว่าทรงหมายความว่าอย่างไร จนรุ่งเช้าออกเวรแล้วจึงได้กลับบ้าน <br>
>อีกสองสามวันต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคุยธรรมะกับพระที่วัดเทพธิดา <br>
>จึงได้เอ่ยถามท่านมหาผู้มีเปรียญเป็นดีกรีว่า " ท่านมหาขอรับ <br>
>คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนี่ หมายความว่าอย่างไรขอรับ " <br>
>ท่านมหาขมวดคิ้วแล้วย้อนถามผมด้วยความฉงนฉงาย ทำให้ผมยิ่งงงเข้าไปอีกว่า <br>
>" โยมเฉลิมศักดิ์ไปเอาคำนี้มาจากไหนกันล่ะ " ข้าพเจ้ามิได้บอกท่านตรงๆ <br>
>ในที่สุดท่านก็ได้ตอบปัญหาให้ผมได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า " โยมเฉลิมศักดิ์ <br>
>คำนี้น่ะ <br>
>ผู้ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นผู้มีความรู้ในพระพุทธพจน์อันมีความหมายยาวให้ย่นย่อ <br>
>เข้าใจได้ง่ายอีกด้วย คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนั้น มาจากพระพุทธพจน์ <br>
>ที่ทรงให้ตัดความโลภ เพื่อให้ชีวิตเป็นสุข <br>
>ให้รู้จักคำว่าพอ เพราะมนุษย์เรานั้นจะกินได้มากเท่าใด <br>
>ก็ไม่เกินอิ่มของตน พออิ่มแล้วก็เท่านั้นแหละ อะไรก็ไม่วิเศษอีกแล้ว <br>
>การนอนก็เช่นกัน <br>
>จะนอนนานแค่ไหนก็แค่อิ่มนอนของตัวเองเท่านั้น <br>
>มนุษย์เรานั้นวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ <br>
>ก็เพราะไม่รู้จักอิ่ม ได้มาอิ่มแล้วก็ยังอยากได้อีกนอนอิ่ม <br>
> แล้วก็อยากนอนอีกอยากได้ให้มันมากขึ้นไปอีก <br>
>ถ้าคนเรายึดในหลักว่าอิ่มเดียวหลับเดียว <br>
>โลกก็จะเป็นสุข <br>
>ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี และแสวงหาจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว คนเรานะโยม <br>
>จะบริโภคอาหารอันอิ่มเอมโอชะสักเท่าใดก็อิ่มเดียว กินข้าวคลุกน้ำปลา <br>
>หรือ <br>
>กินอาหารจีนรสเลิศชามละเป็นพันบาท ก็อิ่มเดียวแค่อิ่มเท่านั้น <br>
>กินเข้าไปไม่ได้แล้ว <br>
>จะนอนบนที่นอนยัดนุ่นรองด้วยสปริง อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ นอนในสลัม หรือ <br>
>นอนในคฤหาสน์ ก็แค่นอนหลับอิ่มเดียวเท่านั้นเต็มอิ่มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมา <br>
> ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ก็เท่าเทียมกันด้วยอิ่มเดียวและหลับเดียวนี่แหละ " <br>
> <br>
<br>
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
<br>
>" ข้าพเจ้าจะนำท่านย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วมา <br>
>ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ใหม่ๆ <br>
>ทรงโปรดการทรงภูษาเป็นสนับเพลาสั้น ( กางเกงขาสั้น ) ในยามดึก <br>
>เวรยามรอบพระราชฐานที่ประทับต่างทำหน้าที่กันตามจุดต่างๆไม่มีบกพร่อง <br>
>ไม่มีการละทิ้งหน้าที่ ไม่มีการหยอกล้อเฮฮา <br>
>ส่งเสียงอึกทึกหรือเล่นหัวกัน <br>
>เพราะต่างรู้หน้าที่ของตนว่ากำลังถวายอารักขาและถวายความปลอดภัย <br>
>แด่องค์พระประมุขของชาติ <br>
>จอมคนของปวงชนชาวไทยแม้จะมิได้ทรงเสด็จออกมาทอดพระเนตร <br>
>แต่ทุกคนก็รู้หน้าที่กันเป็นอย่างดี ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว <br>
> ลมพัดกรูเกรียวเสียงน้ำค้างตก <br>
>ใครจะนึกบ้างเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จลงมา <br>
>ทรงพระราชดำเนินไปรเวท ( เดินเล่น ) บางครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเงียบๆ <br>
