มุมชวนคุย
มหัศจรรย์ของการสวดมนต์
PangRum
13/10/2006 09:49
1,759 เข้าชม
>>>ความมหัศจรรย์ของการสวดมนต์ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>อาตมา (สมเด็จโต) <br>
>>>ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ด้วยตัวอาตมาเอง <br>
>>>ในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา <br>
>>>15 ปี โดยอาศัยอยู่ในเขตดงพญาไฟ ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศเขมร <br>
>>>ในสมัยนั้นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูติผีวิญญาณ <br>
>>>ตลอดจนชาวบ้านที่มีเวทมนต์คาถา <br>
>>>และเล่นคุณไสยกันอยู่อย่างมากมายในอาณาบริเวณชายแดนแห่งประเทศสยามในตอนนั้น <br>
>>>อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง <br>
>>>ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในพระเวทมนต์คาถาอาคมใดเลย <br>
>>> <br>
>>>นอกจากคำว่า <br>
>>> <br>
>>> พุทธัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> ธัมมัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> สังฆัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>ซึ่งมีความหมายว่า <br>
>>>ข้าพเจ้าขอยึดมั่น <br>
>>>พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระธรรมเป็นที่พึ่ง <br>
>>>พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง <br>
>>> <br>
>>>อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใด <br>
>>>ก็จะกล่าวเพียงคำนี้ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา <br>
>>>อาตมาเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชายแดนแห่งประเทศสยาม <br>
>>>ในดงพญาไฟขณะนั้น ในหมู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย <br>
>>>อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน <br>
>>>มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้ <br>
>>>เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น <br>
>>>อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี <br>
>>>และ ณ ที่แห่งนั้น อาตมาจึงได้พบคุณวิเศษแห่งการสวดมนต์ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้ว <br>
>>>ชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ <br>
>>>นายผล นายผลได้เล่าให้อาตมาฟังว่า <br>
>>>เขาเป็นผู้ฝึกเวทย์มนต์คาถาอาคม เล่าเรียนจนมีญาณแก่กล้า <br>
>>>และมักจะทดสอบเวทย์มนต์คาถาอาคมแก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด <br>
>>>ณ บริเวณนี้เป็นประจำ เขาเล่าให้อาตมาฟังว่า <br>
>>> <br>
>>>เขาได้ส่งอำนาจคุณไสยเข้ามาทำร้ายอาตมาทุกคืน <br>
>>>แต่ไม่ได้หวังทำรายเป็นบาปเป็นกรรมถึงตาย <br>
>>>เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น <br>
>>>จะมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถที่จอต่อสู้กับคุณไสยเขาได้หรือไม่ <br>
>>>นายผลก็ได้ทำคุณไสยใส่อาตาถึง 7 วัน <br>
>>>เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควายธนู <br>
>>>หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำร้ายอาตมา <br>
>>>แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายอาตมาได้เลย <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับอาตมา <br>
>>>อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระเวทย์มนต์คาถา <br>
>>>หรือคุณไสยใด นายผลก็ไม่ยอมเชื่อหาว่าอาตมาโกหก <br>
>>>ถ้าหากไม่มีของดีแล้วไซร้ไฉนอำนาจคุณไสยดำที่เขาส่งมา <br>
>>>จึงกลับมายังเขาซึ่งเป็นผู้กระทำ <br>
>>>ไม่สามารถทำร้ายอาตมาได้อาตมาก็พยายามชี้แจงให้เขารู้ว่า <br>
>>> <br>
>>>อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง <br>
>>>ๆ ทำให้นายผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมา <br>
>>>จึงไม่ได้รับภัยอันตรายจากอำนาจเวทมนต์คุณไสยดำที่เขาส่งมาทำร้ายได้ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า เมื่ออาตมาจะนอน <br>
>>>อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>พุทธัง สะระณัง <br>
>>>คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>>สังฆัง สะระณัง คุจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว <br>
>>>จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย <br>
>>>จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย <br>
>>>อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย <br>
>>> <br>
>>>และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ <br>
>>>นายผล เมื่อได้ฟังดังนี้ จึงได้บอกแก่อาตมาว่า <br>
>>>ข้าแต่ท่านอาจารย์ ก็เช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ <br>
>>>ก่อนที่ท่านจะจำวัด จงหยดการสวดมนต์สัก <br>
>>>1 คืนได้หรือไม่ ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่าการสวดมนต์ของท่านเช่นนี้ <br>
>>>จะเป็นเกราะคุ้มครองภัยท่านหรือเป็นเพราะอำนาจเวทมนต์ถาถาในภูติผีปิศาจของข้าพเจ้าเสื่อมกันแน่ <br>
>>>ข้าพเจ้าของรับรองว่า <br>
>>>จะไม่ทำอันตรายแก่ท่าอาจารย์อย่างเด็ดขาดเพียงแต่ต้องการที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่าเกิดอะไรขึ้น <br>
>>> <br>
>>> อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า <br>
>>>คืนนี้จะไม่ทำการสวดมนต์ นายผลจึงได้ลากลับไป <br>
>>>ครั้นถึงเวลาพลบค่ำอาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการสวดมนต์ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ <br>
>>> <br>
>>> เมื่ออาตมานอนหลับไป <br>
