ความปรวนแปรของฤดูกาลและภาวะอากาศที่วิปริตผิดผันมากขึ้นๆ ทุกเวลานาทีนี้ ลึกๆ แล้ว เชื่อว่าได้สร้างความวิตกอกใจให้แก่ทุกผู้คน และแม้ไม่ทุกคนที่ต้องรับผล(โดยตรง) แต่หลายคนก็รับผลกระทบไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ นับคนเป็นหวัดที่กำลังจามฮัดเช้ยแข่งกัน ก็ได้ไม่ต่ำกว่า 10 ราย ต้นเหตุคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนฉับ บัดเดี๋ยวร้อนนรก บัดเดี๋ยวเย็นสุดขั้ว ไม่ใครก็ใครก็เลยต้องเป็นหวัดสังเวยภาวะโลก...
แพ้นิกเกิล-ภูมิแพ้สาวยุคใหม่
นพ.สุเทพ จิระสุทัศน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ผู้อำนวยการสถานไลออนส์สุพรรณหงส์ กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันนอกจากจะมีผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ ปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ความชื้นในอากาศก็เพิ่มขึ้น สภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก ภาวะโลกร้อนยังส่งผลกระทบต่อผิวพรรณ ซึ่งเป็นด่านแรกของร่างกายที่สัมผัสกับชั้นบรรยากาศ รวมทั้งส่งผลต่อภูมิต้านทานของสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างนึกไม่ถึง
ทั้งปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและความชื้นในชั้นบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวในปัจจุบัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนบนโลกมีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น หรือในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาการแพ้ก็จะสวิงสวายมากขึ้น นพ.สุเทพ กล่าว
ฝนที่(ตก)ผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสแพ้สารสัมผัสมากกว่าปกติ โดยเฉพาะสารนิกเกิล ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญในโลหะเกือบทุกชนิด และถูกนำไปเข้าเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและเครื่องประดับมากมาย เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้เกิดการหลั่งเหงื่อมากขึ้น เหงื่อนั้นก็จะเป็นตัวละลายสารนิกเกิลออกมาจากผลิตภัณฑ์ มีผลให้เกิดผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ที่รักแฟชั่น อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงกับอาการ แพ้นิกเกิล ได้ไม่รู้ตัว
ผู้หญิงต้องระวัง!
นพ.สุเทพ กล่าวว่า การแพ้นิกเกิลเป็นการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสกับโลหะที่มีส่วนผสมของนิกเกิล โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมักรักชอบแฟชั่นและแต่งตัวมากกว่าผู้ชาย เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสสัมผัสกับนิกเกิลโดยตรง ขณะที่การแพ้ในผู้ชาย ส่วนใหญ่พบในการประกอบอาชีพ เช่น แพ้เครื่องมือหรือสารประกอบจากการทำงาน สารละลายนิกเกิลสามารถซึมผ่านถุงมือยางได้ เพราะฉะนั้นแม้ใส่ถุงมือยางก็ยังอาจพบอาการแพ้อยู่
ส่วนการแพ้นิกเกิลในหญิง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสโดยตรงนั้น หลายอย่างเป็นสิ่งใกล้ตัวที่(ต้อง)จับสัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ (กรี๊ด) ใครที่ชอบแนบหูกับเครื่องนานๆ ควรรู้ว่าเมื่ออากาศร้อน เกิดการหลั่งเหงื่อที่หลังกกหู อับชื้นนานเข้าก็แพ้ได้ หรือเครื่องประดับโลหะอื่น เช่น นาฬิกา กุญแจ ที่ดัดขนตา ตุ้มหู สร้อยคอ ซิปเสื้อกระโปรง เหรียญที่ห้อยคอ โครงดัดของชุดชั้นใน หูกระเป๋าถือ แหวน กำไล เป็นต้น นอกจากนี้ สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวันบางชนิดก็อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้ เช่น น้ำหอม เครื่องสำอางที่มีโลหะหนักปนเปื้อน สารกันบูด ลาโนลิน น้ำยาบ้วนปาก น้ำยาดับกลิ่น หรือระงับการหลั่งของเหงื่อ และน้ำยาเคลือบเล็บ เป็นต้น
