| อัธพาลในชิคาโก |
|---|
|
Bootlegging คืออาชญากรรมที่ทำเป็นขบวนการ (organized crimes) ซึ่งครอบคลุมทั้งการค้าโสเภณี, ยาเสพติด, สิ่งพิมพ์ลามกและเหล้าเถื่อน คำว่า bootlegging (บุ๊ตเล้กกิ้ง) มีกำเนิดมาจากยุคสงครามกลางเมืองอเมริกัน (the American Civil War) เมื่อทหารทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้มีส่วนในขบวนการค้าเหล้าเถื่อนโดยแอบซุก ซ่อนเหล้าไม่เสียภาษีสรรพสามิตไว้ในรองเท้าบู๊ตหนังของตน ขบวนการค้าเหล้าเถื่อนมาทำกันเป็นล่ำเป็นสันอีกครั้งในยุคทศวรรษที่ 1920 อันเป็นยุคที่มีการประกาศใช้บทแก้ไขที่ 18 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐที่เรียกกันว่า the Prohibition หรือรัฐบัญญัติ Volstead Act (เสนอโดย ส.ส. Andrew J. Volstead แห่งรัฐ Minnesota ที่ผ่านสภาโดยสามารถคว่ำมาตรการใช้อำนาจยับยั้ง หรือ veto ของประธานาธิบดี Woodrow Wilson) บทแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ the Prohibition หรือ “ศีลประชาคม” นี้ห้ามการผลิตและขายสุรา รวมทั้งเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ทุกประเภท ละเป็นอานิสงส์ของขบวนการ Temperance Movement ของคนอเมริกันในยุคบุกเบิกแผ่นดินใหม่ที่มุ่งส่งเสริมวิถีชีวิตแนวมัชฌิมา ปฏิปทาให้กินอยู่อย่างพอดีไม่ลุ่มหลงในบริโภคนิยมหรืออบายมุขแต่พอถึงช่วง ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ความหมายกลายแคบลงมาเหลือ “สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานาฯ” และเมื่อออกเป็นบทแก้ไขรัฐธรรมนูญจำกัดเสรีภาพในการร่ำสุรา จนถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1933 จึงทำให้การค้าสุรากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายไป 14 ปีที่แก๊งมาเฟียทั้งหลายทำกำไรกันมโหฬารเป็นขบวนการใต้ดิน ชีวิตของแก๊งอาชญากร bootleggers ในยุค the prohibition ที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กลายมาเป็นตำนานให้ฮอลลี่วู้ดสร้างหนังประเภทยิงกันเลือดท่วมจอด้วยปืนกล ที่รัวกระสุนจากตลับลูกปืนแป้นกลมๆมาหลายสิบเรื่อง แต่ไม่เคยมีดาวร้ายคนใดในชีวิตจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า Al Capone “ไอ้หน้าบาก” แม้ในหนังฮอลลี่วู้ดจะเอาพระเอกหน้าตาดีมาแสดง แต่ในชีวิตจริงนอกจากรูปไม่หล่อแล้ว ยังออกจะหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวด้วยซ้ำ เมื่อมี Al Capone ก็จะต้องเอ่ยถึงชื่อ J (ohn) Edgar Hoover (1874-1964) ผู้อำนวยการหน่วยสอบสวนกลาง (FBI) ในช่วงปี 1929-1933 ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือปราบแก๊งอาชญากร bootleggers ผู้เลื่องลือที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกันยุคใหม่และเป็นนักปราบ คอมมิวนิสต์ตัวยงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองด้วย โดยที่มีนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนอเมริกันจำนวนมากโดนข้อหามีการ กระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ไปตามๆกัน (ยุคของ J. Edgar Hoover เป็นช่วงที่แนวความคิดขวาตกขอบแพร่ระบาดเข้ามายังประเทศไทย ผ่านโครงการความช่วยเหลือไทยอเมริกันต่างๆ ซึ่งเด็กนักเรียนไทยในยุคทศวรรษที่ 1960 คงจะจำได้ว่า ถูกโรงเรียนเกณฑ์ไปดูหนังปลุกระดมเรื่อง “ไฟเย็น” ที่แสดงขึ้นเพื่องแสดงถึงการแพร่ขยายแนวคิดสังคมนิยม ว่าเป็นภัยเงียบรุกรานวิถีชีวิตชาวบ้านแบบไทยๆในยุคสงครามเย็นระหว่างค่าย ตะวันตกกับโลกคอมมิวนิสต์จีนและโซเวียต) และเมื่อเอ่ยถึงแก๊งมาเฟียอเมริกัน