| คนกินเนื้อคน..อยากให้อ่าน |
|---|
|
คนกินเนื้อคน รศ.บัญญัติ สุขศรีงาม -------------------------------------------------------------------------------- หลายท่านคงเคยได้ยิน มนุษย์หลายเผ่าที่นิยมกินเนื้อคนเป็นอาหารกันมาบ้างแล้ว มีภาพยนต์หลายเรื่องที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพวกชาวป่าบางเผ่า ที่ออกล่ามนุษย์ต่างเผ่ามากินเป็นอาหาร ช่างโหดร้ายอะไรอย่างนั้น แต่ก็คงจะต้องเห็นใจกับคนเหล่านี้เพราะเป็นผู้ที่ด้อยการศึกษาหรือล้าหลังด้านอารยธรรม ถ้าหากเมื่อใดมีการศึกษาเจริญขึ้น ก็คงจะต้องเปลี่ยนวิถีการรับประทานอาหารอย่างแน่นอน แต่ในปัจจุบันท่านเชื่อหรือไม่ว่า ชาวจีนในประเทศจีนจำนวนไม่น้อยที่ชอบรับประทานเนื้อคน โดยชอบรับประทานเนื้อทารกที่เสียชีวิตจากการแท้ง เชื่อกันว่า เป็นอาหารบำรุงสุขภาพชั้นดี ท่านผู้ฟังคงเคยจำเรื่องราวเกี่ยวกับประชากรของจีน ที่ได้นำเล่าสู่กันฟังไปแล้วนะครับว่า การที่จีนมีประชากรจำนวนมากเกือบ 1,200 ล้านคน ทำให้เกิดปัญหานานัปการ รัฐบาลจีนจึงได้ออกกฎหมายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ครอบครัวชาวจีนส่วนมากต้องการลูกชายมากกว่าลูกสาว ดังนั้นถ้าหากหญิงมีครรภ์รายใดมีลูกสาวก็จะหาวิธีการ จนกระทั่งต้องมีการทำแท้งเกิดขึ้น เพื่อจะได้หาสาเหตุให้มีการตั้งครรภ์ใหม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้งเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และทารกเหล่านี้จะถูกนำไปทำลายทิ้ง โดยไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลย แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานข่าวจากประเทศจีนว่า ได้มีธุรกิจซื้อขายทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้งกันแล้ว เช่น ในปีพ.ศ. 2537 มีผู้หญิงจีนไปทำแท้งที่โรงพยาบาลเฉินเจิ้นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ได้นำซากทารกจำนวนประมาณ 7,000 ศพ ไปขายให้หน่วยงานต่าง ๆ ราคาศพละ 31.25 บาท (1.25ดอลลาร์) ในบางคลินิกที่รับทำแท้ง ก็ได้ขายศพได้แพงถึงศพละ 1,000 บาท (40 ดอลลาร์) และการซื้อขายนี้ได้แพร่หลายไปถึงฮ่องกงแล้ว ผู้ที่ซื้อจะนำซากศพเหล่านี้ไปปรุงเป็นอาหารเสริม เพื่อจะหน่ายเป็นยาบำรุงให้กับผู้หญิงที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรง หรือทำให้ร่างกายเต่งตึง เป็นการช่วยยืดอายุการชราออกไป อย่างไรก็ตามแพทย์หญิงประจำสถานพยาบาลในเมืองเฉินเจิ้น ได้ให้ข้อมูลว่า เธอก็เป็นผู้หนึ่งที่ชอบรับประทานซากทารก และแพทย์อื่น ๆ ก็ชอบรับประทานซากทารกเช่นกัน เพราะเชื่อว่า ช่วยบำรุงผิวพรรณและทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งในเรื่องนี้นายแพทย์วอร์เรน ลี หัวหน้าสมาคมแพทย์ของฮ่องกงได้ให้ข้อมูลว่า ชาวจีนได้นิยมรับประทานซากทารกมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เป็นที่แปลกใจแต่ประการใดที่มีผู้ใช้ซากทารกจากการทำแท้งเป็นแหล่งหาเงินอีกรูปแบบหนึ่ง หลังจากที่เรื่องราวเกี่ยวกับรับประทานซากทารกได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้ จึงมีการแสดงความคิดเห็นต่อต้าน โดยผู้ที่ต่อต้านอย่างมากเห็นจะได้แก่นายแฟรงค์ วูลฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐอเมริกา สังกัดพรรครีพับริกัน ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ได้ทราบข่าวว่าในประเทศจีนและฮ่องกง ได้มีการนำซากทารกจากการทำแท้งไปรับประทานเช่นกัน ถ้าหากเป็นเรื่องจริงคงจะทำให้เกิดปัญหาด้านศีลธรรมและจริยธรรมเป็นแน่ เพราะจีนเป็นประเทศที่มีนโยบายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ดังนั้นอาจมีผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่สมหวังได้มีการทำแท้งเพิ่มมากขึ้น และยังนำซากทารกไปขายอีกด้วย ดังนั้นนายแฟรงค์ วูลฟ์ จึงได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีคลินตัน