| อยากรุอะ? |
|---|
|
อยากรุเรื่องของการกินยาคุมกำเนีดให้ละเอียด กลัวพาด กินตอนไหนก่อน...ละก่อนกี่วันอะค่ะ?
19 Aug 2004 | Post by :
LoveXIII
|
| Comment 7 |
|---|
|
สวัสดีค่ะลืมกินกินยาคุมเม็ดแรกของแผงที่4 ทำไงดีค่ะเมนส์หยุดไปแล้ว2วัน(มา3วัน)ทำไงดีอ่ะแล้วกินยาเม็ดแรกในวันต่อมา(แค่เม็ดเดียวได้ไหม)
27 Aug 2007 | Comment by :
noo
|
| Comment 6 |
|---|
|
สวัสดีค่ะลืมกินกินยาคุมเม็ดแรกของแผงที่4 ทำไงดีค่ะเมนส์หยุดไปแล้ว2วัน(มา3วัน)ทำไงดีอ่ะแล้วกินยาเม็ดแรกในวันต่อมา(แค่เม็ดเดียวได้ไหม)
27 Aug 2007 | Comment by :
noo
|
| Comment 5 |
|---|
|
มีปัญหา อยากทราบว่าการทานยาคุมกำเนิดเพื่อไม่ต้องการให้ประจำเดือนมาทำได้มั้ยค่ะ
15 Jun 2007 | Comment by :
narak
|
| Comment 1 |
|---|
|
การบริโภคยาคุมกำเนิด ๐ คืออะไร การบริโภคยาเม็ดเพื่อห้ามการตกไข่ หากบริโภคสม่ำเสมอ ๐ ข้อดี เดี๋ยวนี้ยาพวกนี้จะดีกว่ารุ่นก่อนๆ ตรงที่มีปริมาณฮอร์โมนในโดสที่ต่ำทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเดิม บางชนิดก็ช่วยลดอาการบวมน้ำ อาการป่วยช่วงมีรอบเดือน และสามารถช่วยแก้ปัญหาสิวได้ด้วย ๐ ข้อเสีย มีสตรีบางคนพบว่า เกิดผลข้างเคียงเช่นมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ทรวงอกนุ่มเหลวลงกว่าเดิม มีเลือดออกผิดช่วงเวลาหรือระหว่างการมีรอบเดือนและน้ำหนักเปลี่ยนแปลงไป แต่อาการเหล่านี้มักเป็นในช่วงยา 3 แผงแรก จากนั้นร่างกายก็สามารถปรับตัวได้ ๐ ประสิทธิภาพการคุมกำเนิด ได้ผลดี 90 % การกินยาคุมกำเนิด ยาคุมทุกชนิด แผงแรกเม็ดแรกให้เริ่มกินภายใน 5 วัน นับจากวันแรกที่มีรอบเดือน มิฉะนั้นจะยับยั้งไข่ตกไม่ทันในรอบนั้น ยกเว้นยาคุมแบบ 20 ไมโครกรัมควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่รอบเดือนมา เมื่อเริ่มกินยาคุมแล้ว ก็สามารถมีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่แผงแรกทันที ไม่ต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นช่วย ทั้งสามารถหลั่งภายในช่องคลอดได้เลย และไม่ต้องไปนับวันปลอดภัย (7หน้า 7 หลัง)อีกต่อไป เมื่อเริ่มกินยาคุมแล้ว ให้กินไปเรื่อยๆเรียงไปตามลูกศร ระหว่างกำลังกินยา ถ้ารอบเดือนมากระปริบกระปรอยก็ไม่ต้องหยุดยา เดินหน้ากินต่อไปเรื่อยๆ จนหมดแผง หมดแผงแล้ว ถ้าเป็นแบบ 28 เม็ดวันรุ่งขึ้นให้กินแผงใหม่ต่อทันที ไม่ต้องรอรอบเดือน ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนจะหยุดหรือไม่หยุดก็ตาม ถ้าเป็นแบบ 21 เม็ดหมดแผงแล้ว (ปกติหมดเม็ดที่ 21 แล้ว อีก 2-3 วันรอบเดือนก็จะมา) เว้นไม่กิน 7 วัน เมื่อครบ 7 วันที่ไม่กินแล้ว วันที่ 8 ให้เริ่มแผงใหม่ทันทีไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนจะหยุดหรือไม่หยุดและระหว่างที่ไม่กินยา 7 วันนั้น ก็สามารภมีเพศสสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวลว่าจะตั้งครรภ์ เริ่มแผงแรกเมื่อไร 1. กรณีปกติทั่วไป รอรอบเดือนมาก็กินได้ทันที 2. กรณีหลังคลอดบุตร โดยปกติหลังคลอดบุตร 6 สัปดาห์ไข่ก็จะตกเป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงควรเริ่ม 4-6 สัปดาห์หลังคลอด แต่ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็อาจเริ่มกินช้ากว่านี้ได้ 3. กรณีแท้งบุตร ถ้าท้องน้อยกว่า 12 สัปดาห์ (3 เดือน) จะมีไข่ตกทันทีในรอบเดือนถัดมา ดังนั้นต้องเริ่มกินทันทีหลังแท้ง แต่ถ้าแท้งเมื่อท้องได้ 12-27 สัปดาห์ (3-7 เดือน) ไขจะตกราว 3 สัปดาห์หลังแท้ง จึงควรกิน ภายในสัปดาห์แรกหลังแท้ง ถ้าลืมกิน 1. ถ้าลืมกิน นึกได้เมื่อไหร่ ให้ไปหยิบเม็ดที่ลืมมากินทันที (เท่ากับกินเม็ดนั้นช้าไปหน่อย) ห้ามผัดวันอีกต่อไป แล้วกินเม็ดถัดมาตามเวลาที่เคยกิน แต่ถ้านึกได้ในเวลาที่ต้องกินอีกเม็ด ก็กินสองเม็ดควบเลย 2. ในกรณีที่ลืมกิน 2 เม็ด ให้กิน 2 เม็ดที่ลืม แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นกินอีก1เม็ด