เปิดฉากตำนานแห่งศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุดในประเทศไทยอีกครั้ง
มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ได้นำทัพสุดยอดศิลปินและนักแสดงชื่อดังดีกรีเจ้าของรางวัลระดับโลกมากมาย มาร่วมนำเสนอความอลังการและสุนทรียรสด้านการแสดงและดนตรีมาอย่างต่อเนื่องจนย่างเข้าสู่ปีที่ 16 ในปีนี้ยังคงยกขบวนนักแสดงและศิลปินระดับโลกกว่า 600 ชีวิต จาก 14 ประเทศทั่วโลก มามอบความสุขและความอลังการผ่านสุดยอดชุดการแสดงชื่อก้องโลก ทั้งโอเปร่า บัลเลต์ การเต้นรำร่วมสมัย และดนตรีหลากหลายสไตล์ รวมถึงการแสดงเชิงวัฒนธรรมที่สุดมหัศจรรย์ น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านลีลา แสงสี เส้นเสียง เครื่องแต่งกาย ฉาก และเรื่องราว ซึ่งล้วนเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางการแสดงที่หลากหลาย และสะท้อนถึงคอนเซ็ปต์ของการจัดมหกรรมฯ ในปีนี้ นั่นคือ "Art of Seduction ศิลปะแห่งการโปรย เสน่ห์" สีสัน เสน่ห์ และสุทรียภาพจะถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงทั้งสิ้น 16 ชุด 21 รอบการแสดง ระหว่างวันที่ 13 กันยายน ถึง 26 ตุลาคม 2557 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นับเป็นการสานต่อตำนานที่ยังมีลมหายใจของมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในปฏิทินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นกิจกรรมสำคัญบนแผนที่ทางวัฒนธรรมของโลกที่แฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตั้งตารอชมทุกปี

เปิดม่านมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ด้วยตำนานโอเปร่าของโวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท เรื่อง "ดอน โจวานนี" (Don Giovanni) โดยคณะเตียโตร ลีริโค่ อิตาเลียโน แห่งโรม และมาซีโดเนีย โอเปร่า จัดเป็นสองคณะโอเปร่าระดับแนวหน้าของอิตาลี ครั้งนี้เป็นการแสดงรอบปฐมทัศน์ของโลกครั้งแรก บนเวทีนี้รอบเดียวเท่านั้น โอเปร่าสององก์เรื่องนี้จะสะกดใจผู้ชมด้วยเรื่องราวตลกขบขันแฝงโศกนาฏกรรมของหนุ่มนักรักผู้ไร้ศีลธรรม พร้อมบทเพลงอันไพเราะที่คุ้นหู อาทิ La ci sarem La mono โดยศิลปินโอเปร่าชื่อดังของอิตาลี นำโดย Paolo Coni เสียงบาริโทน, Angela Nisi เสียงโซปราโน และMauro Corna เสียงเบส มาประชันบทบาทกันบนเวทีในวันเสาร์ที่ 13 กันยายนศกนี้
คณะเตียโตร ลีริโค่ อิตาเลียโน แห่งโรม และมาซีโดเนีย โอเปร่า ยังเติมเต็มโสตศิลป์ ทัศนศิลป์ และวรรณศิลป์ผ่านโอเปร่าอมตะของบรมครูจิอาโคโม ปุชชินี เรื่อง "ลาโบแอม" (La Bohème) ซึ่งเป็นโปรดักชันใหม่ที่สะท้อนโศกนาฏกรรมความรักอมตะของหนุ่มสาว เต็มอิ่มทุกอรรถรสกับเรื่องราวของกลุ่มศิลปินที่มีความฝันและความหวังหล่อเลี้ยงชีวิต ผสานกับความสัมพันธ์โรแมนติก โศกนาฏกรรมรักนิรันดร์ของหนุ่มสาวโบฮีเมียน โรดอลโฟ กวีหนุ่ม และมิมี สาวช่างเย็บผ้าท่ามกลางมหานครแห่งแสงสี ในวันจันทร์ที่ 15 กันยายนนี้
ส่วนการแสดงที่ได้รับความนิยมตลอดกาล บัลเลต์ พบคณะบัลเลต์ร่วมสมัยที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและโดดเด่นไม่เหมือนใคร คณะบัลเลต์ เปรโจคาย จากฝรั่งเศสที่จะเนรมิตเทพนิยายกริมม์สุดโรแมนติกเรื่อง "สโนว์ ไวท์" ให้มีลีลาร่วมสมัยและชวนติดตาม จะตรึงผู้ชมด้วยลีลาการเต้นพริ้วไหวของนักเต้นที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ฉากยิ่งใหญ่อลังการฝีมือการออกแบบของ Thierry Leproust พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายสุดหรูหราตระการตา โดยดีไซเนอร์ระดับตำนานของโลก ฌอง ปอล โกล์ติเยร์ ขอกระซิบว่า เป็นสโนว์ไวท์ในชุดวาบหวามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ในวันที่ 24 กันยายน
