
ก่อนที่เราจะตัดสินใจลงเอยกับใครสักคนหนึ่ง เราต้องคิดให้หนักและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ อย่าใช้เพียงแค่อารมณ์หรือความรู้สึก ลองหันมาดูกันสักนิดถึงพฤติกรรมของคนรักที่หากเราต้องพบเจอ อาจจะต้องคิดทบทวนดูใหม่ว่าเขาเป็นคนที่ใช่สำหรับเราจริงๆหรือไม่ หรือเขาเป็นคนที่เราควรหลีกเลี่ยงที่จะเลือกมาเป็นคู่ครองโดยเด็ดขาด
1. สนใจแต่ตัวเอง
หากเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่คิดถึงแต่ตัวเองตลอดเวลา เราคงรู้สึกเหมือนเป็นคนไร้ค่า สำหรับคนที่จะอยู่เป็นคู่ครองกันแล้ว ไม่สามารถที่จะสนใจแต่เรื่องของตัวเองได้อีกต่อไป เพราะเรามีอีกคนหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา เราต้องให้ความสำคัญกับเขาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันด้วย ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นแล้วก็แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัว และทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาไม่ได้รักเราเท่าไรเลย เช่น เขาจะโทร.หาคุณเวลาที่เขาพอใจจะโทร.เท่านั้น เขาจะคิดถึงคุณเมื่อเขามีปัญหาเท่านั้น เวลาไปไหนเขาจะเลือกไปในที่ที่เขาอยากจะไปเท่านั้น เขาจะกินร้านที่เขาอยากจะกินเท่านั้น เมื่อเขาต้องการเราเมื่อไรเราต้องไปหาเขาเมื่อนั้น แต่กลับกัน เวลาที่เราต้องการให้เขาอยู่เคียงข้าง เขากลับหายไป เวลาที่เราอยากได้ยินเสียงเขาเพื่อขอกำลังใจ หรืออยากปรับทุกข์อะไรบางอย่าง เขาไม่สนใจที่จะคุยกับเรา ถ้าคนรักของเราเป็นแบบนี้ เลิกไปเสียเถอะ อยู่คนเดียวคงจะมีความสุขกว่า และเชื่อว่าสักวัน เราจะต้องเจอคนที่รักเราเท่าที่เขารักตัวเอง
2. พูดจาทำร้ายจิตใจตลอด
ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาดูถูก เหยียดหยาม ไม่ให้เกียรติหรือพูดจาไม่สุภาพ เช่น เรียกคนรักของตนเองว่า ไอ้นี่ อีนี่ นังคนนี้ หรือด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย การกระทำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการไม่ให้เกียรติกันอย่างมาก คนรักกันควรจะต้องพูดจากันดีๆ ใช้คำพูดที่แสดงถึงความรัก แม้ยามโกรธหรือทะเลาะกันก็ต้องพูดจาถนอมน้ำใจกัน คำพูดร้ายๆ สารพันที่ออกมาจากปากของคนที่คุณกำลังเลือกเป็นคู่ครอง เป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาเป็นที่สุด และให้คิดเอาไว้เลยว่าขนาดเราและเขายังไม่ได้ลงเอยกัน เขายังพูดจาไม่ดีกับเราอย่างนี้ คงยากยิ่งที่จะไม่ได้ยินคำพูดแบบนั้นอีก ถ้าคนรักเรามีพฤติกรรมเช่นนี้แล้ว เราขอให้เขาแก้ไขแล้วเขาไม่ยอมแก้ไข ก็คงต้องคิดหนักจริงๆ ว่าจะทนอยู่ไปแบบนี้ได้ตลอดชีวิตหรือไม่
3. ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย รู้สึกรำคาญ และทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง บางคนรู้สึกเหมือนโดนดูถูก รู้สึกเหมือนคนรักไม่เคารพและไม่ให้เกียรติ บางทีอาจถึงขั้นทำให้รู้สึกโกรธ จนกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งอยู่เสมอ สาเหตุของการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายมากจนเกินไปนั้น เกิดจากความไม่มั่นคงทางอารมณ์ที่มาจากความหึงหวง หวาดระแวง ไม่เชื่อใจ ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมต่างๆ มากมาย เช่น โทร.ตามจิกทุกครึ่งชั่วโมงว่าอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ทำอะไรอยู่ เช็คอีเมล์ แอบดูเฟซบุ๊ก ดู Whatsapp ดู Line เวลาเจอกันทีก็ต้องเอาโทรศัพท์ไปตรวจเช็ก ว่าเขาหรือเธอติดต่อกับใครบ้าง ซึ่งถ้าคนรักของเรามีพฤติกรรมแบบนี้ เราคงต้องมานั่งทบทวนดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของเรา มีหนทางที่จะช่วยกันทำให้ดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่มีอะไรดีขึ้น อาจต้องหยุดความสัมพันธ์กันแค่นี้ เพราะถ้าทนคบกันต่อไปคงไม่มีฝ่ายไหนที่จะมีความสุขได้เลย
4. ติดอบายมุข