เย็นนั้นกิน 1 เม็ด เช้าวันรุ่งขึ้นกินอีกเม็ด (เพิ่มตอนเช้า สองเช้า เช้าละเม็ด) กรณีเช่นนี้อาจทำให้รอบเดือนมากระปริบกระปรอยได้ และถ้าลืมในช่วง 1 7 เม็ดแรก โอกาสพลาดอาจเกิดขึ้นได้ จึงต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นช่วย เช่น ถุงยางอนามัย แต่ถ้าลืมในช่วงท้ายๆหรือจะหมดแผงก็ไม่ค่อยมีผลมากเท่าไหร่ 3. ถ้าลืมกิน 3 เม็ด ก็จบเลยครับ หยุดยา รอให้รอบเดือนมา แล้วเริ่มแผงใหม่ภายใน 5 วันนับจากวันแรกที่มีเลือด 4. ถ้ากินยาแล้วอาเจียน ถ้าอาเจียนหลัง 2ชั่วโมงไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง ก็ต้องกินซ้ำอีกเม็ด ถ้าเป็นแบบที่มีฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด จะกินเม็ดไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็นแบบ triphasic คือแต่ละเม็ดมีฮอร์โมนไม่เท่ากัน ก็ต้องซื้ออีกแผงมาเสริมเม็ดที่อาเจียนออกไป (กินตรงเม็ดที่อาเจียน) 5. กรณีท้องเดินหลายวัน การดูดซึมของยาจะไม่ดี ควรใช้การป้องกันวิธีอื่นช่วยด้วย (กรณีเช่นนี้อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยได้) อาการข้างเคียงและการแก้ไขด้วยตนเอง 1. คลื่นไส้อาเจียน เป็นผลจากฮอร์โมนเอสโตรเจน มักเกิดในช่วง 2-3 เดือนแรก แก้ไขโดยกินทันทีหลังอาหารเย็น 2. เลือดออกกระปริบกระปรอย แก้ไขโดยการกินยาเวลาใกล้เคียงกันที่สุดในทุกวัน แต่ถ้าใช้ยาคุมชนิดที่มีเอสโตรเจนต่ำอยู่ (เช่น 20 ไมโครกรัม) ให้เปลี่ยนเป็นแบบที่มีเอสโตรเจนมากขึ้น เช่น แบบ 30 ไมโครกรัม 3. น้ำหนักตัวเพิ่ม แก้ไขโดยการใช้ยาคุมชนิดเอสโตรเจนต่ำกว่า แต่ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่า 5 กิโลกรัม และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องพิจารณาเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด 4. ความดันโลหิตสูงขึ้น แก้ไขโดยการลดปริมาณเอสโตรเจน จาก 30 ไมโครกรัม ให้เหลือแบบ 20 ไมโครกรัม และต้องหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตบ่อยๆ 5. หน้าเป็นฝ้า ถ้าเริ่มเป็นฝ้า ก็คงต้องพิจารณาใช้ยาที่มีเอสโตรเจน 20 ไมโครกรัม พร้อมกับการรักษาฝ้า ยากันแดด หลีกเลี่ยงแดด และถ้ายังเป็นอยู่ ก็ต้องพิจารณาเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด 6. อาการปวดศีรษะ ถ้าปวดเล็กน้อยก็กินยาแก้ปวด แต่ถ้าเป็นการปวดแบบไมเกรน ที่มีอาการปวดหัวข้างเดียว ก็ต้องหยุดยา 7. รอบเดือนมากระปริบกระปรอย หรือขาดระดู มักเป็นกับคนที่ใช้ยาคุมแบบ 20 ไมโครกรัม ให้เปลี่ยนไปใช้แบบ 30 ไมโครกรัมแทน 8. การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่นอาการซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นผลจากโปรเจสโตเจนสูง ถ้ามีอาการมาก คงต้องปรึกษาแพทย์ เวลาซื้อยาคุมกำเนิดขอให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ร้านขายยานะคะ เพราะแต่ละคนเหมาะกับยาคุมกำเนิดไม่เหมือนกันค่ะ
19 Aug 2004 | Comment by :
StrawberryPinky
|
ราคา 279 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 179 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 290 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 249 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 539 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 382 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 136 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 300 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 3999 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 289 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 857 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 65 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!