
“เธอเก่งนะ ดูนิ่ง ๆ แต่รับมือได้ทุกเรื่องเลย”
ประโยคนี้เหมือนคำชม...แต่จริง ๆ บางทีเราก็แค่นิ่ง เพราะไม่รู้จะเริ่มพูดความรู้สึกยังไงดี
หมดไฟแบบไม่รู้ตัวคืออะไร?
ภาวะหมดไฟ (Burnout) ไม่ได้มีแค่กับคนที่เครียดจนร้องไห้หรือฟูมฟายให้เห็น
ผู้หญิงที่ดูนิ่ง เงียบ ทำหน้าที่ได้ครบ มักจะ “หมดไฟเงียบ ๆ” แบบไม่มีใครรู้
จนบางวันก็ได้แต่ถามตัวเองเบา ๆ ว่า...
“เรารู้สึกเหนื่อยแบบนี้...ปกติไหม?”
“จะบอกใครก็เหมือนเราไม่มีสิทธิ์เหนื่อย เพราะคนมองว่าเราคุมได้เสมอ”
5 สัญญาณเบา ๆ ว่าคุณอาจ ‘หมดไฟ’ แบบไม่รู้ตัว
- ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มวัน
- รู้สึกว่าไม่มีเรื่องไหนทำให้ตื่นเต้นอีกแล้ว แม้แต่สิ่งที่เคยรัก
- ไม่อยากพูด ไม่อยากพบใคร รู้สึกอยากหายไปเงียบ ๆ
- รู้สึกผิดง่าย คิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอแม้พยายามสุด ๆ แล้ว
- นอนไม่หลับ หรือตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ ทั้งที่ร่างกายล้า
แล้วจะฟื้นไฟในใจได้ยังไง?
1. ยอมรับว่า “เหนื่อยก็พูดได้”
แม้เราจะเงียบ ไม่ชอบแสดงออก แต่ก็ไม่ควรต้อง ‘เก็บทุกอย่างไว้คนเดียว’
เขียนระบาย, พูดกับกระจก, หรือพูดกับใครสักคนที่ไม่ตัดสิน — เป็นการปล่อยที่มีพลังมากกว่าที่คิด
2. ลดภาระโดยไม่รู้สึกผิด
หยุด “พยายามให้ดีไปหมดทุกเรื่อง” สักพักก็ได้
เลือกพักในบางสิ่ง แล้วโฟกัสแค่สิ่งจำเป็นก่อน เพื่อให้สมองมีช่องว่างหายใจบ้าง
3. กลับมาทำอะไรที่ชอบ “เพื่อเราเอง”
ไม่ต้องยิ่งใหญ่ อาจแค่ฟังเพลงโปรด ปลูกต้นไม้ ดูซีรีส์ที่เล็งไว้
การกลับมาใช้เวลากับตัวเองโดยไม่ต้องพิสูจน์อะไร เป็นวิธีเติมไฟง่าย ๆ
4. หา “เพื่อนรับฟัง” ที่ไม่พยายามแก้ปัญหา
บางครั้ง เราไม่ได้ต้องการคำแนะนำ แต่ต้องการ “คนที่อยู่เฉย ๆ แล้วฟังจริง ๆ”
ลองเลือกคนน่าไว้ใจในชีวิต หรือแม้แต่หานักจิตวิทยา/ที่ปรึกษาที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน
5. พูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยน
แทนที่จะว่า “อ่อนแออีกแล้ว” ลองเปลี่ยนเป็น “วันนี้เหนื่อย ก็พักเถอะ”
คำพูดกับตัวเองเล็ก ๆ มีพลังมากกว่าที่เราคิด
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
“เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา
บางวันแค่หายใจให้ได้...ก็ถือว่าเก่งแล้ว”
การเป็นคนเงียบ ไม่ได้แปลว่าเราต้องแบกทุกอย่างไว้ลำพัง
และการรู้ตัวว่า ‘กำลังหมดไฟ’ คือก้าวแรกที่กล้าหาญที่สุด
เพราะมันหมายความว่า...เราพร้อมจะรักตัวเองมากขึ้นแล้ว

ยังไม่มีความคิดเห็น