>แล้วก็มีพระราชดำรัสทักทายแก่ทหารมหาดเล็กที่ถวายเวรยาม <br>
> และนายทหารราชองครักษ์เวร <br>
>ประดุจน้ำทิพย์หยาดลงชโลมดวงใจของผู้ที่ทำการอยู่เวรยามให้ได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณว่า <br>
>ทรงเป็นห่วงผู้ที่มาอยู่เวรยามด้วยความจงรักภักดี <br>
> แม้เวลาจะดึกดื่นแล้วก็ยังคงอยู่ในหน้าที่ด้วยอาการสงบ <br>
>ที่เป็นการถวายชีวิตเป็นราชพลี.. ตอนนั้น <br>
>ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านหน้าข้าพเจ้า <br>
>ซึ่งกำลังหมอบกราบด้วยความเคารพอย่างสุดชีวิต <br>
>ทรงหยุดพระราชดำเนินแล้วมีพระราชดำรัสเรียกชื่อของข้าพเจ้า <br>
>จากนั้นทรงพระราชดำรัสต่อไปว่า " ชีวิตมนุษย์เรานี่ อิ่มเดียว <br>
>หลับเดียวเท่านั้น " <br>
>ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านไป จนลับพระองค์ ข้าพเจ้าทบทวนพระราชดำรัสจนขึ้นใจ <br>
>นึกไม่ออกว่าทรงหมายความว่าอย่างไร จนรุ่งเช้าออกเวรแล้วจึงได้กลับบ้าน <br>
>อีกสองสามวันต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคุยธรรมะกับพระที่วัดเทพธิดา <br>
>จึงได้เอ่ยถามท่านมหาผู้มีเปรียญเป็นดีกรีว่า " ท่านมหาขอรับ <br>
>คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนี่ หมายความว่าอย่างไรขอรับ " <br>
>ท่านมหาขมวดคิ้วแล้วย้อนถามผมด้วยความฉงนฉงาย ทำให้ผมยิ่งงงเข้าไปอีกว่า <br>
>" โยมเฉลิมศักดิ์ไปเอาคำนี้มาจากไหนกันล่ะ " ข้าพเจ้ามิได้บอกท่านตรงๆ <br>
>ในที่สุดท่านก็ได้ตอบปัญหาให้ผมได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า " โยมเฉลิมศักดิ์ <br>
>คำนี้น่ะ <br>
>ผู้ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นผู้มีความรู้ในพระพุทธพจน์อันมีความหมายยาวให้ย่นย่อ <br>
>เข้าใจได้ง่ายอีกด้วย คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนั้น มาจากพระพุทธพจน์ <br>
>ที่ทรงให้ตัดความโลภ เพื่อให้ชีวิตเป็นสุข <br>
>ให้รู้จักคำว่าพอ เพราะมนุษย์เรานั้นจะกินได้มากเท่าใด <br>
>ก็ไม่เกินอิ่มของตน พออิ่มแล้วก็เท่านั้นแหละ อะไรก็ไม่วิเศษอีกแล้ว <br>
>การนอนก็เช่นกัน <br>
>จะนอนนานแค่ไหนก็แค่อิ่มนอนของตัวเองเท่านั้น <br>
>มนุษย์เรานั้นวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ <br>
>ก็เพราะไม่รู้จักอิ่ม ได้มาอิ่มแล้วก็ยังอยากได้อีกนอนอิ่ม <br>
> แล้วก็อยากนอนอีกอยากได้ให้มันมากขึ้นไปอีก <br>
>ถ้าคนเรายึดในหลักว่าอิ่มเดียวหลับเดียว <br>
>โลกก็จะเป็นสุข <br>
>ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี และแสวงหาจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว คนเรานะโยม <br>
>จะบริโภคอาหารอันอิ่มเอมโอชะสักเท่าใดก็อิ่มเดียว กินข้าวคลุกน้ำปลา <br>
>หรือ <br>
>กินอาหารจีนรสเลิศชามละเป็นพันบาท ก็อิ่มเดียวแค่อิ่มเท่านั้น <br>
>กินเข้าไปไม่ได้แล้ว <br>
>จะนอนบนที่นอนยัดนุ่นรองด้วยสปริง อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ นอนในสลัม หรือ <br>
>นอนในคฤหาสน์ ก็แค่นอนหลับอิ่มเดียวเท่านั้นเต็มอิ่มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมา <br>
> ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ก็เท่าเทียมกันด้วยอิ่มเดียวและหลับเดียวนี่แหละ " <br>
> <br>
<br>
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