giveaway

10 ข้อควรรู้ก่อนสมัครบัตรเดบิตมีอะไรบ้าง? มือใหม่อ่านได้ที่นี่!


รวมเรื่องควรรู้ก่อนสมัครบัตรเดบิต มีอะไรบ้าง?


 

บัตรเดบิต


บัตรเดบิตเป็นบัตรที่ผูกกับบัญชีเงินฝาก เมื่อมีการใช้บัตรเดบิต เงินก็จะถูกหักออกจากบัญชีทันทีเหมือนกับการใช้เงินสด ข้อดีคือสะดวก รวดเร็ว ใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์


ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น เดบิตการ์ดได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นในด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ ชำระค่าบริการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการถอนเงินสด บัตรใบเล็ก ๆ นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตยุคใหม่ที่มุ่งสู่ความสะดวกและรวดเร็ว แต่ก่อนที่คุณจะสมัครบัตรเดบิตสักใบ มีเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้ เช่น ค่าธรรมเนียม สิทธิประโยชน์ และขั้นตอนการสมัคร เพื่อให้มั่นใจว่าบัตรที่คุณเลือกจะสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 10 ข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับคนที่ต้องการเปิดบัตรเดบิต เพื่อให้การเลือกบัตรเดบิตใบใหม่ของคุณเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์มากที่สุด!




1. บัตรเดบิต vs บัตร ATM vs บัตรเครดิต ต่างกันอย่างไร


บัตรเดบิต บัตร ATM และบัตรเครดิตเป็นบัตรที่มีลักษณะการใช้งานและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน โดยบัตรเดบิต เป็นบัตรที่ใช้จ่ายเงินโดยตรงจากบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ซึ่งเหมาะสำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการถอนเงินสดจากตู้ ATM ข้อดีของบัตรเดบิตคือ ไม่มีดอกเบี้ย เนื่องจากต้องใช้เงินที่มีอยู่แล้วในบัญชีของตัวเอง แต่ก็ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย เพราะหากบัตรถูกขโมย เงินในบัญชีอาจสูญได้ทันที


ในขณะที่บัตร ATM เป็นบัตรที่ใช้ทำธุรกรรมเฉพาะที่ตู้ ATM เช่น ถอนเงินสด โอนเงิน หรือชำระค่าบริการบางประเภท บัตร ATM มีความเรียบง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมพื้นฐาน แต่ไม่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการได้


ส่วนบัตรเครดิตเป็นบัตรที่ให้วงเงินเครดิตจากธนาคารสำหรับการใช้จ่ายล่วงหน้า โดยผู้ถือบัตรจะต้องชำระคืนภายหลังตามรอบบิล บัตรเครดิตมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และการชำระสินค้าและบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ เช่น ผ่อนชำระ 0% สะสมคะแนน หรือแลกเครดิตเงินคืน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากใช้จ่ายจนเกินตัวหรือชำระเงินล่าช้า อาจเผชิญกับดอกเบี้ยในอัตราที่สูงได้


สรุปได้ว่า บัตรเดบิตเหมาะสำหรับการใช้จ่ายเงินสดในบัญชีของตัวเอง บัตร ATM เหมาะสำหรับการทำธุรกรรมที่ตู้ ATM และบัตรเครดิตเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้บัตรแต่ละประเภทจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล




2. ข้อดีของบัตรเดบิตที่คุณต้องรู้


บัตรเดบิตเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความสะดวกสบายและประโยชน์มากมายที่ได้รับ ทำให้บัตรเดบิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว มาดูกันว่าบัตรเดบิตมีข้อดีอะไรบ้าง


