| อยากไดเอท แต่มักปวดกระเพาะ |
|---|
|
อยากปรึกษาสาวๆที่ลดน้ำหนักค่ะว่ามีวิธีไหนบ้างที่ลดหรืออดอาหารแล้วไม่ทำให้ปวดกระเพาะบ้างคะ เพราะส่วนตัวแล้วพยายามลดมาหลายครั้งแต่ก็ต้องตกม้าตายทุกทีก็เพราะปวดกระเพาะนี่ล่ะค่ะ
3 Mar 2009 | Post by :
rednuna
|
| Comment 8 |
|---|
|
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ที่เรามักปวดกระเพาะคงเพราะว่าตอนเย็นเราทานผลไม้แทนมื้ออาหารน่ะค่ะ เช้ามาท้องมันจะกลวงมากเลย ลมเต็มท้องก็เลยปวดกระเพาะค่ะ มารีฟรานซ์คงไม่ไหว ไม่มีกาตังค์ แต่เนเจอร์กิฟก็น่าสนใจดีนะคะ เพราะหลายๆอย่างเช่น ลดพวกแป้ง หรือไม่ทานพวกแป้งไปเลย มันก็จะกลับมาโยโย่ภายหลังค่ะ
10 Mar 2009 | Comment by :
rednuna
|
| Comment 7 |
|---|
|
อันตรายนะคะอย่าอดอาหารเลย เน้นควบคุมโภชนาการดีกว่า ส่วนของมารีฟร้านซ์นี่เห็นผลเลยค่ะ
9 Mar 2009 | Comment by :
PinkLilly
|
| Comment 6 |
|---|
|
ขอแนะนำว่า หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งค่ะ จำพวกข้าว ขนมปัง มะม่วง ฯลฯ เน้นทานเนื้อสัตว์และผัก ได้ผลดีมาก เราสามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องอดอาหาร ปล. ทานในปริมาณปกติ ไม่มากจนเกินไปนะคะ รับรองผอมโดยไม่เสียสุขภาพ
8 Mar 2009 | Comment by :
mammygracy
|
| Comment 4 |
|---|
|
ขอเล่าต่ออีกนิดนึงค่ะว่า พี่สาวเราเองตอนแรกก็เลือกลดนน.โดยวิธีการอดอาหารเหมือนกัน น้ำหนักเค้าลดก็จริงนะ แต่ดูไปแล้วหน้าตาและผิวพรรณไม่สดชื่น เปร่งปรั่งเลย และสุดท้ายก็กลับมากินเป็นพายุเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็มีพี่ที่ทำงานเค้าแนะนำให้ลองไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มารีฟรานซ์ดู เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งทรมานกับการอดอาหาร และออกกำลังกายอย่างหักโหม ผ่านไปประมาณ 2 เดือนแล้วที่พี่สาวเค้าจริงจังกับการลดนน. ไปทำทรีทเมนต์ทุกอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ จนตอนนี้ใครๆ ก็ทักว่าผอมลง และดูฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นเยอะเลย พี่สาวเราเลยอารมณ์ดี ยิ้มทั้งวันจนแก้มแทบปริ อยากแนะนำคุณ Rednuna นะค่ะว่า ถ้าอยากลดนน.จริงๆ ละก้อ ลองไปที่มารีฟรานซ์เหมือนพี่สาวเราดูก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งทนกับการปวดกระเพาะค่ะ
7 Mar 2009 | Comment by :
Peppermint
|
| Comment 3 |
|---|
|
ที่ปวดกระเพาะเนี่ย เป็นเพราะอดอาหารด้วยรึป่าวค่ะ ถ้าเป็นยังงั้นคงไม่ดีแน่ เพราะมันจะส่งผลต่อชีวิตในระยะยาวด้วย อาจผอมแต่เป็นโรคกระเพาะแทน ใช้วิธีลดๆๆ อาหารดีกว่าค่ะ ถ้างดไปเลยเนี่ยช่วงแรกร่างกายอาจยังปรับตัวไม่ได้ จะรู้สึกว่า หิวและโหยหาอาหารอยู่ตลอดเวลา ถ้าทำไม่ได้ก็จะตบะแตกไปเลย ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินดู เช่น หากชอบทานพวกอาหารที่มีไขมันสูง ก็ลองเปลี่ยนมาทานพวกผักและผลไม้ให้มากขึ้น ก็น่าจะช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้มากค่ะ
7 Mar 2009 | Comment by :
Peppermint
|
| Comment 2 |
|---|
|
ข้อมูลนี้ดีจังค่ะ ของเราใช้วิธีง่ายๆไม่ยุ่งยากในการที่จะทำให้น้ำหนักคงที่ก็คือเราดื่มเนอเจอร์กิฟทุกวันค่ะ ทานเท่าไรก็ไม่อ้วน ง่ายๆแค่นี้เองจ้า (ไม่ต้องลดอาหารนะคะ)
6 Mar 2009 | Comment by :
loveu4ever
|
| Comment 1 |
|---|
|
มามาดูกัน -ขั้นที่1 แทนที่จะกินวันละ3มื้อแต่เปลี่ยนมากินวัละหลายๆมื้อแทน โดยกำหนดเวลาห่างของแต่ละมื้อสั้นลงเรื่อยๆ เพื่อควบคุมความหิว วิธีนี้จะเพิ่มระดับเผาผลาญในร่างกายช่วยให้ไขมันสลายตัวได้เร็วขึ้น -ขั้นที่2 อาหารทุกมื้อต้องมีสารอาหารให้ครบ อย่าให้ร่างกายขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง มิฉะนั้นร่างกายจะเรียกร้องสารอาหารตัวนั้นทำให้คุณโหยน้ำตาลหรืออยากกินเนื้อมากผิดปรกติ และเมื่อได้กินก้อจะกินแบบลืมโลกทำให้แผนไดเอทพัง นอกจากนี้ไขมันและโปรตีนเป้นอาหารที่ต้องใช้เวลาในการย่อยนานคุณจึงได้อิ่มนานทำให้ไม่ต้องทานอะไรระหว่างมื้อ -ขั้นที่3 มีผักทุกมื้อเพราะไฟเบอร์ในผักช่วยให้หนักท้อง ทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น และยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลด้วย -ขั้นที่4 อาหารเช้าคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะขณะเราหลับระบบเผาผลาญก้อจะหลับไปด้วยถ้าไม่กระตุ้นด้วยอาหารเช้า ระบบเผาผลาญก้อจะทำงานอืดไปทั้งวัน ทำให้ร่างกายมีพลังงานตกค้างอีกเพียบ และจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันไปเก็บไว้ที่พุงของเรา เห็นรึยังว่าอาหารเช้าสำคัญแค่ไหน -ขั้นที่5 มื้อกลางวันเป็นสวรรค์ของคนรักอร่อย และส่วนใหญ่มักจะกินกันแบบตามใจปาก แต่สำหรับคนรักความผอมอย่างเรา ควรแบ่งมื้อกลางวันเป็นสองมื้อเล็กๆ โดยแต่ละมื้อห่างกัน3ขั่วโมง เพื่อยืดเวลาของระบบเผาผลาญให้นานขึ้น วิธีนี้ยังมีข้อดีอีกมากมายคือมันจะทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยหิวในมื้อเย็น ทีนี้ถึงจะกินแค่สลัดผักก้อเอาอยู่แล้ว -ขั้นที่6 งดการทานอาหารหลัง2ทุ่ม ที่จริงถ้าทนได้ ไม่ควรทานอาหารทุกอย่างหลัง6โมงนอกจากน้ำเปล่า เพราะระบบย่อยต้องใช้เวลาทำงานถึง4ชั่วโมง กว่าจะย่อยทุกอย่างในกระเพาะได้หมด ลองเอาเวลาเข้านอนคุณลบด้วย4ชั่วโมงดู แล้วคุณก้อจะรู้เองว่าควรงดอาหารหลังเวลาเท่าไหร่ แต่ถ้าวันไหนเผลอกินอาหารพิเศษใกล้เวลานอนอย่าลืมยืดแข้งยืดขาด้วยท่าบริหารง่ายๆสัก20นาทีเพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดียิ่งขึ้น -ขั้นที่7 เครื่องดื่มคือน้ำตาลที่เข้าปากเราได้ง่ายและเร็ว และมีจำนวนมากที่สุดบางคนไม่เคยนับเลยว่าวันนี้ดื่มน้ำหวานไปแล้วกี่แก้ว ระหว่างที่คุมน้ำหนัก สาวๆจึงควรงดดื่มเครื่องดื่มที่พกน้ำตาลมาเพียบอย่างแอลกอฮอล์ ค้อกเทล ไวน์ น้ำอัดลม น้ำปั่น ส่วนน้ำเต้าหู้ซื่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนั้นคุณควรจะเตือนแม่ค้าทุกครั้งว่าขอแบบไม่หวานนะคะ -ขั้นที่8 กำหนดปริมาณอาหารให้ง่ายที่สุดคือ ให้ท่องไว้ว่าควรกินคาร์โปรไฮเดรตได้1กำมือ ส่วนผักจะทานเท่าไหร่ก้อได้ ถ้ายังดะไม่ถูกแนะนำให้ทานก๋วยเตี๋ยวให้บ่อยที่สุด ส่วนมื้อเย็นก้เปลี่ยนเป็นเกาเหลา แค่นี้คุณก้อได้สารอาหารครบโดยไม่มากกว่าปริมาณที่กำหนดแน่นอน -ขั้นที่9 หาสูตรล้างพิษที่เหมาะกับคุณมาใช้ เช่น ทำน้ำปั่นล้างพิษมาดื่มเอง น้ำพวกนี้จะช่วยขับสิ่งตกค้างออกจากร่างกาย บำรุงอวัยวะภายในให้แข็งแรง ทำให้สดชื่น แจ่มใส จนไม่รู้สึกว่าทรมานกับการไอท และยังกระตุ้นระบบขับถ่ายซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผอมอีกด้วย (พี่แนะนำแตงโม เพราะกินได้ทั้งวัน หาซื้อง่ายแถมตอนนี้ยังถูกอีกด้วยกินทั้งวันเลยไม่ต้องกินอย่างอื่นนี่คือวิธีโบท็อกของพี่) -ขั้นที่10 ทานผลไม้ไม่หวานจัดมากๆระหว่างวัน อย่าง แอปเปิ้ล กล้วย มะเขือเทศเพื่อให้หนักท้อง จนไม่นึกอยากกินอะไรอีก แต่ต้องอยู่ห่างผลไม้ต้องห้ามอย่าง ทุเรียน ขนุน มะม่วงสุข ลองกอง ลำใย เพราะผลไม้พวกนี้มีน้ำตาลสูงไม่แพ้น้ำหวานแก้วโตๆเลยล่ะ แค่นี้แหละ หุ่นที่ดีย่อมมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงถึงจะดูสวยนะจ๊ะ ขอบคุณข้อมูลดีดีจากหนังสือ SPICY เล่มที่231
4 Mar 2009 | Comment by :
munuai
|
ราคา 28 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 125 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 99 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 529 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 35 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 294 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 128 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 55 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 999 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 555 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 199 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 36 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!