>>>อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียง <br>
>>>กุกกัก กุกกัก จะขึ้นมา <br>
>>>จึงได้จุดเที่ยนและพบตะขาบใหญ่ยาวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัวของอาตมามาก <br>
>>>อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี และด้วยสัญชาติญาณจึ่งกล่าวคำสวดมนต์ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>พุทธัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง <br>
>>>คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุทธองค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้ <br>
>>>เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป <br>
>>>จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติ <br>
>>> <br>
>>> ในวันรุ่งขึ้น <br>
>>>นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า <br>
>>>เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้าได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักนักอยู่ <br>
>>>อาตมาบอกว่า <br>
>>>อาตมาได้ตื่นมาและตกใจ จึงได สวดมนต์ภาวนาตะขาบตัวนั้น <br>
>>>ก็อันตรธานหายไป <br>
>>> <br>
>>> นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น <br>
>>>แล้วกล่าวว่า บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า <br>
>>>อำนาจเวทมนต์คาถา และคุณไสยใดๆ ของข้าพเจ้ามิอาจทำร้ายท่านได้ <br>
>>>ก็เพราะอำนาจแก่การ สวดมนต์ภาวนาของท่านเป็นเกราะคุ้มครองภัยอัตรายต่างๆ <br>
>>>ได้ <br>
>>> <br>
>>> ที่อาตมา <br>
>>>(สมเด็จโต) ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน <br>
>>>เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ว่า <br>
>>>เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการสวดมนต์จริงดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้ <br>
>>> <br>
>>>เพราะถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้ <br>
>>>ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่เกิดจากอำนาจคุณไสย <br>
>>>ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่างแน่นอน <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> ท่านเจ้าพระยา <br>
>>>และ อุบาสก อบาสิกา ในที่นั้น <br>
>>>เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้วต่างก็ยกมือขึ้นสาธุว่า <br>
>>> <br>
>>>อานิสงส์ของการสวดมานต่ช่างมีคุณค่าสูงส่งยีงนัก <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>................................................................................... <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>จากหนังสือ <br>
>>>อมตะธรรม สมเด็จโต <br>
>>> <br>
>>>อานิสงส์การสวดมนต์แผ่เมตตามหาบุญ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>อาตมา (สมเด็จโต) <br>
>>>ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ด้วยตัวอาตมาเอง <br>
>>>ในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา <br>
>>>15 ปี โดยอาศัยอยู่ในเขตดงพญาไฟ ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศเขมร <br>
>>>ในสมัยนั้นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูติผีวิญญาณ <br>
>>>ตลอดจนชาวบ้านที่มีเวทมนต์คาถา <br>
>>>และเล่นคุณไสยกันอยู่อย่างมากมายในอาณาบริเวณชายแดนแห่งประเทศสยามในตอนนั้น <br>
>>>อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง <br>
>>>ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในพระเวทมนต์คาถาอาคมใดเลย <br>
>>> <br>
>>>นอกจากคำว่า <br>
>>> <br>
>>> พุทธัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> ธัมมัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> สังฆัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>ซึ่งมีความหมายว่า <br>
>>>ข้าพเจ้าขอยึดมั่น <br>
>>>พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระธรรมเป็นที่พึ่ง <br>
>>>พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง <br>
>>> <br>
>>>อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใด <br>
>>>ก็จะกล่าวเพียงคำนี้ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา <br>
>>>อาตมาเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชายแดนแห่งประเทศสยาม <br>
>>>ในดงพญาไฟขณะนั้น ในหมู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย <br>
>>>อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน <br>
>>>มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้ <br>
>>>เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น <br>
>>>อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี <br>
>>>และ ณ ที่แห่งนั้น อาตมาจึงได้พบคุณวิเศษแห่งการสวดมนต์ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้ว <br>
>>>ชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ <br>
>>>นายผล นายผลได้เล่าให้อาตมาฟังว่า <br>
>>>เขาเป็นผู้ฝึกเวทย์มนต์คาถาอาคม เล่าเรียนจนมีญาณแก่กล้า <br>
>>>และมักจะทดสอบเวทย์มนต์คาถาอาคมแก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด <br>
>>>ณ บริเวณนี้เป็นประจำ เขาเล่าให้อาตมาฟังว่า <br>
>>> <br>
>>>เขาได้ส่งอำนาจคุณไสยเข้ามาทำร้ายอาตมาทุกคืน <br>
>>>แต่ไม่ได้หวังทำรายเป็นบาปเป็นกรรมถึงตาย <br>
>>>เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น <br>
>>>จะมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถที่จอต่อสู้กับคุณไสยเขาได้หรือไม่ <br>