●  ใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว - บัตรเดบิตช่วยให้คุณสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ทันที ทั้งในร้านค้าและออนไลน์ โดยไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก
●  ไม่มีดอกเบี้ย - การใช้บัตรเดบิตจะหักเงินจากบัญชีธนาคารของคุณโดยตรง ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยเหมือนกับการใช้บัตรเครดิต
●  ควบคุมการใช้จ่ายได้ง่าย - เนื่องจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตจำกัดตามยอดเงินในบัญชี คุณจึงสามารถจัดการงบประมาณและหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดหนี้สินได้
●  รองรับการใช้งานหลากหลาย - บัตรเดบิตสามารถใช้ถอนเงินสดจากตู้ ATM ทำธุรกรรมโอนเงิน และชำระค่าบริการได้เช่นเดียวกับบัตร ATM ธนาคาร
●  ปลอดภัยกว่าการพกเงินสด - การใช้บัตรเดบิตช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญหายหรือโจรกรรมเงินสด เพราะสามารถระงับการใช้งานบัตรได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์บัตรหาย
●  รองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ - บัตรเดบิตที่มีโลโก้ของบริษัทผู้ให้บริการบัตร เช่น บัตรเดบิตวีซ่า หรือ บัตรเดบิตมาสเตอร์การ์ด สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการทางออนไลน์ได้อย่างสะดวก
●  บางบัตรมาพร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม - บัตรเดบิตบางประเภทมาพร้อมกับโปรโมชัน เช่น ส่วนลดร้านค้า หรือระบบสะสมคะแนนที่ช่วยให้การใช้จ่ายของคุณคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น




3. สิทธิประโยชน์ของบัตรเดบิตมีอะไรบ้าง


สิทธิประโยชน์ของบัตรเดบิตมักขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร ซึ่งก็มีหลากหลายแบบ เช่น บัตรเดบิตฟรีค่าธรรมเนียมในปีแรก หรือการให้เงินคืนจากการช้อปสินค้า ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปต่างประเทศ เป็นต้น ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง บัตรเดบิต ttb all free (ทีทีบี ออลล์ฟรี) ที่มีสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น 


●  ฟรีค่าธรรมเนียม - ไม่ว่าจะเป็นการกดเงิน โอน จ่าย หรือเติมเงินผ่านตู้ ATM ทุกธนาคารในประเทศ ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ เพิ่มเติม
●  รับเงินคืนและส่วนลดออนไลน์ - เมื่อใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเดบิต รับเงินคืน 1% สูงสุด 200 บาททุกเดือน (ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 67 - 31 ธ.ค. 67) และรับโค้ดส่วนลดออนไลน์มูลค่ามากกว่า 2,000 บาททุกเดือน เช่น ส่วนลดจาก Shopee, Lazada, และ Lineman (ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 67 - 31 ธ.ค. 67) 
●  ฟรีค่าธรรมเนียม FX 2.5% - สำหรับการใช้งานในต่างประเทศด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าเมื่อรูดบัตรในสกุลเงินท้องถิ่น
●  สิทธิพิเศษด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ - มีส่วนลดสูงสุดถึง 20% จากร้านอาหารและที่พักชั้นนำ รวมถึงโปรโมชันเพิ่มเติมในบางโอกาส เช่น กระเป๋าล้อลากเมื่อสมัครบัตรและมียอดใช้งานตามเงื่อนไข
●  ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินทั่วประเทศ - เมื่อทำรายการผ่านบัตรเดบิต ttb all free (ทีทีบี ออลล์ฟรี)หรือเมื่อทำรายการผ่าน แอป ttb touch




4. ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตเท่าไหร่


ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตทั่วไปในประเทศไทยมักประกอบด้วย 2 ประเภทหลัก ได้แก่


1. ค่าธรรมเนียมรายปี (Annual Fee) เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับบัตรเดบิต ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 200–500 บาท ขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภทของบัตร ในบางธนาคารอาจมีโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียมในปีแรกสำหรับลูกค้าใหม่
2. ค่าธรรมเนียมออกบัตรครั้งแรกหรือเปลี่ยนบัตร (Card Issuance/Replacement Fee) มักอยู่ในช่วง 100–300 บาท ขึ้นอยู่กับธนาคาร ส่วนการเปลี่ยนบัตรใหม่ เช่น กรณีบัตรหายหรือบัตรหมดอายุ อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในอัตราเดียวกัน




5. ข้อจำกัดของการใช้บัตรเดบิต 


สมัครบัตรเดบิต


แม้ว่าบัตรเดบิตจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ผู้ใช้งานควรทราบ เพื่อวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม โดยข้อจำกัดของการใช้บัตรเดบิต มีดังนี้