และรัฐมนตรีต่างประเทศ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถ้าหากเป็นความจริงก็จะรณรงค์ให้สหรัฐอเมริกา ใช้มาตรการทางการเมือง เพื่อทำให้จีนได้มีการควบคุมดูแลในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เป็นอย่างไรบ้างครับ เรื่องราวของคนกินเนื้อคนที่นำมาเล่าสู่กันฟังไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับว่ามนุษย์เราจะทำได้ถึงเพียงนี้ ตามปกติแล้วเราสามารถหาสัตว์หรือพืชต่างๆ มาเป็นอาหารก็เป็นสิ่งที่พอยอมรับกันได้ เนื่องจากเป็นความจำเป็นจึงต้องใช้สิ่งอื่นเป็นอาหารแต่การนำเนื้อมนุษย์มาเป็นอาหารนั้น คงไม่เป็นที่ยอมรับกันในอารยชนทั้งหลายยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจีนจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ถ้ามีรายงานข่าวเมื่อใดก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ [ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 ]
12 Jun 2006 | Post by :
nongploy-ploy
|
| Comment 12 |
|---|
|
อ่ามันก็น่าขยะแขยงนะแต่อย่าลืมสิว่า คนเรานั้นก็เป็นสัตว์งูก็ยัง กินงูด้วยกันและสัตว์อีกหลายอย่างถ้าจะต้องให้อธิบายทางวิทยา ศาสตร์คงต้องอธิบายกันอีกนาน แต่ในทางกลับกันคนเรานั้น เป็นสัตว์ที่มีความคิดมีการสื่อสารกันอย่างชัดเจนโดยผ่านทาง เสียงทางภาษา ควรที่จะมีความคิดว่าไม่ควรกินพวกเดียวกัน แล้วที่เชื่อว่ากินแล้วอายุจะยืนเนี่ยเคยพิสูจน์กันแล้วหรือ?
15 Jun 2006 | Comment by :
sd
|
| Comment 11 |
|---|
|
ใจร้ายมากเลย
15 Jun 2006 | Comment by :
แป้ง
|
| Comment 10 |
|---|
|
อย่าให้มาเกิดในประเทศไทยนะ สงสารเด็กจัง
14 Jun 2006 | Comment by :
หมูน้อย
|
| Comment 9 |
|---|
|
เฮ้อ คนเราก็แปลก กินไปได้!!!!!!!!!!!!!!
14 Jun 2006 | Comment by :
doodee
|
| Comment 8 |
|---|
|
น่าสงสารค่ะ จะเกิดก้อไม่ได้เกิด แถมยังมาโดนกินอีก คนที่กินนี่ทำได้ลงนะคะ ใจร้ายอ่ะ
12 Jun 2006 | Comment by :
ใหม่
|
| Comment 7 |
|---|
|
เคยดูข่าง ทางช่อง ฟรี TV มาเหมือนกันคับ ว่าคนจีน ฮ่องกง กินกัน ผมว่าอย่างอื่นมีประโยชน์กว่านี้เยอะแยะทำไมไม่กินกันน๊า
12 Jun 2006 | Comment by :
ช คนนึ่ง
|
| Comment 6 |
|---|
คงมะ...อร่อยมั้งค่ะ? น่ากลัวจัง
12 Jun 2006 | Comment by :
oo
|
| Comment 5 |
|---|
|
12 Jun 2006 | Comment by :
sita
|
| Comment 4 |
|---|
|
อ่านแล้วอยากจะอาเจียน...ใจร้ายจัง
12 Jun 2006 | Comment by :
sita
|
| Comment 3 |
|---|
|
แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว
12 Jun 2006 | Comment by :
StrawberryPinky
|
| Comment 2 |
|---|
|
กลัวค่ะ น่าขยะแขยงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินได้ไง กินแล้ว จะสาวจริงปะ ถ้าไม่จริงมันก็ไม่คุ้มนะคะเนี่ย
12 Jun 2006 | Comment by :
ร
|
| Comment 1 |
|---|
|
คนที่กินลง ใจดำนะคะ น่ากลัว น่าสงสาร มากกว่าน่ากินค่ะ ทำใจไม่ได้
12 Jun 2006 | Comment by :
1
|
ราคา 98 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 382 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 99 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 138 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 95 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 359 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 528 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 69 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 289 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 151 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 13 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 169 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!