ถ้าเราเจอคนรักที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เชื่อได้เลยว่ามักจะมีปัญหาในชีวิตแต่งงานแทบทั้งนั้น หากชีวิตของคนรักของเรามีเงามืดบางอย่างติดพันอยู่ เช่น ติดยาเสพติด ติดเหล้าเป็นอาจิณ ติดการพนันเป็นหนี้เป็นสิน ไม่ยอมทำมาหากินสุจริต ในฐานะคนรักกันเราต้องให้เขาเลิกให้ได้ก่อนที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน ถ้าเราพยายามอย่างเต็มที่ เช่น พาไปบำบัด แต่เขาไม่ร่วมมือด้วยเลย ให้เราถอยออกมาจากชีวิตเขาจะดีกว่า อย่าให้ตัวเองต้องเสียสละจนหมดอนาคตของตัวเอง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคู่ครองกัน คุณก็ช่วยเหลือเขาอยู่ห่างๆได้
5. ทำให้อับอายอยู่เสมอ
แน่นอนว่าทุกคนต้องอยากมีคนรักที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวของเขา เช่น คนรักของเราเป็นคนที่ใครๆก็ชื่นชมว่าเป็นคนดี เป็นคนมีน้ำใจ เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ถ้าคนที่เราคบด้วยมักทำให้เราต้องรู้สึกเสียหน้าหรืออับอายอยู่บ่อยๆ เช่น เป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ อย่างเวลาเราพาแฟนไปพบญาติผู้ใหญ่ ก็แต่งตัวโป๊มาก หรือเป็นคนไม่มีมารยาท ไม่ชอบทำงาน สกปรกซกมก ทะลึ่งลามก ชอบทำตัวเป็นนักเลงกินเหล้าแล้วเมาแสดงกิริยาน่าเกลียดต่อหน้าเพื่อนหรือญาติพี่น้องของเรา ถ้าลองคุยกันแล้วขอร้องให้เขาปรับปรุงตัวแล้วเขาไม่ยอมทำ และยังมีเหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอยู่อีกบ่อยๆ คงต้องตัวใครตัวมันจะดีกว่า อยู่กันต่อไปก็มีแต่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียมากขึ้นเท่านั้น
6. วิถีชีวิตแตกต่าง
เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคู่ไปด้วยกันไม่รอด เช่น คนหนึ่งเป็นคนชอบสังสรรค์ชอบออกเที่ยวข้างนอก แต่อีกคนเป็นคนรักสันโดษชอบอยู่เงียบๆกับบ้าน คนหนึ่งสมถะ อีกคนฟุ้งเฟ้อ แม้คู่ของเราจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันแต่ถ้าเราทั้งคู่สามารถยอมรับในกันและกันได้ ให้อิสระซึ่งกันและกัน และที่ดีที่สุดคือยอมปรับตัวไปอยู่ในจุดกึ่งกลางของความพอใจของทั้งคู่ ก็จะทำให้คู่ของเราอยู่กันได้อย่างมีความสุข แต่ถ้าหากต่างคนต่างไม่ยอมที่จะเสียสละแล้ว ก็ควรจะเลิกรากันไปจะดีกว่าต้องมาอดทนกับสิ่งที่เราไม่สามารถจะยอมรับกับมันได้ไปตลอดชีวิตของเรา
7. ขาดความมั่นคงในชีวิต
ถ้าคนรักของเราเป็นคนขาดความตื่นตัว ไม่กระตือรือร้น เฉื่อย ไม่มีเป้าหมาย ไม่สนใจความมั่นคงในชีวิต แต่เราเป็นคนที่อยู่อย่างมีเป้าหมาย มีความกระตือรือร้น อยากจะสร้างชีวิตให้ก้าวหน้าและมั่นคง คู่ของเราคงจะอยู่ด้วยกันไปอย่างลำบากเป็นแน่ เพราะเราคงจะต้องเป็นฝ่ายที่เหนื่อยในการต้องประคับประคองชีวิตคู่และเหนื่อยกับการต้องสร้างฐานะ สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวแต่เพียงฝ่ายเดียว
8. สำส่อนทางเพศ
เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจสำหรับชีวิตคู่อย่างมาก และนั่นทำให้เห็นว่าคู่ของเราเขาไม่ได้รักเรามากเพียงพอ หนำซ้ำยังจะนำความทุกข์ทั้งใจและกายมาให้เราอีก เช่น บางคนไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นแล้วเอาโรคมาติดเราก็มี ดังนั้น หากคนรักของเรานอกใจแอบไปคบหาคนอื่นแล้ว และไม่ยอมหยุดพฤติกรรมแบบนี้ยังคงทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ตัดเขาออกไปเสียดีกว่าต้องมาเสียใจและมีทุกข์ไปทั้งชีวิต
การที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับใครบางคนทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงควรจะเลือกคนๆนั้นอย่างดีที่สุด เป็นคนที่เรารักเขา ชื่นชมเขา ให้เกียรติเขา อยากร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา และในทางกลับกันเราก็อยากให้เขาเป็นเช่นนั้นกับเราเหมือนกัน ชีวิตมนุษย์ไม่ได้ยาวนานอะไร หากคุณยังมีโอกาสเลือก จงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังจะตัดสินใจที่จะลงเอยกับใคร ขอให้ได้คนที่ดีที่สุดสำหรับเราและเราเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพราะนั่นจะทำให้ชีวิตคู่ของเรามีความสุขตลอดไป
ที่มา: ดร.แพง ชินพงศ์ manageronline

ยังไม่มีความคิดเห็น