| กาแฟลดน้ำหนัก กาแฟเพื่อสุขภาพ จริงหรอ?? |
|---|
|
เป็นคำถามที่หลายๆท่านยังสงสัยว่า กาแฟสามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ แล้วกินกาแฟสามารถมีสุขภาพดีได้อย่างไร วันนี้เรา ทรูสเลน เอาบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับกาแฟ ที่กินพื่อสุขภาพ และ สามารถลดน้ำหนัก ควบคุมน้ำหนัก ได้ทั้งสุขภาพและหุ่นสวยๆ ... กาแฟลดน้ำหนัก กาแฟเพื่อสุขภาพ จริงหรอ?? กาเฟอีน สารสำคัญในเมล็ดกาแฟ นอกจากรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัวแล้ว กาแฟมีส่วนผสมที่สำคัญอีกอย่างที่เรียกว่า กาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว เมื่อกาเฟอีนถูกดูดซึมผ่านไปยังกระแสเลือดและไหลเวียนไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย จะเกิดการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ หลอดเลือด รวมถึงสมองและระบบประสาท การดื่มกาแฟจึงเปรียบเสมือนการเติมพลังงานให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะในยามที่ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียและต้องการพักผ่อน ซึ่งในเวลานั้นสมองของมนุษย์จะหลั่งสารสื่อประสาทติดต่อระหว่างเซลล์ประสาท ชื่อ adenosine (อะ-ดิ-โน-ซีน) ออกมา แต่พอเราดื่มกาแฟเข้าไป กาเฟอีนจะไปยับยั้งการทำงานของ adenosine ทำให้สมองเกิดอาการตื่นตัว ไม่ง่วงนอน นอกจากนี้กาเฟอีนยังมีผลต่อระบบขับถ่ายของเสียอีกด้วย ผลต่อการ ควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ผู้หญิงส่วนใหญ่ใฝ่ฝันอยากมีรูปร่างดี อันหมายถึงทรวดทรงองค์เอวที่ผอมเพรียวจึงลดน้ำหนักสารพัดวิธี รวมถึงการใช้ยา หรือหลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องกาแฟลดน้ำหนักมาบ้าง แล้วกาแฟช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ กาแฟมีส่วนช่วยให้เกิดการเผาผลาญพลังงาน ผ่านการเปลี่ยนไขมันไปเป็นเชื้อเพลิงและกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและร่างกาย ยิ่งกว่านั้นกาแฟยังช่วยลดความอยากอาหาร อย่างเช่น ทรูสเลน คอฟฟี่ บล็อค Truslen Coffee Bloc ที่เพิ่มสารสกัด แอล ฟีนิลอลานีน ช่วย ลดความยากอาหาร ควรดื่มก่อนอาหารนะคะจะช่วยได้มาก เมื่อยา คือ กาแฟ เพื่อสุขภาพ การค้นพบประสิทธิภาพในการรักษาโรคของกาแฟเกิดขึ้นโดยบังเอิญ จากการสังเกตของผู้ป่วยที่ดื่มกาแฟแล้วพบว่า กาแฟสามารถบรรเทาอาการป่วยของตนเองได้ โรคที่รู้จักกันดีว่าสามารถใช้กาแฟในการรักษาได้ คือ โรคปวดศีรษะไมเกรน และโรคหอบหืด รวมถึงยังเชื่อว่า กาแฟมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคพาร์กินสันได้ สาเหตุของไมเกรนเกิดจากประสาทส่วนกลางมีความไวผิดปกติ จนก่อให้เกิดอาการปวดจากการเต้นของเส้นเลือดที่เลี้ยงผิวเยื่อหุ้มสมอง ขณะที่สารกาเฟอีนในกาแฟมีความสามารถในการผ่านเข้าไปในสมองอย่างง่ายดายแล้วออกฤทธิ์ให้เส้นเลือดที่กำลังขยายตัวอยู่หดตัว จึงช่วยลดอาการปวดศีรษะไมเกรนในระยะเฉียบพลันได้ ผลดังกล่าวจึงทำให้สารกาเฟอีน ที่อยู่ในกาแฟถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดไมเกรนในระยะเฉียบพลัน เช่นยา Ergotamine แต่ต้องมีการใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากผลในการทำให้เส้นเลือดหดตัวนั้น อาจก่อให้เกิดผลเสียกับผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ นอกจากนี้ หากใช้ยาเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นระยะเวลาเกิน 1 เดือน ผลของยาจะทำให้สมองมีความไวสูงและเป็นผลให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนเรื้อรังยิ่งขึ้น ส่วนฤทธิ์ของกาเฟอีนในการขยายหลอดลม จนทำให้มีการใช้กาแฟรักษาโรคหอบหืดในสมัยก่อนนั้น ก็มีปัญหาคือต้องใช้กาแฟในปริมาณสูง จึงมักเกิดผลข้างเคียงต่อสมองเสียก่อน ประกอบกับในปัจจุบันมียารักษาโรคหอบหืดที่มีประสิทธิภาพดีและมีผลข้างเคียงน้อยกว่ากาเฟอีนมาก กาแฟจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการรักษาโรคหอบหืดอีกต่อไป สำหรับผลของกาแฟต่อโรคพาร์กินสันและโรคสมองเสื่อมนั้น เพิ่งมีรายงานอันน่าทึ่งออกมาว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมีอัตราการเกิดโรคพาร์กินสันและสมองเสื่อมน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ แม้ว่าข้อสรุปนี้ยังต้องได้รับการพิสูจน์ให้แน่ชัดต่อไป แต่ผลที่ได้ก็เป็นเหมือนกับความหวังใหม่ในการป้องกันโรคที่ยากต่อการรักษา
20 Sep 2010 | Post by :
truslenbloc
|
ราคา 69 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 382 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 149 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 99 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 169 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 197 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 169 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 999 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 15 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 38 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 21 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 98 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!