>>>นายผลก็ได้ทำคุณไสยใส่อาตาถึง 7 วัน <br>
>>>เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควายธนู <br>
>>>หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำร้ายอาตมา <br>
>>>แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายอาตมาได้เลย <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับอาตมา <br>
>>>อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระเวทย์มนต์คาถา <br>
>>>หรือคุณไสยใด นายผลก็ไม่ยอมเชื่อหาว่าอาตมาโกหก <br>
>>>ถ้าหากไม่มีของดีแล้วไซร้ไฉนอำนาจคุณไสยดำที่เขาส่งมา <br>
>>>จึงกลับมายังเขาซึ่งเป็นผู้กระทำ <br>
>>>ไม่สามารถทำร้ายอาตมาได้อาตมาก็พยายามชี้แจงให้เขารู้ว่า <br>
>>> <br>
>>>อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง <br>
>>>ๆ ทำให้นายผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมา <br>
>>>จึงไม่ได้รับภัยอันตรายจากอำนาจเวทมนต์คุณไสยดำที่เขาส่งมาทำร้ายได้ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า เมื่ออาตมาจะนอน <br>
>>>อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>พุทธัง สะระณัง <br>
>>>คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>>สังฆัง สะระณัง คุจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว <br>
>>>จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย <br>
>>>จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย <br>
>>>อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย <br>
>>> <br>
>>>และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ <br>
>>>นายผล เมื่อได้ฟังดังนี้ จึงได้บอกแก่อาตมาว่า <br>
>>>ข้าแต่ท่านอาจารย์ ก็เช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ <br>
>>>ก่อนที่ท่านจะจำวัด จงหยดการสวดมนต์สัก <br>
>>>1 คืนได้หรือไม่ ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่าการสวดมนต์ของท่านเช่นนี้ <br>
>>>จะเป็นเกราะคุ้มครองภัยท่านหรือเป็นเพราะอำนาจเวทมนต์ถาถาในภูติผีปิศาจของข้าพเจ้าเสื่อมกันแน่ <br>
>>>ข้าพเจ้าของรับรองว่า <br>
>>>จะไม่ทำอันตรายแก่ท่าอาจารย์อย่างเด็ดขาดเพียงแต่ต้องการที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่าเกิดอะไรขึ้น <br>
>>> <br>
>>> อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า <br>
>>>คืนนี้จะไม่ทำการสวดมนต์ นายผลจึงได้ลากลับไป <br>
>>>ครั้นถึงเวลาพลบค่ำอาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการสวดมนต์ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ <br>
>>> <br>
>>> เมื่ออาตมานอนหลับไป <br>
>>>อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียง <br>
>>>กุกกัก กุกกัก จะขึ้นมา <br>
>>>จึงได้จุดเที่ยนและพบตะขาบใหญ่ยาวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัวของอาตมามาก <br>
>>>อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี และด้วยสัญชาติญาณจึ่งกล่าวคำสวดมนต์ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>พุทธัง <br>
>>>สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง <br>
>>>คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุทธองค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้ <br>
>>>เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป <br>
>>>จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติ <br>
>>> <br>
>>> ในวันรุ่งขึ้น <br>
>>>นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า <br>
>>>เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้าได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักนักอยู่ <br>
>>>อาตมาบอกว่า <br>
>>>อาตมาได้ตื่นมาและตกใจ จึงได สวดมนต์ภาวนาตะขาบตัวนั้น <br>
>>>ก็อันตรธานหายไป <br>
>>> <br>
>>> นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น <br>
>>>แล้วกล่าวว่า บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า <br>
>>>อำนาจเวทมนต์คาถา และคุณไสยใดๆ ของข้าพเจ้ามิอาจทำร้ายท่านได้ <br>
>>>ก็เพราะอำนาจแก่การ สวดมนต์ภาวนาของท่านเป็นเกราะคุ้มครองภัยอัตรายต่างๆ <br>
>>>ได้ <br>
>>> <br>
>>> ที่อาตมา <br>
>>>(สมเด็จโต) ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน <br>
>>>เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ว่า <br>
>>>เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการสวดมนต์จริงดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้ <br>
>>> <br>
>>>เพราะถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้ <br>
>>>ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่เกิดจากอำนาจคุณไสย <br>
>>>ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่างแน่นอน <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> ท่านเจ้าพระยา <br>
>>>และ อุบาสก อบาสิกา ในที่นั้น <br>
>>>เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้วต่างก็ยกมือขึ้นสาธุว่า <br>
>>> <br>
>>>อานิสงส์ของการสวดมานต่ช่างมีคุณค่าสูงส่งยีงนัก <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>................................................................................... <br>
>>> <br>
>>> <br>
>>>จากหนังสือ <br>
>>>อมตะธรรม สมเด็จโต <br>
>>> <br>
>>>อานิสงส์การสวดมนต์แผ่เมตตามหาบุญ <br>
<br>
แต่จะสวดก็น่าจะต้องขึ้นอยู่กับจิตใจของคนสวดด้วยเนอะ