| การผ่าตัดคลอดเป็นยังไง |
|---|
|
แผลจะหายช้าหรือเปล่า จะเจ็บไหม.....ทำการอบซาวน่าได้ไหมหลังคลอด น้ำหนักจะลดลงไวหรือเปล่าค่ะ มีวิธีทำไง
7 Jun 2006 | Post by :
11
|
| Comment 3 |
|---|
|
การสวนอุจจาระ ทำยังไงหรอคะ แล้วเจ็บรึป่าว ตอนใส่สายสวนปัสสาวะใส่ตอนไหนหรอคะ เจ็บรึป่าว กลัวจังเลยคะ
23 Jun 2008 | Comment by :
jenny
|
| Comment 2 |
|---|
|
ขอบคุณ พี่นก ด้วยคนค่ะ มีความรู้ค่ะ แต่ทำให้กลัวการผ่าตัดคลอดมากๆๆๆค่ะ
7 Jun 2006 | Comment by :
nongploy-ploy
|
| Comment 1 |
|---|
|
การผ่าตัดคลอดในปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์มีความพอใจกับการทำผ่าตัดคลอดมากกว่าการคลอดตามธรรมชาติ จากการไม่เจ็บปวดขณะคลอด กำหนดเวลาคลอดที่แน่นอนได้ และสามารถคลอดตามฤกษ์ยามที่หามาได้ นอกจากนี้การที่เทคในโลยีทางการแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัดคลอดพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูงขึ้นและทำได้ง่ายขึ้น แพทย์ผู้ทำผ่าตัดจึงนิยมทำมากขึ้นด้วยเหตุผลในการผ่าตัดที่ไม่ใช่เหตุผลทางการแพทย์ แต่การผ่าตัดคลอดมีข้อเสียคือ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้น อาจเกิดอันตรายหรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดคลอดได้มากกว่าการคลอดตามธรรมชาติ การผ่าตัดคลอด คือ การผ่าตัดเพื่อทำคลอดทารกและรกโดยการผ่าตัดผ่านหน้าท้องและมดลูก ซึ่งปกติแพทย์จะทำผ่าตัดคลอดโดยการพิจารณาว่าถ้าปล่อยให้การคลอดดำเนินต่อไปแล้วก็ไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ หรือคลอดได้แต่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อมารดาและทารก ซึ่งเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องทำผ่าตัดคลอดมีดังนี้ 1. ทารกในครรภ์มีขนาดใหญ่มากกว่าขนาดของช่องเชิงกราน 2. ทารกในครรภ์อยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ทารกอยู่ในแนวขวางกับแนวลำตัวมารดา ซึ่งถ้าปล่อยให้คลอดทางช่องคลอดจะเกิดอันตรายทั้งมารดาและทารก 3. ทารกในครรภ์มีการขาดออกซิเจน ซึ่งต้องรีบช่วยเหลือทารกทันที เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ทารกอาจเสียชีวิตในครรภ์ได้ 4. การคลอดล่าช้าหรือการคลอดหยุดชะงัก คือการที่ปากมดลูกไม่ยอมเปิดขยายเพิ่ม ทำให้ไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ 5. มีเลือดออกจำนวนมากขณะตั้งครรภ์เนื่องจากภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่อาจทำให้มารดาและทารกเสียชีวิตได้ 6. มารดาเคยทำผ่าตัดคลอด หรือผ่าตัดที่บริเวณมดลูกมาก่อน ซึ่งถ้าปล่อยให้เจ็บครรภ์คลอดอาจทำให้มดลูกแตกได้ 7. มารดามีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อมารดาและทารกถ้าปล่อยให้เจ็บครรภ์คลอดเอง การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดคลอด การทำผ่าตัดคลอดมีทั้งแบบที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและทำผ่าตัดคลอดในกรณีฉุกเฉิน แต่การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดจะคล้าย ๆ กันดังนี้ 1. มารดาที่ทำผ่าตัดคลอดกรณีกำหนดไว้ล่วงหน้า ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ 2. มารดาต้องลงชื่อยินยอมให้แพทย์ทำผ่าตัด 3. ในวันก่อนผ่าตัดพยาบาลจะทำความสะอาดผิวหนังบริเวณหน้าท้องและอวัยวะสืบพันธุ์และเจาะเลือดเพื่อใช้ในการเตรียมหาเลือดในหมู่ที่เหมาะกับมารดา และเก็บเลือดไว้ใช้ในกรณีที่มารดาเสียเลือดจำนวนมากในขณะผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด 4. มารดาจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายบนเตียง เช่น การหายใจเข้าออกลึก ๆ และการไออย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะมารดาที่ต้องดมยาสลบ เพื่อให้ถุงลมปอดขยายตัวเต็มที่และป้องกันภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจ เช่น ถุงลมปอดแฟบ ปอดบวม การออกกำลังกายขา การพลิกตะแคงตัว และการลุกเดินโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด และระบบทางเดินอาหาร และยังส่งเสริมการหายของแผลอีกด้วย 5. ในวันทำผ่าตัดมารดาจะต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ถ้าการผ่าตัดคลอดกำหนดไว้ล่วงหน้าส่วนใหญ่จะงดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน ทำความสะอาดร่างกายโดยการแปรงฟัน อาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เก็บของมีค่า เครื่องประดับ ฟันปลอม แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ ส่วยพยาบาลจะสวนอุจจาระในเช้าวันผ่าตัด ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อชดเชยและปรับสภาพของร่างกายให้พร้อมที่จะรับการผ่าตัด และใส่สายสวนปัสสาวะพร้อมทั้งคาสายสวนปัสสาวะไว้ หลังจากเตรียมร่างกายพร้อมแล้ว มารดาจะถูกส่งไปยังห้องผ่าตัดเพื่อรับการผ่าตัดคลอดต่อไป
7 Jun 2006 | Comment by :
StrawberryPinky
|
ราคา 300 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 300 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 135 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 59 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 359 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 372 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 38 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 199 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 183 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 645 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 11 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 787 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!