
การลดน้ำหนักแบบ Raw Food Diet หรือการทานอาหารแบบ “กินดิบ” เน้นไปที่การทานอาหารสดจากธรรมชาติ โดยไม่ผ่านความร้อนเกิน 40-48 องศาเซลเซียส ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้อาหารยังคงคุณค่าทางโภชนาการได้ครบถ้วน ช่วยในการลดน้ำหนัก และเสริมสร้างสุขภาพที่ดี
Raw Food คืออะไร?
Raw Food หมายถึงการทานอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุก หรือใช้ความร้อนน้อยที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็น
- ผักสด ผลไม้สด
- ถั่ว, เมล็ดพืช (เช่น อัลมอนด์, เมล็ดเจีย)
- ธัญพืชไม่ขัดสี
- สาหร่าย
- อาหารหมักดอง เช่น กิมจิ, คอมบูชา
- น้ำผักผลไม้คั้นสด
- อาหารจากพืชที่ผ่านการอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ
Raw Food ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?
1. แคลอรีต่ำ ผักและผลไม้สดมักมีแคลอรีต่ำ แต่มีไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มท้องได้นาน
2. ไฟเบอร์สูง ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดปัญหาท้องผูก และทำให้การเผาผลาญดีขึ้น
3. หลีกเลี่ยงน้ำตาลและไขมันแปรรูป การงดอาหารปรุงแต่ง เช่น ขนมปัง, ขนมหวาน, น้ำตาลทรายขาว ทำให้ลดแคลอรีส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการ
4. สารอาหารครบถ้วน วิตามิน เกลือแร่ และเอ็นไซม์ธรรมชาติที่อยู่ในอาหารดิบช่วยให้ร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
5. ดีท็อกซ์ร่างกาย ช่วยขับสารพิษ และทำให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น
วิธีเริ่มต้น Raw Food ลดน้ำหนักแบบง่ายๆ
1. เริ่มจากการกินผักผลไม้ให้มากขึ้น ทานสลัดผักสดหรือสมูทตี้ผลไม้ในแต่ละมื้อ
2. ดื่มน้ำผักผลไม้คั้นสด แทนการทานขนมระหว่างวัน
3. เลือกถั่วและเมล็ดพืชเป็นของว่าง เช่น อัลมอนด์ดิบ, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดทานตะวัน
4. ทดลองทานอาหารแบบ Raw 1 มื้อต่อวัน เช่น มื้อเช้าด้วยสมูทตี้ผักผลไม้สด หรือสลัด
5. หลีกเลี่ยงอาหารปรุงสุกที่ใช้ความร้อนสูง
ข้อควรระวังในการทาน Raw Food
1. ขาดสารอาหารบางชนิด
อาหารดิบอาจทำให้ร่างกายขาดโปรตีนหรือวิตามินบางตัว เช่น วิตามินบี12, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม
2. ต้องเตรียมอาหารอย่างระมัดระวัง
ผักผลไม้ดิบต้องล้างให้สะอาด เพื่อป้องกันสารเคมีหรือเชื้อโรค
3. อาจไม่เหมาะกับทุกคน
ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารอ่อนแอ อาจท้องอืดหรือไม่สบายตัวได้
ตัวอย่างเมนู Raw Food 1 วัน
เช้า: สมูทตี้ผักโขม + กล้วยหอม + แอปเปิล + น้ำมะนาว
สาย: อัลมอนด์ดิบ 1 กำมือ + อินทผลัมแห้ง
เที่ยง: สลัดผักรวมกับน้ำสลัดอะโวคาโดบด
บ่าย: น้ำแครอทคั้นสด + เมล็ดเจีย
เย็น: ซูชิผักสด (ใช้แผ่นสาหร่ายห่อ) ไส้แตงกวา, แครอท, อะโวคาโด
