ถอดรหัสความสำเร็จ สไตล์เวิร์คกิ้งวูแมน
“ทำงานหนัก….รักตัวเองให้เป็น” ที่มากกว่าแค่ออกกำลังกายหรือความสวยงาม แต่คือเรื่องของการฟังสัญญาณสุขภาพของร่างกายตัวเอง
การดูแลสุขภาพแบบ
Working Woman เป็นแนวโน้มของผู้หญิงยุคใหม่
สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุคที่ความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่การงาน
แต่คือการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต และสุขภาพจิตไปพร้อมกัน ความน่าสนใจของเทรนด์นี้
สอดคล้องกับการดูแลสุขภาพคุณผู้หญิง ด้วยสโลแกนที่ว่า “ทำงานหนัก...แต่ต้องรักตัวเองให้เป็น” กลายเป็นคาถาสุดคลาสสิกของเวิร์คกิ้งวูแมน
ถ้าคุณเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงานเต็มที่
แต่วงจรชีวิตเริ่มจะตึงเกินไป
ก็ไม่อาจจะใช่เรื่องที่ดี

สำหรับการดูแลสุขภาพของผู้หญิงยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเข้ายิมหรือรับประทานอาหารคลีนอีกต่อไป
แต่เป็นการดูแลแบบ "Personalized
Fertility Wellness" หรือการดูแลที่เฉพาะเจาะจงตามสุขภาพร่างกายและไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ
โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงอายุ 25-35 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถ Maintain วัยเจริญพันธุ์ให้ทำงานได้สมดุลและยาวนานตามกลไกธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นการดูแลจากภายในหรือแม้กระทั่งการฟังสัญญาณของร่างกายตัวเอง ทั้งเรื่องรอบเดือน
ฮอร์โมนผู้หญิง และการทำงานของรังไข่ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อสุขภาพองค์รวม
เพราะไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่เริ่มขยับจากการดูแลตัวเองแบบผิวเผิน
ไปสู่การเข้าใจร่างกายเชิงลึกมากขึ้น


คุณหมอแตงโม
- พญ. เพียงไพลิน วรดิถี (ว.46855)
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ SAFE Fertility
Clinic ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในทางการแพทย์
ความพร้อมของร่างกายผู้หญิงมีช่วงเวลาที่จำกัดและคุณภาพจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
ประกอบกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบทำให้นาฬิกาชีวภาพของผู้หญิงเดินไปไวกว่าปกติ เวิร์คกิ้ง
วูแมนในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับภาวะ "วัยทองก่อนกำหนด" (Premature
Ovarian Failure) หรือการที่รังไข่เสื่อมสมรรถภาพก่อนอายุ 40
ปี เพิ่มมากขึ้นอย่างน่าตกใจ
เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่มาจากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนเมืองความเครียดเรื้อรัง
เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามาก
ซึ่งสารนี้ไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนผู้หญิง ทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
ทำให้ไข่ไม่ตกตามปกติและรังไข่เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

การใช้แนวทาง
Personalized Fertility Wellness จึงเน้นไปที่การทำความเข้าใจต้นทุนของร่างกายผ่าน การตรวจ AMH (AMH
Hormone Test) และการตรวจการทำงานของรังไข่ (Ovarian Reserve
Testing) เพื่อประเมินจำนวนเซลล์ไข่ที่เหลืออยู่
ซึ่งค่าเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่สำคัญในการวางแผนชีวิต
เพราะรังไข่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การเจริญพันธุ์
แต่ยังเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม
ทั้งการรักษาความแข็งแรงของมวลกระดูก การทำงานของกล้ามเนื้อ
ไปจนถึงการควบคุมสมดุลของระบบหัวใจและหลอดเลือด
หากฮอร์โมนผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรังไข่ลดลงก่อนวัยอันควร
ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การตรวจเช็กตั้งแต่เนิ่น ๆ
จึงช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าจะปรับไลฟ์สไตล์เพื่อรักษาคุณภาพไข่ หรือพิจารณาทำ Social
Freezing หรือ การฝากไข่ (Egg Freezing) ด้วยเหตุผลทางสังคมและไลฟ์สไตล์
เพื่อรักษาสภาพเซลล์ไข่ ณ ช่วงอายุที่สมบูรณ์ที่สุดเอาไว้
และลดความเสี่ยงจากปัจจัยด้านอายุที่อาจส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคต

นอกจากนี้
ปัจจัยแวดล้อมอย่างสารเคมีในเครื่องสำอางบางชนิด รวมถึงในพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ทำให้ระบบฮอร์โมนผู้หญิงรวน รวมถึงภาวะการนอนดึกพักผ่อนน้อย ส่งผลต่อเมลาโทนินที่ช่วยปกป้องไข่
หรือภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
ซึ่งบางครั้งเกิดจากความเครียดสะสมจนร่างกายอักเสบเรื้อรัง การให้ความสำคัญกับ Personalized Fertility Wellness จึงไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์
แต่คือสิทธิของผู้หญิงในการเลือกดูแลอนาคตของตัวเองด้วยข้อมูลและความเป็นจริง
เพื่อให้คำว่ารักตัวเองให้เป็น
เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนและแท้จริงในทุกจังหวะของชีวิต

เนื่องในโอกาสเดือนแห่ง International Women’s Day จึงเป็นจังหวะในการเปลี่ยน mindset ว่า “ประจําเดือน” ไม่ใช่เรื่องซ้อนเร้นหรือเรื่องที่ควรถูกมองข้าม
แต่คือข้อมูลสุขภาพสําคัญ และสุขภาพคือสิทธิของผู้หญิงในการรู้ เข้าใจ
และตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองเพราะการใส่ใจสัญญาณเล็กๆของร่างกาย
และการปรับไลฟ์สไตล์ให้สอดคล้องกัน คือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และเป็นการใช้สิทธิของผู้หญิงในการเลือกดูแลอนาคตของตัวเองด้วยข้อมูล
และความเป็นจริงที่ไม่ใช่ ความกลัวอีกต่อไป สามารถปรึกษาเรื่องการตรวจเช็กฮอร์โมนและวางแผนครอบครัวได้ที่
SAFE Fertility Clinic
