จริงๆ แล้วคนเกาหลีก็คือคนเอเชียเหมือนคนไทย เส้นชั้นตา (Lining) เหมือนกัน คือ หัวตาปิดแล้วค่อยๆ เปิดออกถึงหางตา แต่หนังตาจะบวมกว่าโดยเฉลี่ยทำให้เมื่อทำแล้วอาจจะดูว่าโตขึ้นชัดเจนกว่า แต่คนไทยจีนอย่างเราๆบางคนหนังตาบวมเยอะก็ได้ผลคล้ายกัน แต่ละคนก็มีเส้นสายต่างกันบ้าง แม้ว่าจะอิงเส้นตามธรรมชาติที่มีอยู่ก็ตาม 
การเผ่าตัดตาในปัจจุบันมีหลักๆ 2 วิธี
1. การเย็บ 3 จุด (Suturing technique)
: วิธีนี้ไม่ใช่วิธีแบบเกาหลี ซึ่งประเทศไทยก็นิยมใช้วิธีนี้มานานแล้ว แต่จะเหมาะเฉพาะคนที่อายุน้อยหนังตาไม่เกินต้องการทำให้เกิดชั้นตาเฉยๆ องศาขนตาไม่เปลี่ยน และเป็นชั้นที่เกิดจากการเย็บให้เกิดพังผืดรัดบนแนวชั้นตาที่วาดขึ้นเท่านั้น ทางที่ดีมักจะมีการเจาะช่องเล็กๆ
เพื่อนำไขมันส่วนหางตาออก บางส่วนตาถึงจะดูโตขึ้นด้วย (ยกเว้นคนที่ไขมันน้อยมากอยู่แล้ว ถ้าเอาออกตาจะดูอิดโรย) แบบนี้ข้อดีคือไม่มีแผล ไม่ค่อยบวม แต่ไม่แก้ปัญหาหนังตาและขนตาตก
2. การกรีดตา
: จริงๆ แล้วขั้นตอนการทำเจ็บแต่ตอนฉีดยาชาเหมือนวิธีแรกแถมน้อยกว่าด้วย เพราะไม่ต้องพลิกตามาฉีดด้านใน แพทย์จะวาดเส้นชั้นตาและส่วนของหนังตาที่จะเอาออก เปิดแผลตามนั้นนำไขมันส่วนเกินออกหรือโยกย้ายวางในส่วนที่ขาดแทน เช่นในคนที่หัวตาลึกแห้งก็จะย้ายจากหางตาไปใส่หัวตาเป็นต้น แล้วก็จะเย็บชั้นตากับกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาโดยตรงซึ่งมักจะทำให้ขนตางอนขึ้นด้วยและเป็นชั้นตาถาวรจริงๆ จี้หยุดเลือดและปิดแผล แบบนี้ข้อดีคือเกิดชั้นตาจริงๆ แก้ปัญหาของหนังตาตก ขนตาทิ่มลง ได้ ข้อเสียคือมีแผลแต่นานไปก็มองไม่เห็น และมีการบวมใช้เวลายุบไป 80-90% ใน 1-2 สัปดาห์ที่เหลือจะปรับตัวอีกใน 1-3 เดือน ยิ่งนานจะสวยและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
การดึงขมับ
สำหรับคนมีปัญหาเรื่องขมับด้านข้างและคิ้วหย่อน และด้านของหางตาบางส่วน หลายคนคงมีปัญหาว่าอยากจะให้หางตาและหางคิ้วตึงขึ้นการผ่าตัดแบบนี้ก็จะช่วยได้ดีระดับหนึ่ง
การดึงขมับเป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดดึงหน้านั่นเอง แต่ใช้กับผู้ที่ยังไม่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนมากนักแต่มีปัญหาด้านบน โดยที่แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่ในไรผมอาจลงมาหน้าหูด้านบนเล็กน้อยซึ่งเมื่อแผลหายคงไม่มีใครเห็นรอยแผล ซึ่งแพทย์จะเลาะโพรงใต้หนังศีรษะเหนือกล้ามเนื้อและใต้ผิวหนังในระดับผิวหน้าบริเวณหางตารวมทั้งระดับใต้เยื่อหุ้มกระดูกบริเวณหางคิ้วและเย็บดึงแนวหางคิ้วและขมับในแนวเฉียงขึ้นและไปด้านข้างอาจมีการเย็บยึดกับเนื้อเยื่อบริเวณเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อเหนือขมับเพื่อคงระดับการดึงไว้ จากนั้นก็ดึงผิวหนังที่หย่อนและตัดส่วนเกินออก เย็บแผลปิดและพันผ้าพันแผลไว้ประมาณ 2 ชั่งโมงก็แกะออก กลับบ้านได้ โดยสามารถทำแบบยาชาเฉพาะที่ได้ ประมาณ 7 - 10 วัน จึงตัดไหมออก หลังผ่าตัดคนไข้ก็ดูแลแผลได้ไม่ยากเพียงแต่ให้แผลแห้งไว้จนวันตัดไหมเท่านั้นและอาจประคบเย็นบ้างเพื่อลดบวม
ขอบคุณข้อมูลจาก
นายแพทย์ ฉัตรพงษ์ ศาสตรสาธิต
สามารถปรึกษาได้ที่ นิรันดา Sสอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2658-0544-5 หรือ 0-2160-4191-2 หรือคลิก www.nirundaclinic.com และhttp://www.facebook.com/Nirunda

ยังไม่มีความคิดเห็น