Talk About Women

ระบบสืบพันธุ์ ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบประสาท
ระบบสืบพันธุ์เพศชายประกอบด้วย

1. อัณฑะ (Testis) และถุงอัณฑะ (Scrotum)

อัณฑะ มีลักษณะรูปร่างคล้ายไข่ฟองเล็ก ยาว 3-4 Cm หนาประมาณ 2-3 Cm หนักประมาณ 50 กรัม อัณฑะมี 2 ข้างและขนาดใหล้เคียงกันอยู่ภายในถุงอัณฑะ เพื่อปรับอุณหภูมิให้ต่ำกว่าช่องท้องประมาณ 3 - 5 องศาเซลเชียส เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการผลิตตัวอสุจิ (Sperm)

2. หลอดสร้างตัวอสุจิ (Semimiferous tubles) และท่อนำตัวอสุจิ (vasdeferens)

หลอดสร้างตัวอสุจิเป็นหลอดที่หน้าที่ผลิตตัวอสุจิจะประกอบด้วยกลุ่มเชล spermatogonium และ sertoli cell

ทำหน้าที่สร้างอาหารให้ตัวอสุจิและปล่อยออกมาทาง retetestis เข้าไปอยู่ในหลอดเก็บตัวอสุจิ

3. ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (seminal vesicle) ทำหน้าที่สร้างอาหารให้แก่ตัวอสุจิ ส่วนมากเป็นน้ำตาลฟรักโตส วิตามินซี และโปรตีนโกบุลิน

4. ต่อมลูกหมาก (prostate gland) ทำหน้าที่หลั่งสารที่เป็นเบสอย่างอ่อนและสารที่ทำให้ตัวอสุจิแข็งแรงและว่องไว

5. ต่อมคาวเปอร์ (cowper gland) มีหน้าที่หลั่งสารของเหลวใสๆไปหล่อลื่นท่อปัสสาวะในขณะเกิดดารกระตุ้นทางเพศ

6. อวัยวะเพศชาย (pennis) เป็นกล้ามเนื้อที่หดและพองตัวได้คล้ายฟองน้ำในวลาปกติจะอ่อนและงอตัวอยู่ แต่เมื่อถูกกระตุ้นจะเเข็งตัวเพราะมีเลือดมาคั่งมาก ภายในจะมีท่อปัสสาวะทำหน้าที่เป็นทางผ่านของตัวอสุจิและน้ำปัสสาวะ

น้ำอสุจ ิแต่ละครั้งที่หลั่งออกมาประกอบด้วยตัวอะสุจิและน้ำหล่อเลี้ยงต่างๆประมาณครั้งละ 3 ลบ . ซม . จำนวนอสุจิประมาณ 300-500 ล้านตัว

ตัวอสุจ ิมีขณาดเล็กมากมีลักษณะคล้ายลูกอ๊อดประกอบด้วยส่วนหัวและส่วนหางดังรูป มีอายุ 48 ชั่วโมงเมื่อเข้าไปในมดลูก


22 Jun 2006  |  Post by : Momay
Comment 219
ขอบคุนคับ

19 Aug 2016  |  Comment by : aellanta
Comment 218
ดีมากยกกำลัง2เลยจ้าาาาาาาา..................!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

23 Nov 2008  |  Comment by : กุ๊งกิ๊ง
Comment 217
แอบนอกใจ

17 Nov 2008  |  Comment by : เด็กวัยแสบ
Comment 216


17 Nov 2008  |  Comment by : คนน่ารัก ฮิๆๆๆๆๆๆๆ
Comment 215


17 Nov 2008  |  Comment by : มาสรน
Comment 214


5 Aug 2008  |  Comment by : ไร้นาม
Comment 213


31 Jul 2008  |  Comment by : Tee Luk
Comment 212
ชอบม๊าก!!!!!!!!!!!!!!!!!

31 Jul 2008  |  Comment by : Tee Luk
Comment 211


27 Jul 2008  |  Comment by : ยำฟะ
Comment 210


27 Jul 2008  |  Comment by : [b[bh;
Comment 209


24 Jul 2008  |  Comment by : คนซ่า55+
Comment 208
ขอบคุนจ้าา


แหะๆๆ

ต้องการอยุ่พอดีเล้ยย

ขอบคุนมากมายยเลยน๊าค๊าา



22 Jul 2008  |  Comment by : pkn
Comment 206


20 Jul 2008  |  Comment by : dff
Comment 205
ก็ดีนะมีสาระดี

15 Jul 2008  |  Comment by : อัสบางกรัก
Comment 204
ก็ดีค่ะ

น่ารักดี

มีความรู้

12 Jul 2008  |  Comment by : อิงฟ้า
Comment 203


3 Jul 2008  |  Comment by : 123321
Comment 202


27 Jun 2008  |  Comment by : efr
Comment 201


26 Jun 2008  |  Comment by : ริน
Comment 199


24 Jun 2008  |  Comment by : สุริริริริริริ
Comment 198


22 Jun 2008  |  Comment by : 1
Comment 197


20 Jun 2008  |  Comment by : pornpawee
Comment 196
ขอบคุณมากๆได้รายงาน
หลายเรื่องเลย


19 Jun 2008  |  Comment by : blue
Comment 195
ชอบค่ะ


18 Jun 2008  |  Comment by : พภา
Comment 193


17 Jun 2008  |  Comment by : หวาน
Comment 192
ภาพปลุกอารมน์ดีค่ะ

15 Jun 2008  |  Comment by : ยาหยี
Comment 191


15 Jun 2008  |  Comment by : ปลา
Comment 190


15 Jun 2008  |  Comment by : 321
Comment 189


14 Jun 2008  |  Comment by : แป้ง
Comment 188


11 Jun 2008  |  Comment by : อารยา
Comment 187


10 Jun 2008  |  Comment by : กพำพ
Comment 186


10 Jun 2008  |  Comment by : ออกัส
Comment 185
ก็ดีเลยค่ะกำลังทำเรื่องนี้พอดีเลย...

9 Jun 2008  |  Comment by : แต้ว
Comment 184


7 Jun 2008  |  Comment by : ...
Comment 183
หาที่ทำรายงาน..เจอตรงนี้อีกล่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