การเกิดผื่นแพ้จากนิกเกิลเกิดจากการสัมผัส ร่างกายถูกกระตุ้นให้เกิดกระบวนการในระบบภูมิคุ้มกันแบบ Cell Mediated Immune Response มีขั้นตอนดังนี้
1.ระยะกระตุ้น คือ ระยะตั้งแต่ได้รับสารก่อภูมิแพ้ครั้งแรก จนกระทั่งถูกกระตุ้นเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน
2.ระยะเกิดปฏิกิริยา คือ ระยะที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้อีกครั้ง จนกระทั่งเกิดอาการที่ผิวหนัง มีระยะเวลาประมาณ 48-72 ชั่วโมง โดยพบมากที่สุดคือกลุ่มที่มีระยะเวลาตั้งแต่รับสารถึงเมื่อเกิดอาการที่ผิวหนังเมื่อผ่านไปแล้ว 48 ชั่วโมง
สัญญาณเตือนว่าแพ้ Nickelอาการแพ้นิกเกิล มีตั้งแต่ผิวหนังเป็นผื่นแดง ขอบเขตมักกระจายออกไปจากบริเวณที่สัมผัสสาร มีอาการคันงิกๆ ยิ่งเกายิ่งมันและยิ่งคัน แถมจะทำให้ผื่นกำเริบหรือขยายวงกว้าง ต่อมาผื่นจะกลายเป็นเม็ดตุ่มนูน และตุ่มน้ำพองใส และอาจแตกออกเป็นน้ำเหลืองไหลเยิ้ม อาการคันจะยิ่งมากขึ้น ถ้าเป็นในระยะเรื้อรัง จะทำให้ผื่นผิวหนังหนานูนขึ้น มีสีคล้ำ ผิวไม่เรียบ มีขุยได้ นอกจากนี้ การเกาก็อาจทำให้เกิดผื่นกระจาย ตุ่มน้ำใส ลมพิษ หรือลุกลามกลายเป็นผื่นแพ้ทั่วตัว
มีรายงานว่าอาการแพ้จะเกิดอาการคันใน 15-30 นาที หลังการสัมผัสสารที่มีนิกเกิลเป็นส่วนประกอบ หลังจากนั้นจะพบเป็นตุ่มน้ำใสหรือผื่นแดง โดยมากมักพบผื่นดังกล่าวในบริเวณที่สัมผัสกับสารประกอบโลหะนั้นๆ เช่น แพ้(สารประกอบใน)ตุ้มหู-อาการแพ้เกิดขึ้นที่ติ่งหู แพ้(สารประกอบใน)โทรศัพท์-อาการแพ้เกิดขึ้นที่กกหู แพ้กำไลหรือนาฬิกา-ที่สายคาดข้อมือ แพ้แหวน-ที่สวมนิ้ว แพ้กระดุมกางเกงยีน-แพ้ตรงที่กลัดกระดุม แพ้ตะขอชุดชั้นใน-แพ้ตรงจุดกึ่งกลางหลังหรือจุดเกี่ยวตะขอ กรณีแพ้มากจะกลายเป็นผื่นกระจายทั่วตัว นพ.สุเทพ กล่าว
ล่าสุดพบอาการแพ้นิกเกิลในที่แปลกๆ เช่น แพ้ที่ดัดขนตา-อาการแพ้ก็จะฟ้องให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยเปลือกตาที่บวมเป่ง แพ้ขาแว่นตา-อาการแพ้ฟ้องที่ติ่งหู หลังหู แพ้สารเคมีที่มีโลหะหนัก เช่น ลิปสติก-อาการแพ้เกิดที่ริมฝีปาก แพ้สร้อย-คอบวม หน้าอกแดง แพ้ซิปเสื้อ-อันนี้แพ้เป็นแนวยาวตามรอยซิป แพ้เหรียญห้อยคอ-แพ้เป็นรอยพระเครื่องเลยก็มี กระดุมกางเกงยีน-แพ้ตรงที่กลัดกระดุม เก้าอี้โลหะ-ก้นคันคะเยอ แพ้เหรียญในกระเป๋ากางเกง-ต้นขาบริเวณที่ตรงกับกระเป๋ากางเกงกลายเป็นรอยเหรียญขึ้นมา หรือแพ้วัสดุในชีวิตประจำวันอื่นๆ เช่น ลูกบิดประตู ร่ม หูกระเป๋าถือ เข็ม กรรไกร ปากกา ฯลฯ
กันไว้ดีกว่าแก้
นิกเกิลเป็นส่วนผสมที่สำคัญในโลหะเกือบทุกชนิด ยกเว้นโลหะทองคำแท้หรือเงินแท้ จึงเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงในคนที่แพ้ นพ.สุเทพ เล่าต่อว่า สิ่งที่ตามมาคือผิวที่อ่อนแอลง ผิวแก่ก่อนวัย ผลพลอยได้ที่ไม่มีใครอยากได้
การป้องกันทำได้ด้วยการดูแลผิว ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาจนเกินไป หากเสื้อผ้าที่ใส่เปียกหรืออับชื้นควรเปลี่ยนทันที คนที่ออกกำลังกายเล่นกีฬา พกเสื้อหรือกางเกงเพื่อนำไปผลัดเปลี่ยนในระหว่างออกกำลังกายด้วย นอกจากนี้ก็ควรอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าว ในรายที่พบอาการแพ้ ให้หยุดใช้สารหรือเครื่องประดับนั้นทันที
ในกรณีที่ไม่สามารถเลี่ยงการสัมผัสได้ นพ.สุเทพ กล่าวว่า ให้ลดการสัมผัสหรือใช้เครื่องป้องกัน ปัจจุบันนิกเกิลสามารถพบในผลิตภัณฑ์หลายชนิด ในโลกยุคการเปลี่ยนแปลง(สภาวะอากาศ)นี้ เราทุกคนจึงต้องสังเกตตัวเอง แพ้อะไรก็หลีกเลี่ยงเสีย
กันไว้ดีกว่าแก้ แพ้แล้วจะแก้ไม่ทัน !

ยังไม่มีความคิดเห็น