มอยส์เจอร์ไรเซอร์คืออะไร? ทำไมผิวถึงต้องการ พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว

7 ข้อควรรู้ก่อนเปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อวางแผนการเงินอย่างฉลาด


เปิดบัญชีเงินฝากเพิ่มความมั่งคงทางการเงินด้วย 7 ข้อควรรู้

บัญชีเงินฝาก


การมีเงินออมเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเลือกบัญชีเงินฝากที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบัญชีเงินฝากแต่ละประเภทก็มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป การเลือกบัญชีที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้พลาดโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดี หรือต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีเงินฝาก ลองมาดูกันว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ควรพิจารณา เช่น ประเภทบัญชี, อัตราดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียม และบริการเสริมต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกบัญชีฝากเงินกับธนาคารที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

1. ประเภทของบัญชีเงินฝาก

ก่อนจะตัดสินใจเปิดบัญชีเงินฝาก จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บัญชีเงินฝากมีกี่ประเภท แล้วแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งการเลือกฝากเงินเข้าบัญชีที่เหมาะสม จะช่วยให้เงินฝากในบัญชีเติบโตได้อย่างมั่นคง และตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด โดยบัญชีเงินฝากแบ่งออกเป็นหลัก ๆ 3 ประเภท ได้แก่

  1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account)

  • จุดเด่น สะดวก รวดเร็วในการฝาก-ถอน ไม่มีกำหนดระยะเวลาในการฝาก

  • เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการเงินสดสำรองไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือต้องการออมเงินในระยะสั้น

  • ข้อควรพิจารณา ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับบัญชีประเภทอื่น ๆ

  1. บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit)

  • จุดเด่น ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เหมาะสำหรับเงินที่ไม่ต้องการใช้ในระยะเวลาหนึ่ง

  • เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาว และต้องการผลตอบแทนที่ดี

  • ข้อควรพิจารณา มีระยะเวลาในการฝากที่กำหนด หากถอนก่อนกำหนด อาจเสียดอกเบี้ย

  1. บัญชีกระแสรายวัน (Current Account)

  • จุดเด่น เหมาะสำหรับธุรกิจหรือบุคคลที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินบ่อยครั้ง เช่น การจ่ายเงินเดือน การชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ

  • เหมาะสำหรับ ธุรกิจขนาดเล็ก, ผู้ประกอบการอิสระ

  • ข้อควรพิจารณา โดยทั่วไปจะไม่มีดอกเบี้ย หรือมีดอกเบี้ยต่ำมาก เน้นความสะดวกในการทำธุรกรรม


นอกจากนี้ ยังมีบัญชีเงินฝากประเภทอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนแบบปลอดภาษี, บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได และบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศอีกด้วย

2. อัตราดอกเบี้ยของบัญชีเงินฝาก

อัตราดอกเบี้ย คือ ค่าตอบแทนที่ธนาคารจ่ายให้ เมื่อฝากเงินกับธนาคารโดยฝากเข้าไปในบัญชี เปรียบเสมือนค่าเช่าที่ให้ธนาคารนำเงินไปใช้ประโยชน์ในการลงทุนต่าง ๆ และเมื่อสิ้นปี ธนาคารก็จะนำเงินส่วนนี้มาจ่ายคืนให้ในรูปของดอกเบี้ย โดยบัญชีเงินฝากแต่ละประเภทก็จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากประจำ

  • เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารและแต่ละประเภทบัญชี จะช่วยให้เลือกบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดได้

  • พิจารณาเงื่อนไขในการได้รับดอกเบี้ยสูงสุด บางธนาคารอาจมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามจำนวนเงินฝาก บางบัญชีอาจมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ต้องรักษายอดเงินฝากขั้นต่ำ หรือต้องทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ จึงจะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด

  • ดอกเบี้ยอาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายการเงินของธนาคารกลาง


ซึ่งโดยปกติแล้ว บัญชีเงินฝากประจำมักให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เนื่องจากเงินฝากประจำมีระยะเวลาที่แน่นอน

3. ค่าธรรมเนียมของบัญชีเงินฝาก 

ค่าธรรมเนียม คือ เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินที่ฝากเข้าไปในบัญชีเงินฝาก ซึ่งค่าธรรมเนียมเหล่านี้ จะแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคารและแต่ละประเภทของบัญชีฝากเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลบัญชีของลูกค้าของธนาคาร เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าระบบ ค่ารักษาความปลอดภัย หรือเป็นบริการเพิ่มเติม เช่น การทำธุรกรรมผ่านตู้ ATM ที่ไม่ใช่ของธนาคารเอง การขอเอกสารยืนยันยอดเงิน ธนาคารก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม

  • ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเปิดบัญชีออมเงินใหม่

  • ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี โดยมักจะมีเงื่อนไขเกี่ยวกับยอดเงินคงเหลือขั้นต่ำ

  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ค่าธรรมเนียมการออกบัตร ATM

  • ค่าธรรมเนียมเบิกเกินวงเงิน หากเบิกเงินเกินยอดเงินคงเหลือในบัญชี ธนาคารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้

  • ค่าธรรมเนียมการไม่เคลื่อนไหวบัญชี หากบัญชีเงินฝากออนไลน์ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลาหนึ่ง ธนาคารอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้