เราจะนึกถึงแก๊งอาชญากรจากเกาะซิซิลีในประเทศอิตาลีที่มาครอบงำธุรกิจใต้ ดินในอเมริกา ทั้งนี้เนื่องจากหนัง The God Father ที่ Marlon Brando แสดงนำเมื่อประมาณทศวรรษที่ 1970 ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากความจริงนัก เพราะตัวจริงของหัวหน้าแก๊งอาชญากรที่โด่งดังที่สุดในอเมริกาคงไม่มีใคร เกิน ไอ้หน้าบาก Al Capone ฉายา “Scarface” ผู้ก่อคดีอุกอาจ “the St. Valentine ‘s Day Massacre” โดยที่ Al Capone ผู้คุมกำลังอาชญากรกว่า 1,000 คน ต้องการกำจัด George “Bugs” Moran ศัตรูคนสุดท้ายให้สิ้นซาก จึงให้ลูกน้องห้าคนแต่งเครื่องแบบตำรวจนครชิคาโก้บุกถึงรังใหญ่ของบั๊ก สฺและจับสมุนฝ่ายตรงข้ามเจ็ดคน เรียงแถวหันหน้าเข้ากำแพงแล้วยิงทิ้งด้วยปืนกลในวัน St. Valentine ‘s ปี 1929 แอล คาโปน มีชื่อจริงว่า Alphonse Capone (1899-1947) เขาเกิดในครอบครัวชนเชื้อสายซิซิลี ที่ย่านสลัม Brooklyn ของนคร New York พอเรียนได้แค่ชั้นประถมหกก็ออกมาผจญภัยในโลกนักเลง ส่วนฉายาไอ้หน้าบากได้มาก็เพราะตอนเป็นวัยรุ่นไปหยามสาวคนหนึ่งเข้า จึงถูกพี่ชายเจ้าหล่อนกรีดหน้าด้วยมีดพกไปสามแผล ถึงตรงนี้ผู้อ่านที่อยู่ในวัยอาวุโสคงนึกถึงฉากการต่อสู้ระหว่างแก๊งวัย รุ่นปัวรโตริกั้นในเขตตะวันตกของนคร New York จากภาพยนตร์ West Side Story เมื่อราวปี 1965 ที่ Natalie Wood แสดงเป็น Maria (และเป็นชื่อเพลงที่กลายเป็นอมตะคู่กันมากับเพลง Tonight จากภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน) ส่วนคนจริงอย่าง แอล คาโปน เข้าร่วมแก๊งของ Johnny Torrio แถบถนน James Street ของ New York มาตั้งแต่วัยรุ่นพอถึงปี 1920 Torrio ส่งเขาไปช่วยลุง “Big Jim” Colosimo คุมซ่องโสเภณีและบ่อนแหล่งใหญ่ที่สุดในนครชิคาโก้ ในช่วงนั้นเองรัฐบาลกลางสหรัฐเพิ่งประกาศห้ามจำหน่ายสุรา (the Prohibition บทแก้ไขฉบับที่ 18 ของรัฐธรรมนูญ) ซึ่ง Torrio เห็นช่องทางทำมาหากินนอกกฎหมายอย่างงดงามขณะที่ลุงของเขาไม่เอาด้วย ต่อมา Colosimo ถูกสังหารและไม่นานจากนั้น Torrio ก็ถูกลอบยิงสาหัสปางตายจนขออำลาวงการนักเลง Al Capone จึงได้รับมรดกเป็นเจ้าพ่อขบวนการค้าของหนีภาษี, แมงดาคุมซ่อง, โสเภณี และค้าเหล้าเถื่อนในนครชิคาโก้ระหว่างปี 1925 จนถึงปี 1931 เมื่อรัฐบาลกลางจับเขาในข้อหาเลี่ยงภาษี หลังจากไม่อาจเล่นงานในข้อหาฆาตกรรมหรืออาชญากร “ผู้มีอิธิพลได้” เขาถูกส่งตัวไปขังยังคุกในนครแอ็ตแลนต้า รัฐจอร์เจียและย้ายไปคุก Alcatraz อันเลื่องชื่อ (ว่าไม่มีใครหนีรอดออกมาได้) นอกอ่าว San Francisco แอล คาโปน ได้รับอภัยโทษในปี 1939 แต่ด้วยสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยโรคซิฟิลิส เขาจึงไปใช้ชีวิตบั้นปลายในนครไมอามี่และจบชีวิตลงด้วยวัย 48 ปี
14 May 2009 | Post by :
MING1994
|
ราคา 332 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 35 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 289 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 119 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 13 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 255 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 239 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 189 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 55 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 138 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 128 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 645 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!