6 Jun 2008  |  Comment by : เมย์...May
Comment 182
กว่าจะได้ส่งรายงานให้ครูได้

6 Jun 2008  |  Comment by : เมย์...May
Comment 181
ขอคุณมากคะ

5 Jun 2008  |  Comment by : milk
Comment 180


3 Jun 2008  |  Comment by : ballnyza
Comment 179
เนื้อหาดีมักมากเลยค่ะ

2 Jun 2008  |  Comment by : เจน
Comment 178
ขอบคุณค่ะ

1 Jun 2008  |  Comment by : เเพนด้า
Comment 177


31 May 2008  |  Comment by : แนน
Comment 176
เเบบว่าขอบคุณค่ะ


31 May 2008  |  Comment by : เนส
Comment 175
เข้าใจมากขึ้นค่ะ


31 May 2008  |  Comment by : คนซื่อสัตย์
Comment 174
ดีมากเลยคับ


31 May 2008  |  Comment by : อะนะ
Comment 172


30 May 2008  |  Comment by : eam
Comment 171
รูปภาพคอมเมนต์



29 May 2008  |  Comment by : เฟิร์ม
Comment 170


29 May 2008  |  Comment by : sim
Comment 169
ขอบคุณค่ะ...ได้งานส่งครูแล้ว

27 May 2008  |  Comment by : หนูนา
Comment 168


26 May 2008  |  Comment by : อ้อ
Comment 167
สิ่งอื่นนั้นคงมีไม่ที่ผมค้นหาช่วยบอกหน่อย ::

26 May 2008  |  Comment by : nisrin
Comment 166


25 May 2008  |  Comment by : ลาล่า
Comment 165
ปายละ


25 May 2008  |  Comment by : โคล่า
Comment 164


25 May 2008  |  Comment by : อีหน้าด้าน
Comment 163
มีความรู้มาคะ

25 May 2008  |  Comment by : ต่าย
Comment 162
ขอบคุนงับ จะได้ไปทำรายงาน

24 May 2008  |  Comment by : bubza
Comment 161
ดีมากๆ

24 May 2008  |  Comment by : ปังคุ
Comment 160
ดีคับ ฮาฮา

24 May 2008  |  Comment by : Alan
Comment 159


23 May 2008  |  Comment by : สนย่า
Comment 158
ได้ความรู้ไปทำรายงานเเล้ว................

23 May 2008  |  Comment by : เตย
Comment 157


22 May 2008  |  Comment by : ...............
Comment 156


21 May 2008  |  Comment by : คนอยากเรียนเก่ง
Comment 155
อยาากรู้หน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชาย ขอบคุณล่วงหน้าคร้าบ

21 May 2008  |  Comment by : 1011
Comment 154

ขอบคุณมากนะค่ะที่ให้ความรู้เพราะหามาหลายเว็บแล้วค่ะพึ่งเจอ

20 May 2008  |  Comment by : น้องน่ารัก
Comment 153


20 May 2008  |  Comment by : nee
Comment 152


19 May 2008  |  Comment by : nana
Comment 151


19 May 2008  |  Comment by : รร
Comment 150
ขอบคุณที่ให้หนูมาหาความรู้เกี่ยวกับระบบ

18 May 2008  |  Comment by : แตงโม
Comment 149
อยากได้ข้อมูลระบบสืบพันธุ์จังเลยจะได้ทำรายงาน

17 May 2008  |  Comment by : กุ้ง อาโยะโหย่
Comment 148


16 May 2008  |  Comment by : อแนสด
Comment 147
ดีค่ะมีสาระดี ดีค่ะมีสาระดี

14 May 2008  |  Comment by : อั่งหนึง
Comment 146


14 May 2008  |  Comment by : อั่งหนึง
Comment 145
ดีจังเลย

12 May 2008  |  Comment by : นิ
Comment 144

ดี จได้ทามรายงาน

2 May 2008  |  Comment by : กาปุก
Comment 143


11 Jan 2008  |  Comment by : เหอะ
Comment 142
ชอบๆๆๆๆๆๆ
เหมาะดี

8 Jan 2008  |  Comment by : andate
Comment 141
ขอบคุณน้าค้า

5 Dec 2007  |  Comment by : som
Comment 140
good

15 Nov 2007  |  Comment by : iko
Comment 139


3 Oct 2007  |  Comment by : อร
Comment 138


2 Oct 2007  |  Comment by : นิ
Comment 137



26 Sep 2007  |  Comment by : 555+
Comment 136
เยี่ยมเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

23 Sep 2007  |  Comment by : กระต่าย
Comment 135
แตร้ง

23 Sep 2007  |  Comment by : แครฟ
Comment 134


16 Sep 2007  |  Comment by : เด้ดะร้าเดา
Comment 133


15 Sep 2007  |  Comment by : p
Comment 132


15 Sep 2007  |  Comment by : erqe
Comment 131
ไม่ได้เรื่อง

1 Sep 2007  |  Comment by : ทศพร สีทิพย์
Comment 130
ไม่ได้เรื่อง

1 Sep 2007  |  Comment by : ทศพร สีทิพย์
Comment 129
ชอบ


31 Aug 2007  |  Comment by : ส่เเดก
Comment 128
very good

31 Aug 2007  |  Comment by : kk
Comment 127
ดีมากเลยค่ะ

26 Aug 2007  |  Comment by : ชินจัง
Comment 126


22 Aug 2007  |  Comment by : ฟ้า
Comment 125
กองทัพแห่งความสุข งืมงืม หนุกหนุก หนานหนาน

18 Aug 2007  |  Comment by : 555
Comment 124


13 Aug 2007  |  Comment by : รา
Comment 123
:b1

11 Aug 2007  |  Comment by : หงษ์
Comment 122
คิดถึงเพื่อนมากๆ


11 Aug 2007  |  Comment by : กิ่งแก้ว
Comment 121
ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ

11 Aug 2007  |  Comment by : เเนน
Comment 119
เข้าใจดีดับ


6 Aug 2007  |  Comment by : ตัวประกอบ
Comment 118
ขอบคุณสำหรับความรู้มากๆ ค่ะ

6 Aug 2007  |  Comment by : ฮารุ
Comment 117
ขอบคุณสำหรับความรู้มากๆ ค่ะ

6 Aug 2007  |  Comment by : ฮารุ
Comment 116
น่ารักมาก

5 Aug 2007  |  Comment by : mos/naruk
Comment 115
น่ารักมาก

5 Aug 2007  |  Comment by : รท้รร้นรยร
Comment 114


5 Aug 2007  |  Comment by : nim
Comment 113


1 Aug 2007  |  Comment by : qqqq
Comment 111
ขอบคุณมากนะคะ ดิฉันกำลังทำรายงานส่งพอดีเลย

28 Jul 2007  |  Comment by : เฌอติกาญจน์
Comment 110
อยากหุ่นสวย รูปร่างได้สัดส่วน ไม่ต้องทานยา อาหารลดนำหนัก ไม่ต้องงดอาหาร หรืออกกำลังกายหักโหม เยงเข้าโปรแกรมลดนำหนักกับทีมงานมืออาชีพ จากสถาบันลดนำหนักชื่อดัง สนใจติดต่อ 081-713-7523 ผึ้ง

26 Jul 2007  |  Comment by : ผึ้ง
Comment 109
อยากหุ่นสวย รูปร่างได้สัดส่วน ไม่ต้องทานยา อาหารลดนำหนัก ไม่ต้องงดอาหาร หรืออกกำลังกายหักโหม เยงเข้าโปรแกรมลดนำหนักกับทีมงานมืออาชีพ จากสถาบันลดนำหนักชื่อดัง สนใจติดต่อ 081-713-7523 ผึ้ง