●  สามารถใช้เงินได้เฉพาะที่มีในบัญชีเท่านั้น เนื่องจากบัตรเดบิตดึงเงินจากบัญชีธนาคารโดยตรง ทำให้ไม่สามารถใช้จ่ายเกินยอดเงินคงเหลือในบัญชีเหมือนบัตรเครดิตได้นั่นเอง
●  การใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตหักเงินทันที จึงไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยหรือโอกาสเลื่อนการชำระเงิน
●  บัตรเดบิตมักมีสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลดหรือสะสมคะแนนที่น้อยกว่าบัตรเครดิต
●  บางครั้งบัตรเดบิตอาจไม่รองรับการใช้งานในบางประเทศหรือบางร้านค้า โดยเฉพาะกรณีที่ไม่มีโลโก้เครือข่าย เช่น บัตรเดบิต Visa หรือ บัตรเดบิต Mastercard
●  หากบัตรถูกขโมยหรือข้อมูลถูกแฮ็ก อาจสูญเสียเงินในบัญชีทันที เพราะการใช้จ่ายไม่ได้ผ่านระบบยืนยันหลายชั้นเหมือนบัตรเครดิต
●  การใช้บัตรเดบิตไม่มีผลต่อการสร้างประวัติเครดิตในระบบธนาคาร ซึ่งอาจเป็นข้อเสียสำหรับผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อในอนาคต
●  บัตรเดบิตอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในบางกรณี เช่น การกดเงินสดต่างประเทศ หรือการสมัครบัตรพรีเมียมที่มีสิทธิประโยชน์มากขึ้น




6. คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเดบิต 


โดยทั่วไปผู้สมัครบัตรเดบิตจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน ดังนี้


1. มีอายุที่ 15–18 ปีขึ้นไป โดยต้องมีบัญชีธนาคารในชื่อของผู้สมัครเอง (สำหรับผู้เยาว์ อาจต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอม)
2. ผู้สมัครต้องมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่ต้องการสมัครบัตร
3. เอกสารประกอบการสมัคร


●  สำหรับคนไทย: บัตรประชาชนตัวจริง
●  สำหรับชาวต่างชาติ: หนังสือเดินทาง (Passport) และใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)


4. คุณสมบัติเฉพาะของบัตรพิเศษ ในกรณีที่บัตรเดบิตที่มีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น บัตรสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบัตรเดบิตที่มีการคุ้มครองประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุ ที่อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น อายุ รายได้ขั้นต่ำ หรือสถานะเฉพาะ


ทั้งนี้ เงื่อนไขและเอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันไปตามธนาคารที่ให้บริการ ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ธนาคารที่คุณสนใจ หรือสอบถามโดยตรงที่สาขาใกล้บ้านคุณ




7. ขั้นตอนการสมัครบัตรเดบิต มีอะไรบ้าง


การทำบัตรเดบิตมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน โดยสามารถทำได้ทั้งที่สาขาธนาคารหรือผ่านช่องทางออนไลน์ (สำหรับบางธนาคาร) ซึ่งขั้นตอนการสมัครบัตรเดบิตทั่วไป มีดังนี้


1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน, หนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน (สำหรับชาวต่างชาติ), สมุดบัญชีธนาคาร (ในกรณีที่สมัครที่สาขา)
2. เลือกประเภทบัตรเดบิตที่ตรงกับความต้องการ เช่น บัตรที่มีสิทธิพิเศษเฉพาะ บัตรสำหรับนักศึกษา หรือบัตรที่ใช้ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
3. สมัครผ่านช่องทางที่ต้องการ เช่น


●  สมัครบัตรเดบิตที่สาขาธนาคารที่อยู่ใกล้ๆ โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอสมัครบัตรเดบิตกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกรอกแบบฟอร์มใบสมัครและยื่นเอกสาร
●  สมัครบัตรเดบิตออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารนั้นๆ โดยเข้าสู่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร จากนั้นเลือกเมนูสมัครบัตรเดบิต กรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนตามที่ระบบระบุ


4. ชำระค่าธรรมเนียม (ธนาคารบางแห่งอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรในขั้นตอนนี้)
5. รอรับบัตรเดบิต โดยปกติแล้ว หากสมัครที่สาขาธนาคารนั้นๆ จะได้รับทันที แต่ในกรณีที่สมัครบัตรเดบิตทางออนไลน์ ธนาคารจะจัดส่งบัตรทางไปรษณีย์ภายในเวลาที่กำหนด (ปกติ 3–7 วันทำการ)
6. เปิดใช้งานบัตรเดบิตผ่านตู้ ATM แอปพลิเคชันธนาคาร หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขา ทำการตั้งรหัส PIN สำหรับการใช้งานครั้งแรก


หมายเหตุ: เงื่อนไขและขั้นตอนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดจากธนาคารที่คุณสนใจ