การทาน Raw Food โดยทั่วไปมักเน้นไปที่อาหารจากพืช แต่บางคนที่ทานแบบ Raw Food แบบยืดหยุ่น (Raw Paleo) หรือ Raw Animal-Based Diet ก็สามารถทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ดิบได้เช่นกัน โดยเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากเชื้อโรคค่ะ

ตัวอย่างโปรตีนจากเนื้อสัตว์ใน Raw Food
เนื้อสัตว์ดิบเกรดพิเศษ (Raw Meat) เช่น เนื้อวัวดิบคุณภาพสูง (Grass-fed beef)
เมนูที่นิยม เช่น Tartare (ทาร์ทาร์) หรือ Carpaccio (คาร์ปาชโช)
- Beef Tartare: เนื้อวัวบดดิบ คลุกเคล้ากับไข่แดง, เกลือ, พริกไทย, และเครื่องเทศ
- Carpaccio: เนื้อสไลซ์บาง ราดน้ำมันมะกอกและเลมอน
✅ ข้อควรระวัง: ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ผ่านการเลี้ยงแบบธรรมชาติ ปลอดสารเคมี และควบคุมความสะอาดอย่างเข้มงวด
ปลาดิบ (Raw Fish)
เช่น แซลมอน, ทูน่า, และปลาดิบอื่นๆ (ที่ใช้ในซูชิ)อุดมไปด้วย โปรตีน และ โอเมก้า 3 ดีต่อหัวใจและสมอง
เมนูที่นิยม เช่น
- ซาชิมิ: ปลาดิบหั่นบาง
- Ceviche: ปลาดิบหมักน้ำเลมอนหรือน้ำมะนาว
✅ ข้อควรระวัง: เลือกปลาเกรดซาชิมิ (Sashimi-grade) เพื่อลดความเสี่ยงจากพยาธิและเชื้อโรค
ไข่ดิบ (Raw Eggs)
ไข่แดงดิบมีโปรตีนและวิตามินที่ครบถ้วน โดยเฉพาะ ไข่ไก่ออร์แกนิก หรือ ไข่เป็ดเลี้ยงธรรมชาติ
นิยมทานในเครื่องดื่มโปรตีน เช่น
- ผสมไข่ดิบในสมูทตี้ผลไม้
- ทานไข่แดงดิบในเมนู Beef Tartare
✅ ข้อควรระวัง: เลือกไข่ที่ปลอดเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella-free) และมีคุณภาพสูง
หอยนางรมดิบ (Raw Oysters)
เป็นแหล่งโปรตีน, สังกะสี (Zinc), และวิตามินบี 12 ที่สูง
- นิยมทานกับน้ำมะนาวหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด
✅ ข้อควรระวัง: ควรทานหอยที่สดและเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม
Raw Food เนื้อสัตว์เหมาะกับใคร?
- คนที่ต้องการโปรตีนจากแหล่งธรรมชาติแบบไม่ผ่านความร้อน
- ผู้ที่ทานอาหารแบบ Raw Paleo หรือ Carnivore Diet ซึ่งเน้นอาหารจากสัตว์
- คนที่ต้องการได้รับเอ็นไซม์และสารอาหารจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน
ข้อควรระวังในการทานเนื้อสัตว์ดิบ
1. ความเสี่ยงจากเชื้อโรคและพยาธิ เลือกเนื้อสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และผ่านการควบคุมคุณภาพ
2. ระบบย่อยอาหาร ไม่ใช่ทุกคนที่ย่อยเนื้อดิบได้ดี บางคนอาจท้องอืดหรือท้องเสีย
3. สุขอนามัยในการเตรียมอาหาร ต้องล้างมือ, อุปกรณ์ และภาชนะที่ใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ
หากสนใจกิน Raw Food โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ควรศึกษาและเลือกวัตถุดิบให้ปลอดภัยนะคะ โดยเฉพาะเมนูที่เป็นเนื้อดิบหรือปลาดิบ ควรค่อยๆ ทดลองเพื่อดูว่าร่างกายเรารับได้แค่ไหนค่ะ
หากสนใจกิน Raw Food โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ควรศึกษาและเลือกวัตถุดิบให้ปลอดภัยนะคะ โดยเฉพาะเมนูที่เป็นเนื้อดิบหรือปลาดิบ ควรค่อยๆ ทดลองเพื่อดูว่าร่างกายเรารับได้แค่ไหนค่ะ

ยังไม่มีความคิดเห็น