26 Jul 2007  |  Comment by : ผึ้ง
Comment 108


25 Jul 2007  |  Comment by : 122
Comment 107


21 Jul 2007  |  Comment by : เด่ดเดก
Comment 106
ขอบคุณมากนะคะ

18 Jul 2007  |  Comment by : .....
Comment 105
เยี่ยมมาก

18 Jul 2007  |  Comment by : หญิง
Comment 104
ศิริลักษณ์

16 Jul 2007  |  Comment by : ศิริลักษณ์
Comment 101
ขอบคุณนะค่ะ

2 Jul 2007  |  Comment by : เด็กรักเรียน
Comment 100


2 Jul 2007  |  Comment by : เท่เด
Comment 99


30 Jun 2007  |  Comment by : แก
Comment 98


30 Jun 2007  |  Comment by : ^_^
Comment 97
ดีค่ะ เข้ามาพิมพ์เล่นเฉยๆ บายค่ะ

30 Jun 2007  |  Comment by : คนน่ารัก
Comment 96
ขอบคุณ

28 Jun 2007  |  Comment by : ข้าวฟ่าง
Comment 95


27 Jun 2007  |  Comment by : jah
Comment 94
ขอบคุณนะค่ะ


24 Jun 2007  |  Comment by : หยก
Comment 93
ขอบคุณค่ะ จะได้ส่งงานซักที

23 Jun 2007  |  Comment by : น่ารัก
Comment 91
เจ๊งอยากรู้มานานแล้ว

20 Jun 2007  |  Comment by : แอปเปิ้ล
Comment 90
จะได้เรียนรู้

18 Jun 2007  |  Comment by : แอม
Comment 89


18 Jun 2007  |  Comment by : แอม
Comment 88
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน่ะค่ะ

สำหรับข้อมูล

ช่วยได้มากจริงๆค่ะ

ขอบคุณอีกทีค่ะ

17 Jun 2007  |  Comment by : MinNieBarBie
Comment 87
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน่ะค่ะ

สำหรับข้อมูล

ช่วยได้มากจริงๆค่ะ

ขอบคุณอีกทีค่ะ

17 Jun 2007  |  Comment by : MinNieBarBie
Comment 86
ก็ดีเเต่ถ้าตัวหนังสือใหญ่กว่านี้นะ-*- มองไม่ค่อยเห็น : T T

17 Jun 2007  |  Comment by : เด็กจอมปลอม
Comment 85
ด้ายความรู้มากค่ะ

17 Jun 2007  |  Comment by : เนค่ะ
Comment 84
ขอบใจ




16 Jun 2007  |  Comment by : pang_choenklang
Comment 83


9 Jun 2007  |  Comment by : 12233
Comment 82
ไม่มีอะไรที่ดีเลย ฉันเป็นตัวป่วนจากเว็ปเด็กดี สร้างความวุ่นวายมามาก เพราะฉันคือ ไวรัส ถ้าเข้าคอมเครืองใดเครื่องนั้นทั้งCPUหน้าจอและทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับคอมจะต้องทิ้งเพราะใช้ไม่ได้ ถ้าใครคลิกฉํนต้องเป็นแบบนี้

9 Jun 2007  |  Comment by : ตัวป่วนจากเว็ปเด็กดี
Comment 81
:b2
เว็บนี้ไม่มีอะไรดีเลย

9 Jun 2007  |  Comment by : เบื่อ เบื่อ
Comment 78


9 Jun 2007  |  Comment by : 032692
Comment 77
ไม่เข้าใจเลย

9 Jun 2007  |  Comment by : บสิว
Comment 76


9 Jun 2007  |  Comment by : บสิว
Comment 75


ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System)

ระบบต่อมไร้ท่อเป็นอีกระบบหนึ่งที่ทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะภายในร่างกายให้ทำงานประสานงานกันซึ่งระบบนี้จะทำหน้าที่นอกเหนือไปจากการทำงานของระบบประสาท เพราะการกระทำของต่อมไร้ท่อให้ผลช้าแต่ทำงานนานกว่าระบบประสาทโดยอาศัยสารเคมีที่ต่อมไร้ท่อผลิตขึ้นมาที่เรียกว่า ฮอร์โมน (Hormone) ฮอร์โมนเกือบทั่งหมดจะถูกขนส่งไปสู่อวัยวะทั่วร่างกายโดยทางระบบไหลเวียนโลหิตแต่จะออกฤทธิ์หรือมีผลต่ออวัยวะหรือเซล บางตัวเท่านั้น ต่อมไร้ท่อในร่างกายมนุษย์ ที่ควบคุมการเจริญเติบโตแบ่งออกได้ดังนี้คือ

1. ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญ ๆ คือ

- Hormone ควบคุมเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกายโดยเฉพาะกระดูกและกล้ามเนื้อ

- Hormone กระตุ้นต่อมธัยรอยด์ให้สร้าง Thyroxin เพิ่มขึ้น

- Hormone กระตุ้นการสร้างเซลสืบพันธ์

- Hormone กระตุ้นการตกไข่และสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและชาย

- Hormone กระตุ้นต่อมหมวกไต ส่วนเปลือกให้สร้างฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น

- Hormone กระตุ้นการขยายเต้านมสำหรับหญิงที่มีครรภ์

- Hormone ช่วยในการดูดน้ำกลับจากท่อของหน่วยไตเพื่อรักษาระดับน้ำในร่างกาย ถ้ามี Hormone น้อย จะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า เบาจืด คือ ปัสสาวะมากและจาง

- Hormone ที่ช่วยทำให้มดลูกหดตัวในการคลอดกระตุ้นการหลั่งน้ำนมและช่วยในการหลั่งน้ำกามและเร่งการเคลื่อนของตัวอสุจิในเพศชายเพื่อการผสมพันธ์

- Hormone กระตุ้นให้เซลเม็ดสีสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น

2. ต่อมธัยรอยด์ (ThyroidGland)

ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญคือธัยร็อกซิน (Thyroxin) โดยอาศัยไอโอดีนเป็นวัตถุดิบ ( ร่างกายต้องการไอโอดีนประมาณสัปดาห์ละ 1 มิลลิกรัม ) ธัยร็อกซินมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง คือ

- ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก สมองและระบบประสาท ในเด็กที่กำลังเจริญเติบโตถ้าขาดจะทำให้สมองเสื่อม ในผู้ใหญ่ถ้าขาดจะทำให้การรับรู้และสั่งงานของระบบประสาทช้าลง

- ช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพื่อเป็นผู้ใหญ่

- ควบคุมอัตราเมตาบอลิสึม (BMR) ในร่างกายความผิดปกติอันเนื่องมาจากธัยร็อกซิน แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

1) มีธัยร็อกซินน้อยไป (Hypothyroxin)

1.1) ในทารก ทำให้เกิดร่างกายแคระแกรน เจริญเติบโตช้า กล้ามเนื้อไม่มีแรง ลิ้นใหญ่และอาจห้อยออกมานอกปาก ปัญญาเสื่อม

1.2) ในผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการบวมใสใต้ผิวหนังแลดูคล้ายเทียนไขกล้ามเนื้อไม่มีแรง ผิวหนังแห้ง ซีด โลหิตจาง สติปัญญาเชื่องช้าลง

1.3) เกิดโรคคอพอกชนิดธรรมดา

2) มีธัยร็อกซินมากเกินไป (Hyperthyroxin)

2.1) ร่างกายผอม น้ำหนักลด กินจุ อ่อนแอ ตอบสนองต่อสิ่งเร้ามากและไวขึ้น

2.2) เกิดโรคคอพอกชนิดเป็นพิษ


3. ต่อมเพศ (Gonad)

ในชายได้แก่อัณฑะและในหญิงได้แก่รังไข่ซึ่งมีหน้าที่สำคัญ 2 อย่างคือ สร้างเซลสืบพันธ์และสร้างฮอร์โมน


ฮอร์โมนเพศชาย ที่สำคัญคือ เทสทอสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งจะทำหน้าที่หลายอย่างคือ

1) ควบคุมการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธ์

2) ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของกระดูกเพิ่มขึ้น

3) กระตุ้นการสร้างโปรตีนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเอ็นไซม์

4) ควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนเพศชาย

- ถ้าตัดอัณฑะออกจะทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้

1) ในเด็ก - ทำให้อวัยวะสืบพันธ์ไม่เจริญ

- ไม่มี Secondary sexual characteristic

- มีไขมันสะสมมากขึ้น แขนขายาวผิดปกติ

- เป็นหมัน

2) ในผู้ใหญ่ - เป็นหมัน

- ไม่มีความรู้สึกทางเพศ มีลักษณะไปทางเพศหญิง

ฮอร์โมนเพศหญิง ที่สำคัญคือ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธ์และลักษณะต่างๆของความเป็นเพศหญิง ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์คือ ระงับไม่ให้ไข่สุกระหว่างตั้งครรภ์ป้องกันไม่ให้มีประจำเดือนระหว่างตั้งครรภ์ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุมดลูกชั้นในเพื่อรองรับการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสม และกระตุ้นต่อมน้ำนมให้เจริญเติบโต

- ถ้าตัดรังไข่ออกจะทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้

1) ในเด็ก - อวัยวะสืบพันธ์ไม่เจริญ

- ไม่มี Secondary sexual characteristic

- ไม่มีเลือดประจำเดือน

- มีลักษณะคล้ายชาย

2) ในผู้ใหญ่ - ประจำเดือนหยุด

- ไม่มีความรู้สึกทางเพศ

- มีลักษณะคล้ายชาย

5 Jun 2007  |  Comment by : 5555555
Comment 74
ไม่เข้าจัยเรย

1 Jun 2007  |  Comment by : +..+...+...+..+...+.
Comment 73
:b4
ดีมากเลยคะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

1 Jun 2007  |  Comment by : wilaiwan
Comment 72
ขอบคุณค้าบบบบบบบบบบบ


31 May 2007  |  Comment by : เจมร์
Comment 71
ขอบคุณ

31 May 2007  |  Comment by : เจมร์
Comment 70


30 May 2007  |  Comment by : 2457
Comment 69
รูปภาพคอมเมนต์

มีงานพอดีสามอันนี้พอดีเลยครับ ขอบคุนมากฮ้ะ เจรินๆนะครับมี เอมบอกด้วยนะครับ

27 May 2007  |  Comment by : หยก
Comment 67


26 May 2007  |  Comment by : ฟาเดีย
Comment 65


26 May 2007  |  Comment by : คน
Comment 64
น่าสนใจกค่ะ

26 May 2007  |  Comment by : หมูน้อย
Comment 63


22 May 2007  |  Comment by : โบ
Comment 62


20 May 2007  |  Comment by : may
Comment 61


20 May 2007  |  Comment by : m
Comment 60
สุดยอดมากๆเลยคับกำลังต้องการอยู่พอดีเลย

20 May 2007  |  Comment by : อิทาจิคับ -itachi-
Comment 59
ขอบคุณมากๆน้ะคะ
ไว้จะมาอีก5555

19 May 2007  |  Comment by : FREST
Comment 58
ดีใจ

19 May 2007  |  Comment by : ดานี้
Comment 57

thanks ได้ข้อมูลไปทำรายงานแร้ววววว

19 May 2007  |  Comment by : น้ำหวานเด็กม.2
Comment 56
อยากได้ความสำคัญของระบบสืบพันธุ์งะ



18 May 2007  |  Comment by : ????????
Comment 55
รูปภาพคอมเมนต์

ดี

18 May 2007  |  Comment by : บอร์ช
Comment 54
ขอบใจนะ


16 May 2007  |  Comment by : nutty
Comment 53
เข้ามาเล่นๆ เรื่องน่าสนใจดี

10 May 2007  |  Comment by : ยูมีมอยกีเสน
Comment 52


9 May 2007  |  Comment by : นีน่า
Comment 50


17 Apr 2007  |  Comment by : ฟา
Comment 49


4 Mar 2007  |  Comment by : กะตังค์
Comment 48


28 Feb 2007  |  Comment by : เเพมค่ะ
Comment 47


22 Feb 2007  |  Comment by : sit
Comment 46


11 Feb 2007  |  Comment by : 007
Comment 45


10 Feb 2007  |  Comment by : kl;
Comment 44


7 Feb 2007  |  Comment by : 512
Comment 43

fytrhenrewdsreyjfhfj

30 Jan 2007  |  Comment by : อั๋น
Comment 42
:b8 :
i love

30 Jan 2007  |  Comment by : อั๋น
Comment 41
ไม่มีอะไร แค่อยากได้รูปภาพภายในของร่างกาย

25 Jan 2007  |  Comment by : เด็กระยอง
Comment 40
ขอบคุณนะค่ะทีให้ความรู้

24 Jan 2007  |  Comment by : จิกกี้
Comment 39
ดีมากเลย เอาไปทบทวนบทเรียนได้ด้วย แหะๆ

14 Jan 2007  |  Comment by : มนุษย์ไร้นาม
Comment 38
oคะ

25 Dec 2006  |  Comment by : เนม
Comment 37
ได้ข้อมูลไปทำรายงาน.........และก็.........................ได้คะแนนด้วยจ๊ะ.5555555555555555555555555555555

10 Dec 2006  |  Comment by : เคนโด้&สาหร่าย
Comment 36
ดีมาก

8 Dec 2006  |  Comment by : ฟก
Comment 35


1 Dec 2006  |  Comment by : กุ้ง
Comment 34
ดีมากเลยค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย

27 Nov 2006  |  Comment by : หมูอ้วน
Comment 33
ดีมากเลยค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย

27 Nov 2006  |  Comment by : หมูอ้วน
Comment 32
ดีมากเลยครับเพราะอาจารย์ให้ทำรายงานซ้อมผมเลยรับงานพิเศษหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์เเล้วปิ้นขายเพื่อนครับ


