เครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติ 100% มีจริงหรือ



       ในโลกนี้ไม่มีเครื่องสำอางที่ไหนสามารถผลิตจากธรรมชาติได้100%  ทุกอย่างล้วนมีสารเคมีเป็นส่วนผสม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปสบู่ ครีม เซรั่ม เจล โลชั่น โทนเนอร์ ก็ต้องมีเบสเพื่อตั้งตำรับ และเบสเหล่านั้นเป็นสารเคมี ลองหยิบกล่องบรรจุครีมมา 1 กล่อง จะเห็นรายละเอียดส่วนผสม หรือ ingredients อันยาวเหยียด อ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง เพราะบางอันเป็นชื่อโครงสร้างทางเคมี บอกหมู่ function บอกตำแหน่งคาร์บอน อะไรห้อยระโยงระยางไปหมด ส่วนท้ายๆจะมีชื่อสารสกัดจากธรรมชาติเป็นส่วนผสมห้อยอยู่ประมาณ 2-3 ตัว บางยี่ห้ออาจจะมากกว่านั้นเป็น 5-6 ตัว และมีการเรียงตามความเข้มข้นหรือปริมาณที่อยู่ในครีม เมื่อชื่อสารสกัดธรรมชาติห้อยอยู่ท้ายๆ ก็หมายความว่าปริมาณความเข้มข้นของสารสกัดธรรมชาติที่เขาใส่ๆเกินลงไป ถือได้ว่ามีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนผสมอื่นๆที่เป็นสารเคมีในนั้น แต่ อย่าเพิ่ง ตกใจนะคะ ที่เพิ่งจะรู้ว่าครีมๆ ทั้งหลายที่คุณใช้อยู่ มีส่วนผสมของสารเคมี ถึงแม้จะเป็นสารเคมีแต่ก็เป็นสารเคมีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางได้ จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยเปรียบเทียบกับสีที่ใส่ในอาหารก็เป็นสารเคมี ดั้งเดิมอาจจะสกัดจากธรรมชาติ เช่นขมิ้นให้สีเหลือง แต่ภายหลังก็สังเคราะห์ขึ้นเกือบทั้งหมด และได้รับการอนุญาตให้ใช้ในอาหารเพราะมีการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย 

        รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาที่ว่า ครีมสมุนไพร 100% ไม่มีสารเคมีเจือปน ถ้าอยากใช้อะไรที่ธรรมชาติ 100% ก็ให้ทำใช้เองที่บ้าน แบบคั้นสดเองจากพืชในกระถางเลย เอาเป็นพืชที่ไม่โดนยาฆ่าแมลงใดๆ เอามาใช้สดๆ แต่ก็ต้องระวังเชื้อโรค หรือเชื้อราด้วยนะคะ

      

       สิ่งต่อมาที่ควรรู้คือ การแพ้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าส่วนผสมที่ใช้ในเครื่องสำอางมากจากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์ การแพ้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันส่วนบุคคล เราจะไม่มีทางทราบได้ว่าเราจะแพ้อะไร ไม่แพ้อะไร จนกว่าเราจะได้ลองใช้ ในการใช้ครั้งแรกจะไม่แสดงอาการแพ้ เพราะภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ถูกกระตุ้น เมื่อมีการใช้ซ้ำจึงจะแสดงอาการให้เห็น ระยะเวลาการเริ่มแสดงอาการแพ้ที่ต่างกันนี้อาจเป็นเพราะระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นของแต่ละคนกินเวลาต่างกัน อาการแพ้ ที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดคือผื่นแดง คัน บางคนอาจพัฒนาเป็นสิวและลุกลาม ควรแยกการแพ้และการระคายเคืองให้ออก เพราะอาการใกล้เคียงกันมาก โดยหาเหตุผลเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้กับอาการที่เกิดขึ้น จะได้ป้องกันตัวเองถูกและไม่ปิดกั้นตัวเองในการลองสกินแคร์อื่นๆ เคยเจอหลายคนบอกว่าตัวเองแพ้วิตามินซี อะไรที่ผสมวิตามินซี ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วแพ้ส่วนผสมอย่างอื่นที่อยู่ในสูตร