อีกหนึ่งสุดยอดบัลเลต์ร่วมสมัยชื่อดัง คณะแดนิช แดนซ์ เธียเตอร์ สร้างสรรค์ผลงานใหม่เอี่ยมเรื่อง "Black Diamond" ทิม รูชตัน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ จะนำคณะนักเต้นร่วมสมัยระดับแนวหน้าจากนานาชาติ มาโชว์ลีลาบัลเลต์รูปแบบใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน และชวนค้นหา สะท้อนเนื้อแท้สองด้านในตัวมนุษย์ โลกในอนาคต ความเป็นนามธรรม รวมทั้งความงามในแบบกราฟฟิกและรูปแบบทางเรขาคณิตที่ชวนอิ่มตาและอิ่มเอมใจ ในวันที่ 9 ตุลาคม
ขาดไม่ได้สำหรับการบัลเลต์คลาสสิค คณะชตุทท์การ์ท บัลเลต์ (Stuttgart Ballet) ซึ่งเป็นคณะบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคณะหนึ่งของโลก จะมาถ่ายทอดเรื่องราวอันเป็นอมตะ ไร้กาลเวลาผ่านการเต้นรำที่งดงาม ไร้ที่ติ ผสานกับดนตรีอันแพรวพราว เรื่อง "วันจิน" (Onegin) ผลงานการออกแบบมาสเตอร์พีซของจอห์น แครงโก้ ที่จะทำให้มหากาพย์นิยายของ อเล็กซานเดอร์ พุชกิน และการประพันธ์ดนตรีของยอดคีตกวีชาวรัสเซีย ไชคอฟสกี กลับมาโลดเล่นและมีกลิ่นอายที่อบอวลไปด้วยความงดงามและความประทับใจอีกครั้ง นับเป็นการรูดม่านปิดบนเวทีมหกรรมฯ ในปีนี้อย่างสมบูรณ์ ในวันที่ 25 และ26 ตุลาคม
เอาใจหนุ่มสาวทั้งแท้และเทียม ด้วยการแสดงสุดพิเศษรอบเดียวเท่านั้นของคณะลอส วิวานคอส (Los Vivancos) ของ 7 หนุ่มพี่น้องรูปงามมากความสามารถเคยคว้ารางวัลต่างๆ มาแล้วมากมาย และมีผู้ชมนับล้าน โดยจะมาสร้างความบันเทิงด้วยลีลาการเต้นที่แข็งแรงและเร่าร้อนในสไตล์ฟิวชั่นฟลาเมงโกซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในชุด "เอเทนัม" (Aeternum) โปรดักชั่นล่าสุดที่แสนอลังการ ซึ่งผสมผสานศิลปะการเต้นฟลาเมงโก บัลเลต์ การต่อสู้ป้องกันตัว มายากล และการเต้นแท็ปเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี Daniele Finzi Pasca (ผู้สร้างสรรค์การแสดงชุด Corteo ให้การแสดง Cirque du Soleil) และ Julie Hamelin (ผู้ร่วมก่อตั้ง Cirque Eloize) เป็นผู้ดูแลด้านการสร้างสรรค์ รับประกันความตระการตาและน่าตื่นตาตื่นใจในค่ำคืนวันที่ 28 กันยายน
ครึกครื้นกับเอกลักษณ์ทางจังหวะดนตรีที่หลอมรวมกับการเต้นซัลซาอันเร่าร้อน โดยคณะ Delirio สุดยอดนักเต้นจากสี่คณะในเมืองซานติอาโก เด กาลี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นคณะนักเต้นซัลซาที่ดีที่สุดในโลก ในชุด "Delirium: A Visual and Sound Universe" ที่เข้มข้นไปด้วยเวทมนตร์แห่งซัลซา และความงดงามของผู้คนในประเทศที่มากด้วยเสน่ห์อย่างโคลอมเบีย ต้นตำรับซัลซาของโลก และพบกับ Santiago Ayala อายุ 13 ปี หนุ่มน้อยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเต้นซัลซาที่อายุน้อยที่สุดในโลก ในวันที่ 14 ตุลาคม
สำหรับคอนเสิร์ต "The Jive Aces" วงดนตรีหกชิ้นที่เป็นดาวเด่นของรายการ Britain's Got Talent และยังเป็นหนึ่งในวงไจฟ์แอนด์สวิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอังกฤษ เคยขึ้นเวทีอันทรงเกียรติมาแล้วมากมาย จะพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่อดีตกับการแสดงที่ชวนตะลึง และดนตรีจัมป์ไจฟ์อันทรงพลัง จุดนัดพบแห่งดนตรีสวิงร็อกแอนด์โรลซึ่งมาปะทะกับแจซ เพลิดเพลินไปกับเพลงดังอย่าง Bring Me Sunshine ที่มียอดชมบนยูทูปมากกว่าสองล้านครั้ง ในวันที่ 26 กันยายน
ปลุกตำนานให้มีชีวิตอีกครั้ง ด้วยคอนเสิร์ตรำลึกวงป๊อปซูเปอร์สตาร์แห่งยุค 70 "แอ็บบา" (ABBA) โดยวงอะไรเวิล (Arrival) จาก สวีเดน ด้วยบทเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะติดหูมากมาย อาทิ มัมมามีอา และแดนซิ่งควีน วงอะไรเวิลเคยออกทัวร์คอนเสิร์ตชุดนี้มาแล้วในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังสามารถจำหน่ายตั๋วการแสดงคอนเสิร์ตในอเมริกาเหนือได้หมดทั้ง 30 รอบ ก่อนที่การแสดงจะเริ่มอีกด้วย มาย้อนความทรงจำในวันวานที่แสนสดใสในวันที่ 30 กันยายน และ 1 ตุลาคมนี้
คอนเสิร์ตที่หลายคนรอคอย มาริโอ แฟรงกูริส (Mario Frangoulis) และจอร์จ เพอร์ริ (George Perris) สองนักร้องสุดหล่อเสียงเทเนอร์ ดาวรุ่งแห่งวงการเพลงคลาสสิค จะมาประสานช่วงกว้างที่น่าทึ่งในเสียงอันทรงพลังของพวกเขา มาริโอ แฟรงกูริส นับเป็นผู้มีความสามารถในการขับร้องบทเพลงทุกประเภทตั้งแต่แนวฮาร์ดร็อกไปจนถึงบทเพลงโอเปร่า และได้รับการโหวตให้เป็นนักร้องแนวครอสโอเวอร์ยอดเยี่ยมฝ่ายชายประจำปี 2011 ส่วนจอร์จ เพอร์ริ เป็นนักร้องเสียงเทเนอร์ที่เคยผ่านเวทีคอนเสิร์ตอันทรงเกียรติระดับโลกมาแล้วมากมาย มาดื่มด่ำไปกับเสียงร้องคลาสสิคกับดนตรีแนวครอสโอเวอร์ที่เป็นการผสมผสานระหว่างบทเพลงคลาสสิกและเพลงร่วมสมัยในวันที่ 4 ตุลาคม
เทเรซ่า ซัลจูอีโร (Teresa Salgueiro) นักร้องนักแสดงชาวโปรตุเกสที่ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ จะมาพร้อมกับบทเพลงและดนตรีทั้งที่เก่าแก่และร่วมสมัยของโปรตุเกสที่จะเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความประทับใจของผู้ชมอย่างแท้จริง เทเรซ่าเป็นนักร้องนำของวง Madredeus และเคยแสดงคอนเสิร์ตมาแล้วนับพันรอบทั่วโลก อีกทั้งยังมีอัลบัมที่ขายได้มากกว่าห้าล้านก๊อปปี้ ในครั้งนี้ เธอจะนำบทเพลงจากอัลบัมชุดล่าสุด "O Misterio" ที่จะกระตุ้นให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมไปกับแก่นแท้และพลังของดนตรี มาขับขานบนเวทีของงานมหกรรมฯ ในวันที่ 22 ตุลาคม
ต้อนรับการกลับมาของวาทยกรระดับแนวหน้าของโลก "สุบิน เมธา และวงอิสราเอล ฟิลฮาร์โมนิก ออร์เคสตรา" จะมาเติมสีสันให้กรุงเทพฯ ด้วยการบรรเลงบทเพลง Concerto for four violins and orchestra ของวิวาลดี, Symphony No. 36 ("Linz") ของโมสาร์ท และ Symphony No. 5 ของมาห์เลอร์ ร่วมพิสูจน์ว่าเหตุใดสุบิน เมธา จึงได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตในวันที่ 20 ตุลาคม
อีกหนึ่งวาทยกรผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อดีตนักร้องเสียงเทเนอร์ผู้ผันตัวมาถือไม้บาตอง "จูเซปเป ซาปบาตินี" (Giuseppe Sabbatini) จะนำวงโนว่า อมาเดอุส ออร์เคสตรา จากโรม แสดงร่วมกับวงออร์เคสตราแห่งมาซิโดเนีย โอเปร่า มาบรรเลงบทเพลงคลาสสิคของนักประพันธ์ชื่อดังอย่าง แวร์ดี, ปุชชินี, รอสซินี และอีกมากมายในวันที่ 16 กันยายน