23 Nov 2006  |  Comment by : เกิ้ล
Comment 30


21 Nov 2006  |  Comment by : nnnnnnnnn
Comment 29


17 Nov 2006  |  Comment by : ลูกตาล
Comment 28
ขอบคุณมากครับ


13 Nov 2006  |  Comment by : พจน์
Comment 27


31 Oct 2006  |  Comment by : วว
Comment 26
เบื่อ

24 Oct 2006  |  Comment by : มานะ
Comment 25


10 Oct 2006  |  Comment by : eikuezank
Comment 24
pppppppp

9 Oct 2006  |  Comment by : kung
Comment 23
เอาไปทำรายงานได้ก้อถือว่าดีมากแล้วค่ะ

19 Sep 2006  |  Comment by : ฉันเอง
Comment 22


14 Sep 2006  |  Comment by : คนไม่คือ
Comment 20
ด้ายความรู้มากค่ะ


14 Sep 2006  |  Comment by : 123
Comment 19
ด้ายความรู้มากค่ะ


14 Sep 2006  |  Comment by : คิคุจัง
Comment 18


14 Sep 2006  |  Comment by : คนดูคือคนน่ารัก
Comment 17
ดีมากค่ะ

14 Sep 2006  |  Comment by : ปีโป้ค่ะ( คนน่ารัก )
Comment 16
ดีมากค่ะ ยีนดีค่ะ

14 Sep 2006  |  Comment by : ปีโป้ค่ะ
Comment 15
ด้ายความรู้มากค่ะ

14 Sep 2006  |  Comment by : -
Comment 14
มีความรู้เพิ่มค่ะ

12 Jul 2006  |  Comment by : น้องผุย 2/2
Comment 13
ชอบคะ

12 Jul 2006  |  Comment by : เพชรชิ่ง
Comment 12
จะใช้เป็นประสบการยะ

12 Jul 2006  |  Comment by : ปิ้งกี้..ปาล์มมี่
Comment 11
ดีใจจะได้ทบทวน

11 Jul 2006  |  Comment by : oo
Comment 10
ดีใจจะได้ทบทวน

11 Jul 2006  |  Comment by : ki
Comment 9
ขอบคุณ

11 Jul 2006  |  Comment by : jan
Comment 8


11 Jul 2006  |  Comment by : มาม่า
Comment 7
ขอบคุณคะ


10 Jul 2006  |  Comment by : พิสส่า
Comment 6
หวัดดี อไร มาเล่นๆ บาย บาย

3 Jul 2006  |  Comment by : บา
Comment 5
ดีครับ...ผมได้ทบทวนไปด้วย..^^..

24 Jun 2006  |  Comment by : Gump
Comment 4
http://www.kkw.ac.th/stuweb/6_1/group1/index.htmที่มาน่ะ

เห็นมีคนอยากได้ แล้วบอกว่า search แล้วไม่มี

22 Jun 2006  |  Comment by : Momay
Comment 3
ระบบประสาท (nervous system)

ระบบประสาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervoussystem หรือ CNS) ประกอบด้วยสมองและไขสันหลังและระบบประสาทส่วนปลาย หรือระบบประสาทรอบนอก ( peripheral nervous system หรือ PNS) ประกอบด้วยเส้นประสาทสมอง (cranial nerve) และเส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve) และระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system หรือ ANS)

ระบบประสาทรอบนอกหรือระบบประสาทส่วนปลาย
ระบบประสาทรอบนอกประกอบด้วยหน่วยรับความรู้สึกทั้งหมด เส้นประสาทที่ติดต่อระหว่างหน่วย
รับความรู้สึกกับระบบประสาทส่วนกลาง และเส้นประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างระบบประสาท
ส่วนกลางกับหน่วยปฎิบัติงาน

1.1 ระบบประสาทใต้อำนาจจิตใจ (voluntary nervous system) หรือ ระบบประสาทโซมาติก (somatic nervous system) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อลาย

1.2 ระบบประสาทอัตโนวัต ิ (Involuntary nervous system หรือ Autononic nervous system) หรือ ระบบประสาทนอกอำนาจจิตใจ ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบระบบประสาทอัตโนมัติประกอบด้วยระบบซิมพาเทติก (sympathetic system) และระบบพาราซิมพา
เทติก (parasympathetic system)

สมองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

สมองส่วนหน้า (forebrain หรือ prosencepphalon) ประกอบด้วยเทเลนเซฟาลอน
(telencephalo) และไดเอนเซฟาลอน (diencephalon) เทเลนเซฟาลอนคือสมองใหญ่ (cerebrum) ส่วนไดเอนเซฟาลอนประกอบด้วยไฮโพทาลามัส (hypothalamus) ทาลามัส (thalamus)

สมองส่วนกลาง (midbrain หรือ mesencephalon) ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของก้านสมองและเป็นจุดศูนย์กลางของรีเฟลกซ์เกี่ยวกับการมองเห็น (visual reflex) และรีเฟลกซ์เกี่ยวกับการได้ยิน (auditory reflex) ประกอบด้วยเซรีบรัมพีดังเคิล (cerebralpeduncle) และคอร์พอราควอไดร์เจอมินาร์ (corpora quadrigermina) ซึ่งแบ่งออกเป็น คอลิคูไลด์ (superior colliculi) 2 พู ( lob) และอินฟีเรียคอลิคูไลด์ (inferior colliculi) 2 พู

สมองส่วนท้าย (hindbrain หรือ rhombencephalon) ประกอบด้วยเมดัลลาออบลองกาตา
(medulla oblongate) เซรีเบลลัม (cerebellum) และ พอนส์ (pons)

ภาพแสดงสมองส่วนต่าง ๆ

สมอง มี 2 ชั้น ( ตรงข้ามกับไขสันหลัง )
1. Gray matter เป็นที่อยู่ของกระแสประสาทและ axon ที่ไม่มีเยื่อไมอิลินหุ้ม
2. White matter เป็นที่อยู่ของ axon ที่มีเยื่อไมอิลินหุ้ม

เยื่อหุ้มสมอง (Menirges) 3 ชั้น คือ
1. ชั้นนอก (Pura mater) เหนียว แข็งแรงมากโดยมีหน้าที่ป้องกันการกระทบกระเทือน
2. ชั้นกลาง (Arachoid mater) เป็นเยื่อบางๆ
3. ชั้นใน (Pia mater) มีเส้นเลือดแทรกมากมายทำหน้าที่ส่งอาหารไปเลี้ยงสมอง ในระหว่าง
ชั้นกลางกับชั้นในจะมีการบรรจุของเหลวที่เรียกว่า น้ำเลี้ยงสมองไขสันหลัง โดยจำทำหน้าที่ให้สมองแลไขสันหลังเปียกชื้ออยู่เสมอ

ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ส่วน คือ
1. White matter เป็นส่วนที่มีสีขาวรอบนอก ไม่มีเซลล์ประสาทจะมีเฉพาะใยประสาทที่มีเยื่อไมอิลินหุ้ม
2. Gray matter เป็นส่วนสีเทา ประกอบด้วยใยประสาทที่ไม่มีเยื่อไมอิลินหุ้ม และตัวเซลล์ประสาทซึ่งมีทั้ง
ประเภทประสานงานและนำคำสั่ง

โครงสร้างของไขสันหลังและเส้นประสาทไขสันหลัง
1. ปีกบน (dorsal horn) เป็นบริเวณรับความรู้สึก
2. ปีกล่าง (ventral horn) เป็นบริเวณนำคำสั่ง
3. ปีกข้าง (lateral horn) เป็นบริเวณระบบประสาทอัตโนวัติ Note

เซลล์ประสาท ส่วนประกอบของเซลล์ประสาท
1. ตัวเซลล์ (cell body หรือ soma) มีส่วนประกอบเหมือนเซลล์ทั่วๆไป เช่น นิวเคลียส ไมโตคอนเดีย
2. ใยประสาท (nerve fiber) คือส่วนของโปรโตพลาสซึมของเซลล์ที่ยื่นออกไปมี 2 ชนิดคือ

22 Jun 2006  |  Comment by : Momay
Comment 2
ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System)

ระบบต่อมไร้ท่อเป็นอีกระบบหนึ่งที่ทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะภายในร่างกายให้ทำงานประสานงานกันซึ่งระบบนี้จะทำหน้าที่นอกเหนือไปจากการทำงานของระบบประสาท เพราะการกระทำของต่อมไร้ท่อให้ผลช้าแต่ทำงานนานกว่าระบบประสาทโดยอาศัยสารเคมีที่ต่อมไร้ท่อผลิตขึ้นมาที่เรียกว่า ฮอร์โมน (Hormone) ฮอร์โมนเกือบทั่งหมดจะถูกขนส่งไปสู่อวัยวะทั่วร่างกายโดยทางระบบไหลเวียนโลหิตแต่จะออกฤทธิ์หรือมีผลต่ออวัยวะหรือเซล บางตัวเท่านั้น ต่อมไร้ท่อในร่างกายมนุษย์ ที่ควบคุมการเจริญเติบโตแบ่งออกได้ดังนี้คือ

1. ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญ ๆ คือ

- Hormone ควบคุมเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกายโดยเฉพาะกระดูกและกล้ามเนื้อ

- Hormone กระตุ้นต่อมธัยรอยด์ให้สร้าง Thyroxin เพิ่มขึ้น

- Hormone กระตุ้นการสร้างเซลสืบพันธ์

- Hormone กระตุ้นการตกไข่และสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและชาย

- Hormone กระตุ้นต่อมหมวกไต ส่วนเปลือกให้สร้างฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น

- Hormone กระตุ้นการขยายเต้านมสำหรับหญิงที่มีครรภ์

- Hormone ช่วยในการดูดน้ำกลับจากท่อของหน่วยไตเพื่อรักษาระดับน้ำในร่างกาย ถ้ามี Hormone น้อย จะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า เบาจืด คือ ปัสสาวะมากและจาง

- Hormone ที่ช่วยทำให้มดลูกหดตัวในการคลอดกระตุ้นการหลั่งน้ำนมและช่วยในการหลั่งน้ำกามและเร่งการเคลื่อนของตัวอสุจิในเพศชายเพื่อการผสมพันธ์

- Hormone กระตุ้นให้เซลเม็ดสีสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น

2. ต่อมธัยรอยด์ (ThyroidGland)

ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญคือธัยร็อกซิน (Thyroxin) โดยอาศัยไอโอดีนเป็นวัตถุดิบ ( ร่างกายต้องการไอโอดีนประมาณสัปดาห์ละ 1 มิลลิกรัม ) ธัยร็อกซินมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง คือ

- ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก สมองและระบบประสาท ในเด็กที่กำลังเจริญเติบโตถ้าขาดจะทำให้สมองเสื่อม ในผู้ใหญ่ถ้าขาดจะทำให้การรับรู้และสั่งงานของระบบประสาทช้าลง

- ช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพื่อเป็นผู้ใหญ่

- ควบคุมอัตราเมตาบอลิสึม (BMR) ในร่างกายความผิดปกติอันเนื่องมาจากธัยร็อกซิน แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

1) มีธัยร็อกซินน้อยไป (Hypothyroxin)

1.1) ในทารก ทำให้เกิดร่างกายแคระแกรน เจริญเติบโตช้า กล้ามเนื้อไม่มีแรง ลิ้นใหญ่และอาจห้อยออกมานอกปาก ปัญญาเสื่อม

1.2) ในผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการบวมใสใต้ผิวหนังแลดูคล้ายเทียนไขกล้ามเนื้อไม่มีแรง ผิวหนังแห้ง ซีด โลหิตจาง สติปัญญาเชื่องช้าลง

1.3) เกิดโรคคอพอกชนิดธรรมดา

2) มีธัยร็อกซินมากเกินไป (Hyperthyroxin)

2.1) ร่างกายผอม น้ำหนักลด กินจุ อ่อนแอ ตอบสนองต่อสิ่งเร้ามากและไวขึ้น

2.2) เกิดโรคคอพอกชนิดเป็นพิษ


3. ต่อมเพศ (Gonad)

ในชายได้แก่อัณฑะและในหญิงได้แก่รังไข่ซึ่งมีหน้าที่สำคัญ 2 อย่างคือ สร้างเซลสืบพันธ์และสร้างฮอร์โมน


ฮอร์โมนเพศชาย ที่สำคัญคือ เทสทอสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งจะทำหน้าที่หลายอย่างคือ

1) ควบคุมการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธ์

2) ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของกระดูกเพิ่มขึ้น

3) กระตุ้นการสร้างโปรตีนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเอ็นไซม์

4) ควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนเพศชาย

- ถ้าตัดอัณฑะออกจะทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้

1) ในเด็ก - ทำให้อวัยวะสืบพันธ์ไม่เจริญ

- ไม่มี Secondary sexual characteristic

- มีไขมันสะสมมากขึ้น แขนขายาวผิดปกติ

- เป็นหมัน

2) ในผู้ใหญ่ - เป็นหมัน

- ไม่มีความรู้สึกทางเพศ มีลักษณะไปทางเพศหญิง

ฮอร์โมนเพศหญิง ที่สำคัญคือ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธ์และลักษณะต่างๆของความเป็นเพศหญิง ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์คือ ระงับไม่ให้ไข่สุกระหว่างตั้งครรภ์ป้องกันไม่ให้มีประจำเดือนระหว่างตั้งครรภ์ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุมดลูกชั้นในเพื่อรองรับการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสม และกระตุ้นต่อมน้ำนมให้เจริญเติบโต

- ถ้าตัดรังไข่ออกจะทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้

1) ในเด็ก - อวัยวะสืบพันธ์ไม่เจริญ

- ไม่มี Secondary sexual characteristic

- ไม่มีเลือดประจำเดือน

- มีลักษณะคล้ายชาย

2) ในผู้ใหญ่ - ประจำเดือนหยุด

- ไม่มีความรู้สึกทางเพศ

- มีลักษณะคล้ายชาย

22 Jun 2006  |  Comment by : Momay
Comment 1
ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

โครงสร้างของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

รังไข่ (Ovary) รังไข่ชั้นนอกประกอบด้วยถุงไข่ซึ่งเจริญอยู่ในชั้นต่างๆ

ถุงไข่อ่อน (primodial follicle) ประกอบด้วยเซลล์ไข่ (oocyte) ล้อมรอบด้วยเซลล์แกรนูโลซา เจริญอยู่ในขั้น
diplotene ของระยะ prophase ของการแบ่งตัวแบบ meiosis ครั้งที่ 1 การแบ่งตัวจะดำเนินต่อเมื่อผู้หญิง เข้าสู่วัยแรกรุ่นเท่านั้นถุงไข่ปฐมภูมิ (primary follicle) เซลล์ไข่เจริญขึ้นล้อมรอบด้วยเซลล์แกรนูโลซา ซึ่งแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและมีตัวรับสัญญาณ FSH (FSH receptor) เซลล์ไข่หลั่งสาไกลโคโปรตีน แยกไข่อ่อนจากเซลล์แกรนูโลซาถุงไข่ทุติยภูมิ (secondary follicle) เซลล์ไข่จะเจริญและ โตเต็มที่ มีตัวรับสัญญาณของ LH (LH receptor) เซลล์ไข่ที่อยู่ในถุงไข่ขั้นนี้แบ่งตัวแบบไมโอซิสต่อ อยู่ในขั้นเมทาเฟสที่ 1 (Metaphase i)

ถุงไข่กราเฟียน (graffian follicle) เซลล์แกรลูโนซาเพิ่มจำนวน การสะสมของเหลวในถุงไข่ (follicular fluid) เกิดช่องของเหลวตรงกลางเรียกว่า แอนทรัม (antrum) เซลล์ไข่ในถุงไข่กราเฟียนแบ่งตัวแบบไมโอซิสถึงขั้น เมทาเฟสที่ 2 จะไม่เจริญต่อจนกว่าจะได้รับการผสมกับเชื้ออสุจิ ของเหลวในถุงไข่ (follicular fluid) ประกอบด้วยโปรตีน ฮอร์โมนชนิดเปปไทด์ (FSH,LH) เอนไซม์ต่างๆ

