มุมชวนคุย
ผู้หญิงต้องอ่าน ..!!!!!!
PangRum
25/10/2006 08:05
2,063 เข้าชม
เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ....... ซึ่งจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับผู้หญิงเป็นอย่างดี <br>
<br>
เรื่องมันเกิดมาจากว่า คุณคนนี้เธอถูกปลูกฝังจากคุณยายและคุณแม่มาแต่เล็กแต่น้อยว่าจะต้องพิถีพิถันกับ <br>
การทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะจุดซ่อนเร้น เพราะเชื่อว่ามันเป็นจุดที่สกปรกที่สุดต้องทำความสะอาดมากๆ <br>
<br>
จนกระทั่งแต่งงาน เธอยิ่งรักษาความสะอาดส่วนนั้นมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งเกิดการระคายเคืองกับส่วนนั้น หมอจึงบอกว่า การทำความสะอาดส่วนนั้นมากเกินไปจะทำให้ส่วนนั้นไม่มีภูมิต้านทานเชื้อโรค จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แต่เธอก็ยังคงวิตกจริตไม่เชื่อคุณหมอต่อไป <br>
(ถึงขนาดแพ้สารในถุงยางอนามันอ่ะนะ....คิดเอาละกันว่าขาดภูมิต้านทานขนาดไหน) <br>
<br>
<br>
เรื่องผ่านมาจนวันนึง เธอพบว่าเลือดไหลออกมาจากหลังที่หมดประจำเดือนแล้ว ด้วยเกรงว่าจะมีเลือดประจำเดือนบางส่วนตกค้างภายใน ไม่สบายใจจึงไปปรึกษาหมอ แต่หมอก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ถ้ากลัวจะติดเชื้อก็ให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆเท่านั้นก็พอ <br>
<br>
แต่ความสิตกจริตไม่เข้าใครออกใครนะ เธอเลยไปซื้อน้ำยาล้างสวนช่องคลอดพร้อมอุปกรณ์มาใช้ โดยไม่ถามเภสัชกรประจำร้านก่อน <br>
<br>
อุปกรณ์ที่ว่ามีหน้าตาคล้ายกระบอกเข็มฉีดยา ในฉลากระบุให้ผสมน้ำยากับน้ำอุ่นแล้วฉีดสวนเข้าไปในช่องคลอดลึกประมาณ 3 นิ้ว <br>
<br>
เธอปฎิบัติเช่นนี้ทุกครั้งหลังหมดประจำเดือนของแต่ละเดือนนาน 1 ปี <br>
<br>
ไม่นานนักเธอเกิดอาการปวดหลังและบริเวณบั้นเอว เธอเข้าใจไปเองว่าท้องผูก กินยาช่วยย่อยแล้วก็ไม่หาย แถมยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณช่องท้อง ปวดเป็นๆหายๆอยู่นาน กระทั่งปวดมากจนทนไม่ได้ให้สามีนวดหลัง และกดช่วงท้องให้ สามีบอกว่าได้ยินเสียงครอกแครกดังอยู่ในท้อง <br>
<br>
เช้าวันรุ่งขึ้นปวดตรงมดลูกมาก งอตัวไม่ได้จนต้องบอกสามีให้พาไปโรงพยาบาล <br>
<br>
หมอส่งตัวเธอเข้าไปอัลตราซาวน์ด่วน ผลออกมาว่ามีเลือดอยู่ในช่องท้องเต็มไปหมดจนมองไม่เห็นรังไข่ ตอนแรกหมอคิดว่ารังไข่แตก จึงรีบผ่าตัดด่วน <br>
<br>
แต่ปรากฎว่าอวัยวะทุกส่วนอยู่ครบถ้วน แต่บอบช้ำพอสมควร เพราะเลือดและหนองไหลเต็มท้อง และเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด <br>
<br>
<br>
สาเหตุนั้นก็เกิดจากการที่เธอใช้น้ำยาล้างสวนเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งแรงอัดของอุปกรณ์ไปดันเอาเศษเยื่อบุและลิ่มเลือดของประเดือนให้ย้อนกลับเข้าไปทางท่อรังไข่ ไหลกลับเข้าไปในช่องท้อง เมื่อเกิดการ <br>
ติดเชื้อจึงลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะเลือดคือแหล่งอาหารอย่างดี <br>
<br>