8. ช่องทางการสมัครบัตรเดบิตทั่วไป 


ปัจจุบันมีหลายช่องทางให้คุณสามารถสมัครบัตรเดบิตได้สะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปที่สาขาธนาคารโดยตรง หรือการสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ 


การสมัครที่สาขาธนาคาร ผู้สมัครสามารถไปที่สาขาธนาคารที่ต้องการสมัครบัตรเดบิต โดยแจ้งเจ้าหน้าที่และกรอกแบบฟอร์มสมัคร จากนั้นนำเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน สมุดบัญชี หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ธนาคารกำหนด


การสมัครบัตรเดบิตออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ธนาคาร ธนาคารหลายแห่งให้บริการสมัครบัตรเดบิตผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร เช่น ธนาคารกสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, ttb โดยผู้สมัครจะกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์ แล้วทำการขอรับบัตรทางไปรษณีย์


การสมัครผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร การสมัครบัตรเดบิตผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร เช่น SCB Easy, K PLUS หรือ ttb touch เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถกรอกข้อมูล, ยืนยันตัวตนผ่านแอป และรอรับบัตรเดบิตที่บ้านได้เลย




9. บัตรเดบิตมีอายุการใช้งานกี่ปี


บัตรเดบิตทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 3–5 ปี นับจากวันที่ออกบัตร โดยธนาคารจะออกบัตรใหม่ให้เมื่อใกล้ถึงวันหมดอายุหรือเมื่อบัตรเก่าชำรุด อย่างไรก็ตาม บัตรบางประเภทอาจมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภทของบัตรที่เลือกใช้ 


เมื่อบัตรเดบิตใกล้หมดอายุ ธนาคารมักจะส่งบัตรใหม่ให้โดยอัตโนมัติ หรือหากต้องการบัตรใหม่ในกรณีที่บัตรเดิมเสียหาย สามารถขอออกบัตรใหม่ได้จากธนาคารโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี




10. บัตรเดบิตหมดอายุ สามารถใช้งานต่อได้ไหม


ในกรณีที่บัตรเดบิตหมดอายุแล้วจะไม่สามารถใช้งานต่อได้ เพราะระบบจะปฏิเสธการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัตรเดบิตนั้น ๆ เช่น การรูดบัตรที่ร้านค้า หรือการกดเงินจากตู้ ATM ซึ่งระบบจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลจากบัตรที่หมดอายุได้


อย่างไรก็ตาม เมื่อบัตรเดบิตใกล้หมดอายุ ธนาคารจะออกบัตรใหม่ให้กับลูกค้าทุกๆ 3-5 ปี (ตามประเภทของบัตร) และส่งไปยังที่อยู่ที่ลูกค้าลงทะเบียนไว้ เพื่อให้สามารถใช้บริการต่อไปได้โดยไม่มีปัญหา ถ้าคุณยังไม่ได้รับบัตรใหม่หลังจากบัตรเดบิตหมดอายุ ควรติดต่อธนาคารเพื่อขอให้จัดส่งบัตรเดบิตใบใหม่




บัตรเดบิต บัตรสำคัญที่คุณควรมีติดกระเป๋าตังไว้!


“บัตร Debit” เครื่องมือทางการเงินที่สะดวกและปลอดภัยในการจัดการเงิน เพราะสามารถใช้ได้ทั้งในการซื้อสินค้าหรือกดเงินจากตู้ ATM โดยไม่ต้องพกเงินสด พร้อมช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมการใช้จ่ายตามยอดเงินในบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สิน เนื่องจากไม่สามารถใช้เกินยอดเงินที่มีในบัญชี แต่บัตรเดบิตก็มีข้อจำกัดที่ผู้ใช้ต้องคำนึงถึง เช่น ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต และไม่สามารถใช้เกินวงเงินในบัญชี ผู้ที่ต้องการสมัครบัตรเดบิตจึงควรหาข้อมูลก่อนตัดสินใจสมัครบัตรให้ถี่ถ้วน




Pooyingnaka Quiz

Interesting Blog
โพสต์โดย: heygorgeous-88 0
โพสต์โดย: lovetoread 0
โพสต์โดย: Summersweet 0
โพสต์โดย: lovetoread 0
โพสต์โดย: ADMEADME 0
โพสต์โดย: Peach Phasakorn 0
โพสต์โดย: ririnana 0
โพสต์โดย: lovetoread 0

สินค้าแนะนำสำหรับคุณ