ค่ำคืนแห่งดนตรีคลาสสิคต้นฉบับ วงซูเชอร์ แคมเมอร์ ออร์เคสตรา นำโดย เซอร์ โรเจอร์ นอริงตันท์ (Sir Roger Norrington) วาทยกรชื่อดังผู้ได้รับการยกย่องในแวดวงดนตรีคลาสสิคของโลก ซึ่งเป็นแขกรับเชิญประจำของวงออร์เคสตราชื่อดัง ได้แก่ Berlin Philharmonie, Hamburg Laeiszhalle, Frankfurt am Main Alte Oper และ Brucknerhaus Linz เชิญดื่มด่ำกับบรรเลงบทเพลงสุดคลาสสิค อาทิ ซิมโฟนีหมายเลข 1 และ 41 ของโมสาร์ท และเปียโน คอนแชร์โต หมายเลข 2 ของบีโธเฟน ในวันที่ 6 ตุลาคม
สัมผัสสุดยอดความอลังการของการแสดงบอลลีวูดมิวสิคัลสด ชุด "ทัช เอกซ์เพรส" (Taj Express) จะมาพร้อมกับบทเพลงโรแมนติกชวนฝันสไตล์บอลลีวูด ด้วยฉากและเครื่องแต่งกายที่สุดอลังการมากกว่า 2,000 ชุด และเครื่องประดับกว่า 2,500 ชิ้น ผสมผสานกับดนตรีจังหวะสนุกสนานคึกคักชวนให้ขยับขาตาม การเต้นที่เร้าใจ และการแสดงที่มีแนวการเดินเรื่องตามแบบฉบับหนังบอลลีวูด ที่มีทั้งแอกชัน เมโลดรามา และคอมเมดี ที่เปี่ยมด้วยพลัง มีชีวิตชีวาไม่อาจพลาดได้ในวันที่ 11และ12 ตุลาคม

สนุกสนาน บันเทิง และตระการตาไปกับการแสดงสุดพิเศษของคณะกายกรรมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง) คณะกายกรรมที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดของจีน ก่อตั้งคณะขึ้นในปี 1950 และได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองจากการประกวดในระดับนานาชาติทั้งในจีนและประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาแล้ว 58 รางวัล อีกทั้งยังเคยเปิดการแสดงมาแล้วใน 124 ประเทศทั่วโลก เพลิดเพลินไปกับโปรดักชันล่าสุดชุด "Cirque Eclipse" ที่สร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งคณะ จะดึงดูดทุกคู่สายตา ทุกเพศ ทุกวัย
โดยเฉพาะคุณหนูๆ ที่ชอบความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ในวันที่ 19, 20 และ21 กันยายน
มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มบริษัท บี.กริม บีเอ็มดับเบิลยู ไบเออร์สด๊อรฟ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ อินโดรามา เวนเจอร์ส ปตท. เนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น การบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม
บัตรชมการแสดงมีจำหน่ายที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com และเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา สายด่วน โทร. 0 2262 3191 สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้ที่ www.bangkokfestivals.com หรือ https://www.facebook.com/BangkoksInternationalFestivalOfDanceMusic

ราคา 21 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 289 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 224 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 999 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 270 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 129 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 107 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 468 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 528 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 5 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 35 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 47 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!