 เรื่องเล่าจากโฆษณา โดย อ.ภญ. หรรษา อภิมงคล  www.pleasehealth.com 
       ผู้เขียนได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้มาจากการดูโฆษณาเครื่องสำอางในทีวี ดูแล้วขัดใจม๊ากมาก เพราะเค้าเล่นบีบน้ำคั้นสดๆจากผลไม้ลงในครีมบำรุงผิว และสรุปให้ผู้บริโภคฟังว่าเครื่องสำอางเค้ามาจากธรรมชาติ... ถ้าในขั้นตอนการผลิตของเครื่องสำอางยี่ห้อนั้น มีการบีบน้ำคั้นผลไม้สดๆลงในผลิตภัณฑ์จริงๆ ผลที่ได้คือ เครื่องสำอางจะไม่คงสภาพ อาจเกิดการแยกชั้นของครีม เนื่องจากส่วนประกอบของน้ำผลไม้ และค่าความเป็นกรดด่างที่อาจไม่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้วที่น่ากลัวมากๆก็คือ จุลินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย รา หรือยีสต์ ที่สามารถเจริญเติบโตในเครื่องสำอางได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีทั้งน้ำ และน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่เชิ้อใช้เป็นอาหารในการเจริญเติบโต แถมการใช้มือสัมผัสโดยตรงในขั้นตอนการคั้นน้ำก็ยังเป็นที่มาของเชื้อได้อีก ด้วยผลของการมีเชื้อในเครื่องสำอางมากเกินไป คือทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคงสภาพที่ไม่ดี และยังอาจก่อให้เกิดโรคในผู้ใช้ได้อีกด้วยนะคะ สารจากธรรมชาติที่นำมาใช้ในเครื่องสำอางนั้น มีประโยชน์มากมาย แต่จะต้องถูกเติมในสูตร และถูกผลิตขึ้น ในลำดับขั้นตอนวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ออกฤทธิ์ ได้ตามที่ต้องการ มัคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้

       เครื่องสำอางจากธรรมชาติ แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้เป็น 2 ประเภท คือเครื่องสำอางสำเร็จรูป และเครื่องสำอางที่ผลิตขึ้นแล้วใช้ทันที ซึ่งความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบบนี้คือ

     - เครื่องสำอางสำเร็จรูป ส่วนผสมที่ใช้ถึงจะเป็นส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการในการสกัดอย่างเหมาะสม ตรวจสอบแล้วว่ามีสารจากธรรมชาติที่ต้องการนำมาใช้เป็นสารออกฤทธิ์จริง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ผู้ผลิตวัตถุดิบจะสามารถให้ข้อมูลแก่ผู้ผลิตได้ เช่น ไนท์ครีมที่มีส่วนผสมของขมิ้น ผงขมิ้นนั้นก็ต้องได้รับการลดขนาด เพื่อให้มีขนาดพอเหมาะ ทาแล้วไม่ระคายผิว มีการกำจัดสีเพื่อไม่ให้ทาแล้วหน้าเหลืองอ๋อยเป็นทวิตตี้ และที่สำคัญ คือต้องผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว เพราะว่าสารสกัดจากธรรมชาตินั้น จะมีโอกาสในการเจริญเติบโตของเชื้อสูงกว่าสารที่ได้จากการสังเคราะห์ และเนื่องจากเครื่องสำอางสำเร็จรูป ไม่ใช่เครื่องสำอางที่ใช้หมดภายในครั้งเดียว ดังนั้นจึงต้องมีส่วนผสมของสารกันบูด(preservative) ด้วย
     - เครื่องสำอางที่ผลิตขึ้นแล้วใช้ทันที ยกตัวอย่างง่ายๆ คือเครื่องสำอางที่ผสมปุ๊บ ใช้ปั๊บ แบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสปา เช่นการใช้โยเกิร์ต ผงขมิ้น น้ำคั้นจากผลไม้ หรือเมล็ดงาบดละเอียด เป็นต้น เนื่องจากเครื่องสำอางประเภทนี้ เตรียมแล้วใช้ทันที และใช้หมดในระยะเวลาอันสั้น จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความคงตัว และการเจริญเติบโตของเชื้อในผลิตภัณฑ์ จึงสามารถเติมสารที่ได้จากธรรมชาติลงไปได้โดยตรง 

       อ่านแล้วจะพบว่า เครื่องสำอางทั้งสองประเภทข้างต้น มีส่วนผสมของสารจากธรรมชาติทั้งคู่ แต่ในลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะใช้น้ำคั้นจากผลไม้บีบลงไปสดๆในกระปุกครีมแล้วเก็บไว้ใช้นานๆเหมือนในโฆษณาบางตัวนั้น เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนค่ะ

 


 

ข้อมูลจาก phamabeautycare.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย Fineday

Pooyingnaka.com

🎁 สินค้าแนะนำ: เลือกซื้อจากบทความนี้






แสดงความคิดเห็น






ยังไม่มีความคิดเห็น