4. ความน่าเชื่อถือของธนาคาร

บัญชีออมทรัพย์


การเลือกเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์กับธนาคาร นอกจากจะพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของธนาคารด้วย เพราะนี่คือที่ที่จะฝากเงินไว้ ดังนั้น การเลือกธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือสูง จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า เงินจะมีความปลอดภัย โดยพิจารณาจาก

  • ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการของธนาคารจากธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ตรวจสอบประวัติของธนาคาร เช่น อายุของธนาคาร ขนาดของธนาคาร ผลประกอบการ

  • ตรวจสอบอันดับความน่าเชื่อถือ ธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือสูง มักจะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก

  • สอบถามความคิดเห็นจากคนที่เคยใช้บริการธนาคารนั้น ๆ

  • ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับธนาคารนั้น ๆ จากสื่อต่าง ๆ

  • ธนาคารที่มีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย แสดงให้เห็นว่าธนาคารมีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า

  • ธนาคารที่มีสาขาและลูกค้าจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าธนาคารได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า

  • ธนาคารที่ทันสมัยและมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยี จะช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

5. เงินฝากขั้นต่ำของการเปิดบัญชีเงินฝาก

เงินฝากขั้นต่ำ คือ จำนวนเงินฝากในบัญชีที่ธนาคารกำหนดให้ลูกค้าต้องฝากเข้าบัญชี เมื่อทำการเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ โดยจำนวนเงินนี้ จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทของบัญชีและแต่ละธนาคาร ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินฝากขั้นต่ำ คือ
 

  • ประเภทของบัญชี บัญชีเงินฝากประจำมักจะมีเงินฝากขั้นต่ำสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์

  • บัญชีเงินฝากต่างประเทศอาจมีเงินฝากขั้นต่ำที่สูงกว่าบัญชีเงินบาท

  • แต่ละธนาคารมีนโยบายในการกำหนดเงินฝากขั้นต่ำที่แตกต่างกัน

6. เงื่อนไขการฝาก-ถอนของบัญชีเงินฝาก

เงื่อนไขการฝาก-ถอน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาในการเลือกเปิดบัญชีเงินฝาก เพราะเงื่อนไขเหล่านี้ จะกำหนดวิธีการที่จะสามารถฝากและถอนเงินได้ รวมถึงสิทธิประโยชน์และข้อจำกัดที่จะได้รับ โดยเงื่อนไขการฝาก-ถอนที่พบบ่อยของบัญชีเงินฝาก คือ

  • บางบัญชีอาจกำหนดจำนวนครั้งที่สามารถถอนเงินได้ในแต่ละเดือน

  • ธนาคารอาจกำหนดช่องทางที่สามารถทำธุรกรรมได้ เช่น ผ่านตู้ ATM, Internet Banking, Mobile Banking

  • บางธุรกรรมอาจใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น การโอนเงินระหว่างธนาคาร

  • บัญชีเงินฝากบางประเภทอาจกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ

  • สำหรับบัญชีเงินฝากประจำ หากถอนเงินก่อนกำหนด อาจไม่ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน หรืออาจมีค่าปรับ

7. บริการเสริมของบัญชีเงินฝาก

ข้อควรรู้ข้อสุดท้ายเกี่ยวกับการนำเงินสดฝากธนาคารด้วยบัญชีเงินฝาก คือ บริการเสริมต่าง ๆ เพราะบริการเสริมเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมและตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะมีบริการเสริมที่พบบ่อยในบัญชีเงินฝาก ได้แก่

  • บริการ Internet Banking ช่วยให้ทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน

  • บริการ Mobile Banking ทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

  • บริการ ATM ถอนเงิน โอนเงิน และเช็กยอดเงินได้ด้วยตนเอง

  • บริการ SMS Banking รับแจ้งเตือนการทำธุรกรรมผ่านข้อความ SMS

  • บริการชำระค่าสินค้าและบริการ ชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ผ่านบัญชีเงินฝาก

  • บริการซื้อประกัน ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันทรัพย์สิน ผ่านธนาคาร

  • บริการลงทุน ในกองทุนรวม หุ้น หรือพันธบัตร ผ่านธนาคาร

เลือกเปิดบัญชีเงินฝากแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด

การเลือกบัญชีเงินฝากที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยสามารถพิจารณาได้จากประเภทของบัญชีเงินฝาก, อัตราดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียม, ความน่าเชื่อถือของธนาคาร, ยอดเงินฝากขั้นต่ำ, เงื่อนไขการฝาก-ถอน และบริการเสริมอื่น ๆ การเลือกเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ที่เหมาะสมจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงควรเปรียบเทียบบริการของแต่ละธนาคารและเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด




Pooyingnaka Wellness

Interesting Blog
โพสต์โดย: Peach Phasakorn 0
โพสต์โดย: @Foretoday 0
โพสต์โดย: porsiwaporn1995 0
โพสต์โดย: jade22x 0
โพสต์โดย: LEEN 0
โพสต์โดย: mylifesogood 0
โพสต์โดย: Peach Phasakorn 0
โพสต์โดย: AlyssAlyssa 0

สินค้าแนะนำสำหรับคุณ