หน้าที่ของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

การสร้างเซลล์ไข่ (Oogenesis) เซลล์โอโอโกเนีย ทั้งหมดในรังไข่ของตัวอ่อนในครรภ์จะพัฒนาเป็น เซลล์ไข่ปฐมภูมิ จากนั้นเริ่มมีการแบ่งตัวแบบไมโอซิส ครั้งที่ 1 โดยการสร้าง DNA เพิ่มขึ้น (4n) เมื่อคลอด เซลล์ไข่อยู่ในขั้นปฐมภูมิซึ่งมีโคโมโซม 46 อัน แต่ละโคโมโซมมี 2 โครมาทิด เซลล์หยุดการเจริญที่ขั้น diplotene ตลอดวัยเด็ก เมื่อถึงวัยแรกรุ่นรังไข่เริ่มทำงานเซลล์ไข่ปฐมภูมิแบ่งตัวต่อให้เซลล์ไข่ทุติยภูมิ ซึ่งมีโคโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง และโพลาร์บอดีอันที่ 1 การแบ่งตัวแบบไมโอซิสครั้งที่ 2 เกิดขึ้นขณะที่เซลล์อยู่ใน ท่อนำไข่และได้รับการผสมกับเชื้ออสุจิแล้วเมื่อการแบ่งตัวแบบไมโอซิสครั้งที่ 2 เสร็จสมบูรณ์จะได้ไข่ที่เจริญเต็มที่ ซึ่งมีโครโมโซม 23 อัน และโพลาร์บอดีอันที่ 2 รอบเดือนระบบสืบพันธุ์เพศหญิงมีลักษณะการเปลี่ยนแปลง เป็นวงจรหรือเป็นรอบ แต่ละรอบใช้เวลา 28 วัน การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดที่รังไข่ มดลูก และอวัยวะเพศส่วนอื่นๆ
เช่น ปากมดลูก โดยเฉพาะที่มดลูกมีการสลายเซลล์ที่ผนังบุผนังมดลูกทำให้เกิดเป็นเลือดประเดือน รอบเดือนนี้ เป็นผลของการออกฤทธิ์ร่วมระหว่างฮอร์โมนจาก ไฮโพทาลามัสต่อมใต้สมองส่วนหน้า และรังไข่ รอบเดือนน ี้เริ่มนับวันที่มีประจำเดือนวันแรกเป็นวันที่ 1

1. การเปลี่ยนแปลงที่รังไข่
การเจริญของถุงไข่ ซึ่งมีเซลล์ไข่อยู่ภายในเรียกว่า Folliculogenesis แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะฟอลิคูลาร์ ได้แก่ ช่วง 14 วันแรกของรอบเดือนและระยะลูเทียม เริ่มหลังจากการตกไข่จนกระทั่งมีการสลายตัว ของคอปัสล ูเทียมซึ่งได้แก่ 14 วันหลังของรอบเดือน
ก . ระยะฟอลิคูลาร์
เป็นช่วงเวลาของการเจริญเติบโตของถุงไข่อ่อนเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยแรกรุ่น ภายใต้อิทธิพลของ FSH และ LH ถุงไข่อ่อนจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเซลล์แกรนูโลซาเพิ่มจำนวนและมีการสะสม

การควบคุมการทำงานของรังไข่
การทำงานของรังไข่ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนโกนาโดโทรฟิน ซึ่งหลั่งมาจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ความสัมพันธ์ ของไฮโพทาลามัส ต่อมใต้สมอง และรังไข่ LH จะมากระตุ้นเซลล์ทีคาให้สร้างแอนโดรเจน ซึ่งจะถูกเปลี่ยน เป็นเอสโทรเจนที่เซลล์แกรนูโลซาส่วน FSH จะเร่งให้มีการพัฒนาของเซลล์แกนูโซลาเพื่อให ้สร้างเอสโทรเจน โพรเจสเทอโรน และอินฮิบิน ในช่วงแรกของระยะฟอลิคูลาร์ระดับเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนต่ำ การหลั่งของ FSH และ LH ไม่ถูกยับยั้งดังนั้นจึงมีระดับค่อนข้างสูง เมื่อถุงไข่เจริญเติบโตทำให้มีการหลั่ง ของเอสโทรเจนเพิ่มขึ้นจึงมีผลยับยั้งการหลั่งของ FSH และ LH และ GnRH จากต่อมใต้สมองและ ไฮโพทาลามัส ตามลำดับ การควบคุมนี้เป็นการควบคุมป้อนกลับเชิงลบ ก่อนการตกไข่ FSH และ LH จะมีระดับต่ำลงในขณะที่เอสโทรเจนเพิ่มระดับขึ้นสูงมาก เอสโทรเจนที่พิ่มขึ้นจะมาควบคุมการทำงานของต่อม ใต้สมองส่วนหน้าและไฮโพทาลามัสเอสโทรเจนออกฤทธิ์ต่อต่อมใต้สมองส่วนหน้าโดยจะเตรียมต่อมเพื่อตอบสนอง ต่อ GnRH เพิ่มการหลั่งของ FSH และ LH เป็นการควบคุมป้อนกลับเชิงบวก (positive feedback control) เป็นผลให้เกิด LH surge การควบคุมป้อนกลับเชิงบวกนี้พบในเพศหญิงเท่านั้น หลังจากการตกไข่คอร์ปัสล ูเทียมสรางและหลั่งฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนมากซึ่งมีผลย้อนกลับไปยับยั้งการหลั่งของ FSH และ LH อินฮิบินจะออกฤทธิ์ยัยั้งการหลั่ง FSH ที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้า ในระยะฟอลิคูลาร์ การหลั่งของ LH จะเป็นจังหวะขึ้นๆ ลงๆ ทุก 90 นาที ในระยะลูเทียมจังหวะของการหลั่ง LH จะนานขึ้น

ความผิดปกติของระบบสีบพันธุ์เพศหญิง

ประจำเดือนไม่มา (Amenorrhea)
ภาวะที่ประจำเดือนมาไม่สมำเสมอมักพบในคนที่มีเอสโทรเจนต่ำหรือมีความผิดปกติของโรคอื่น เช่น hypothyroidism ทำให้ไม่มีประจำเดือน amenorrhea แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ในกรณีที่ไม่เคยมี ประจำเดือนเลยตั้งแต่เป็นสาวเรียกว่า primary amenorrhea สาเหตุที่พบบ่อยคือ กรณีที่มีความผิดปกติ
ของต่อมใต้สมองอย่างรุนแรง ส่วนบางรายที่เคยมีประจำเดือนมาก่อนแต่หยุดไปด้วยสาเหตุบางประการ เช่น การตั้งครรภ์ เกิดเจ็บป่วย ช่วงการซ้อมหนักในนักกีฬาหรือมีความวิตกกังวลสูง กลุ่มนี้จัดอยู่ในพวก secondary amenorrhea

รังไข่ทำงานน้อย (Hypogonadism)
เด็กหญิงที่เกิดมาโดยไม่มีรังไข่แต่กำเนิกหรือรังไข่ไม่ทำงานก่อนวัยแรกรุ่น จะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า female eunucoidism คือ จะไม่มีลักษณะเพศทุติยภูมิ อวัยวะเพศจะมีลักษณะคล้ายของเด็ก ตัวจะ สูงเพราะ epiphysial plat ยังไม่เปิด