ถ้ามาช้าอีกนิดมีสิทธิ์เสียชีวิต และจริงๆแล้วอุปกรณ์และยาล้างสวนช่องคลอดที่ว่ามานั้นเหมาะกับคนที่ติดเชื้อร้ายแรง เช่น ซิฟิลิส ต่างหากไม่ใช่เอามาล้างสวนเป็นปกติแบบนี้ <br>
<br>
<br>
เรื่องมันเกิดมาจากว่า คุณคนนี้เธอถูกปลูกฝังจากคุณยายและคุณแม่มาแต่เล็กแต่น้อยว่าจะต้องพิถีพิถันกับ <br>
การทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะจุดซ่อนเร้น เพราะเชื่อว่ามันเป็นจุดที่สกปรกที่สุดต้องทำความสะอาดมากๆ <br>
<br>
จนกระทั่งแต่งงาน เธอยิ่งรักษาความสะอาดส่วนนั้นมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งเกิดการระคายเคืองกับส่วนนั้น หมอจึงบอกว่า การทำความสะอาดส่วนนั้นมากเกินไปจะทำให้ส่วนนั้นไม่มีภูมิต้านทานเชื้อโรค จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แต่เธอก็ยังคงวิตกจริตไม่เชื่อคุณหมอต่อไป <br>
(ถึงขนาดแพ้สารในถุงยางอนามันอ่ะนะ....คิดเอาละกันว่าขาดภูมิต้านทานขนาดไหน) <br>
<br>
<br>
เรื่องผ่านมาจนวันนึง เธอพบว่าเลือดไหลออกมาจากหลังที่หมดประจำเดือนแล้ว ด้วยเกรงว่าจะมีเลือดประจำเดือนบางส่วนตกค้างภายใน ไม่สบายใจจึงไปปรึกษาหมอ แต่หมอก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ถ้ากลัวจะติดเชื้อก็ให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆเท่านั้นก็พอ <br>
<br>
แต่ความสิตกจริตไม่เข้าใครออกใครนะ เธอเลยไปซื้อน้ำยาล้างสวนช่องคลอดพร้อมอุปกรณ์มาใช้ โดยไม่ถามเภสัชกรประจำร้านก่อน <br>
<br>
อุปกรณ์ที่ว่ามีหน้าตาคล้ายกระบอกเข็มฉีดยา ในฉลากระบุให้ผสมน้ำยากับน้ำอุ่นแล้วฉีดสวนเข้าไปในช่องคลอดลึกประมาณ 3 นิ้ว <br>
<br>
เธอปฎิบัติเช่นนี้ทุกครั้งหลังหมดประจำเดือนของแต่ละเดือนนาน 1 ปี <br>
<br>
ไม่นานนักเธอเกิดอาการปวดหลังและบริเวณบั้นเอว เธอเข้าใจไปเองว่าท้องผูก กินยาช่วยย่อยแล้วก็ไม่หาย แถมยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณช่องท้อง ปวดเป็นๆหายๆอยู่นาน กระทั่งปวดมากจนทนไม่ได้ให้สามีนวดหลัง และกดช่วงท้องให้ สามีบอกว่าได้ยินเสียงครอกแครกดังอยู่ในท้อง <br>
<br>
เช้าวันรุ่งขึ้นปวดตรงมดลูกมาก งอตัวไม่ได้จนต้องบอกสามีให้พาไปโรงพยาบาล <br>
<br>
หมอส่งตัวเธอเข้าไปอัลตราซาวน์ด่วน ผลออกมาว่ามีเลือดอยู่ในช่องท้องเต็มไปหมดจนมองไม่เห็นรังไข่ ตอนแรกหมอคิดว่ารังไข่แตก จึงรีบผ่าตัดด่วน <br>
<br>
แต่ปรากฎว่าอวัยวะทุกส่วนอยู่ครบถ้วน แต่บอบช้ำพอสมควร เพราะเลือดและหนองไหลเต็มท้อง และเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด <br>
<br>
<br>
สาเหตุนั้นก็เกิดจากการที่เธอใช้น้ำยาล้างสวนเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งแรงอัดของอุปกรณ์ไปดันเอาเศษเยื่อบุและลิ่มเลือดของประเดือนให้ย้อนกลับเข้าไปทางท่อรังไข่ ไหลกลับเข้าไปในช่องท้อง เมื่อเกิดการ <br>
ติดเชื้อจึงลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะเลือดคือแหล่งอาหารอย่างดี <br>
<br>
ถ้ามาช้าอีกนิดมีสิทธิ์เสียชีวิต และจริงๆแล้วอุปกรณ์และยาล้างสวนช่องคลอดที่ว่ามานั้นเหมาะกับคนที่ติดเชื้อร้ายแรง เช่น ซิฟิลิส ต่างหากไม่ใช่เอามาล้างสวนเป็นปกติแบบนี้ <br>
<br>