รังไข่ทำงานมาก (Hypogonadism)
เป็นภาวะที่รังไข่หลั่งฮอร์ดมนออกมามากกว่าปกติเนื่องจากมีเนื้องอกของรังไข่ จะสังเกตเห็น ความปกติได้ในระยะก่อนวัยแรกรุ่น ถ้าเป็นเนื้องอกของเซลล์ทีคาแอนโรเจนจะหลั่งออกมามาก เด็กหญิงจึง มีลักษณะคล้ายเด็กชาย แต่ถ้าเป็นเนื้องอกของเซลล์แกรนูโลซาจะทำให้เอสโทรเจนสูง จึงเป็นสาวเร็วจะมีประ จำเดือนตั้งแต่ยังน้อย

การตั้งครรภ ์ (pregnancy)

การปฏิสนธิ (Fertilization)
ความสามารถของเซลล์ไข่ในการปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิ อยู่ได้นานประมาณ 15-18 ชม . หลังจากการตกไข่ถ้าเซลล์ไข่ไม่ได้รับการผสมก็จะสลายตัวไป ส่วนเชื้ออสุจิมีชีวิตอยู่ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงได้นานประมาณ 48 ชม .
การปฏิสนธิระหว่างเชื้ออสุจิและเซลล์ไข่เกิดขึ้นในท่อนำไข่ ไกลโคเจนที่สะสมในชั้นเยื่อบุของช่องคลอดถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลกติก ภาวะกรดที่เพิ่มขึ้นทำให้เชื้ออสุจิเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น เอสโทรเจนมีลให้มดลูกบีบตัวช่วยพาเชื้ออสุจิไปยังท่อนำไข่ ส่วนเซลล์ไข่จะถูกปัดเข้าไปในท่อนำไข่โดยฟิมเปรีย เมื่อเชื้ออสุจิสัมผัสกับเซลล์ไข่แคลเซียมจากภายนอกเคลื่อนผ่านช่องแคลเซียมเข้าสู่ภายในหัวของเชื้ออสุจิ การเพิ่มของแคลเซียมจะกระตุ้นให้เชื้ออสุจิปล่อยเอนไซม์อะโครซิน และเจาะผ่านชั้นโซนาเพลลูซิดา ทันทีที่เยื่อหุ้มไข่และเยื่อหุ้มเชื้ออสุจิรวมตัวกัน ภายในเซลล์ไข่เริ่มการแบ่งตัวแบบไมโอซิสครั้งที่ 2 ต่อ ได้เป็นเซลล์ไข่ที่มีโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อโปรนิวเคลียสทั้งสองชนิดรวมตัวกันได้ตัวอ่อนที่มี 46 โครโมโซม ตัวอ่อนแบ่งตัวให้กลุ่มเซลล์ (morula) ขณะเดินทางมายังมดลูกหลังจากปฏิสนธิได้ 6 วันตัวอ่อนจะะแบ่งเซลล์ได้ประมาณ 64 เซลล์ จากนั้นพัฒนาเป็นขั้นบลาสโทซิสต์ ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ชั้นในซึ่งจะเจริญไปเป็นทารก เซลล์ชั้นนอกเรียกว่า โทรโฟบลาสต์
การฝังตัวของตัวอ่อน บลาสโทซิสต์จะลอยอยู่ในของเหลวในโพรงมดลูกอยู่ประมาณ 1 วันก่อนที่จะฝังตัวในผนังมดลูกในวันที่ 7 หลังการปฏิสนธิ เมื่อบลาสโทรซิสต์ฝังตัวเซลล์โทรโฟบลาสต์จะพัฒนาเป็น 2 ชั้น เซลล์ชั้นในที่หุ้มตัวอ่อนเรียกว่าไซโทโทรโฟบลาสต์ ส่วนชั้นนอกเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ซินซิทิโอโทรโฟบลาสต์ เซลล์โทรโฟบลาสต์เปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของรก เมื่อรกเจริญเติบโตจะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนสารอาหาร ออกซิเจน และของเสยต่างๆ ระหว่างระบบไหลเวียนของแม่และลูก

ฮอร์โมนจากรก
ขณะตั้งครรภ์รกจะสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์หลายตัวจากชั้นเซลล์ซินซิทิโอโทรโฟบลาสต์
ก . โกนาโดโทรฟินจากรก
สามารถวัด HCG ในปัสสาวะของมารดาได้ตั้งแต่วันที่ 9 ของการตั้งครรภ์และระดับจะสูงขึ้นระหว่างสัปดาห์ที่ 9-12 หลังจากนั้นจะลดลง การตรวจพบ HCG ในปัสสาวะหรือเลือดใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ HCG ทำหน้าที่ยืดอายุการทำงานของคอร์ปัสลูเทียม กระตุ้นการสร้างและหลั่งฮอร์โมนณัแลกซินเพื่อยับยั้งการหดตัวของมดลูก
ข . Human chorionic somatomammotropin (HCS)
เป็นฮอร์โมนชนิดเปปไทด์ประกอบด้วยกรดอะมิโน 191 หน่วย มีโครงร้างเหมือนฮอร์โมน
โซมาโทโทรฟินหรือโกรทฮอร์โมน และโพรแลกทิน แต่มีผลแบบโพรแลกทินสูงกว่าโกรทฮอร์โมน ขณะที่ระดับ HCG ลดต่ำลงหลังจาก 3 เดือนของการตั้งครรภ์ รกจะสร้าง HCS ในสัปดาห์ที่ 4 และจะเพิ่มระดับขึ้น เรื่อยๆ จนถึงระดับสูงสุดเมื่อใกล้คลอด
ค . โพรเจสเทอโรน
รกจะเริ่มสร้างโพรเจสเทอโรนในสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์ถึงระดับสูงสุดเมื่อใกล้คลอด โพรเจสเทอโรนถูกขับทิ้งทางปัสสาวะ โพรเจสเทอโรนเป็นฮอร์โมนที่สำคัญสำหรับการตั้งครรภ์โดยเตรียมเยื่อบุมดลูกเพื่อรับตัวอ่อน ทำงานร่วมกับฮอร์โมนรีแลกซิน ลดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของแม่ไม่ให้ต่อต้านการมีทารกซึ่งเปรียบเสมือนเซลล์แปลกปลอมในร่างกายของแม่
ง . เอสโทรเจน
รกสร้างเอสโทรเจนได้ทั้งเอสทราไดออล เอสโทรนและเอสไทรออล แต่สร้างเอสไทรออลได้มากกว่าฮอร์โมนอีก 2 ชนิดและมีระดับเพิ่มขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์คือช่วยในการพัฒนาเต้านมและทำให้กล้ามเนื้อมดลูกมีขนาดโตขึ้น ทำให้เอ็นยึดต่างๆในอุ้งเชิงกราน และกระดูกหังหน่าว ช่วยให้บิเวณช่องคลอดขยายออกได้กว้างขึ้น

22 Jun 2006  |  Comment by : Momay

Comment



Pooyingnaka Wellness

Webboard
โพสต์โดย: StawberryPinky 0
โพสต์โดย: com 2
โพสต์โดย: virgo 5
โพสต์โดย: sidaphun 2
โพสต์โดย: aruyam 6
โพสต์โดย: malijungzi 4
โพสต์โดย: munuai 7
โพสต์โดย: arrjuu 1

สินค้าแนะนำสำหรับคุณ