| คุณเชื่อพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเป็นเพื่อนกันไหม |
|---|
|
คุณเชื่อพรหมลิขิตไหม เราเองเชื่อว่าพรหมลิขิตมีจริง โดยไม่ต้องไขว่คว้าหา ถ้าถึงเวลาก็จะมาเอง เราเติบโตมาในสังคมที่ค่อนข้างเคร่งครัด และได้รับการเลี้ยงดูอย่างคนสมัยก่อน ถูกปลูกฝังมาตลอดว่าผู้ชายเป็นเพศที่น่ากลัว ไว้ใจไม่ได้ เราเองเชื่ออย่างนั้นอย่างที่พ่อแม่สอน เพื่อนผู้ชายในห้องเรียน ถ้าไม่จำเป็นเราแทบไม่อยากคุญด้วยเลย เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย สังคมเราเริ่มมากขึ้น แต่เราก็ยังยึดติดกับวัฏจักรเดิมๆ เราคิดเสมอว่าขอมีแค่เพื่อนที่เรารักไม่กี่คนอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีแฟนก็อยู่ได้ แต่นานๆไปกลับกลายเป็นว่า เพื่อนเรามีแฟนไปทีละคน ทีละคน และเพื่อนก็ให้ความสำคัญกับแฟนเค้ามากกว่าเราเสียอีก เราเองก็มีคนเข้ามาบ้าง แต่เราก็ปฏิเสธไปหมด บางทีวิ่งหนีด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเราถึงกลัวผู้ชายนัก แต่เราก็เชื่อว่าวันหนึ่ง ถ้าเจอคนที่ใช่เลิกอาการนี้เอง จนเรามาเรียนปริญญาโท มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิตเรา เราคุยกันเหมือนรู้เรื่อง เค้าเรียนปริญญาโทเหมือนเรา แต่คนละคณะ พื้นฐานเราใกล้เคียงกัน มีโลกใบเล็กๆเหมือนกัน เราเริ่มลองคบกัน เค้าเป็นคนดีมากเท่าที่ความรู้สึกเราบอก เค้าไม่เคยล่วงเกินเราเลยไม่ว่าคำพูดหรือการกระทำ อย่างมากเราก็แค่จับมือกันเวลาเดินข้ามถนน มีแค่นี้จริงๆ เราเริ่มคบกันนานขึ้น เค้าเรียนจบพร้อมเรา เค้าต้องไปทำงานต่างจังหวัด ส่วนเราอยู่กรุงเทพเหมือนเดิม เราเจอกันน้อยลงแต่ระหว่างนั้น เราเริ่มหาธุรกิจทำด้วยกัน นับว่างานชิ้นแรกไปได้สวยทีเดียว งานที่เราทำเป็นงานรับสินค้ามาส่ง เราเป็นพ่อค้าคนกลาง รับของมาส่งให้พ่อค้าคนกลางรายย่อยอีกทอดหนึ่ง เราตื่นเต้นกับรายได้ที่ได้รับ ช่วงที่เค้ากลับมาไม่ได้ เราจะทำเองแต่ถ้าเค้ากลับมา เราก็ใช้เวลาทำงานด้วยกันตลอด เราสนุกกับการทำงานจนลืมมองไปว่าเวลาทำงานส่วนใหญ่กว่าจะเสร็จก็เป็นช่วงดึก บางวันกลับบ้านเที่ยงคืนบ้าง ตี2 บ้าง พ่อแม่เราคงไม่สบายใจ เราไม่อยากให้พ่อแม่เราลำบากใจเลย เราบอกเค้าถึงปัญหาของเรา เค้าจัดการให้ครอบครัวของเค้ามาสู่ขอเรา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบด้วยกัน ทางบ้านเราชอบเค้า และทางบ้านเค้าก็ชอบเรา เราจัดพิธีแต่งงานกันแบบง่ายๆและค่อนข้างรวดเร็วเนื่องจากมี ฤกษ์ดีช่วงนั้น จนบางคนแซวเราว่าท้องก่อนแต่งหรือเปล่า เราฟังแล้วรู้สึกเฉยๆไม่สนใจหรอก แต่ที่แน่ๆคือเราคบกับเค้ามา 5 ปีแล้ว แม้เรากับเค้าไม่ได้เอ่ยบอกรักกันแต่เค้าพิสูจน์ให้เราเห็นว่าเค้าคือคนที่ใช่สำหรับเรา ตอนนี้เรากับเค้าแต่งงานกันมาเกือบ 2ปีแล้ว เรายังทำธุรกิจร่วมกัน เค้าก็มีงานประจำที่ต่างจังหวัดเหมือนเดิม เรายังคงเจอกันเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น มีหลายคนถามเราว่าทำไมถึงไม่อยู่ด้วยกัน เราเองก็ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่ามันเป็นความเคยชินและเราก็ไม่ได้เดือดร้อนหรือกังวลใจอะไรทั้งสิ้น เราเชื่อใจเค้า เค้าเป็นคนเฉยๆดูเหมือนหยิ่งจึงไม่ค่อยมีเพื่อนผิดกับเราที่มีเพื่อนที่ค่อนข้างเยอะ ตอนที่เราคบกันแรกๆ เราก็ไม่ได้สนใจเค้านัก คิดเสมอว่าเพื่อนต้องมาก่อนจึงละเลยที่จะดูแลเค้า บ่อยครั้งที่เราทำให้เค้าเสียใจ จนเราสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เค้าเสียใจอีก จนบัดนี้ เราเองก็ไม่รู้ว่าจะนิยามคำว่ารักว่าอย่างไร เรารู้แต่เพียงว่า เราเป็นห่วงเค้า อยากอยู่ให้กำลังใจเค้า อยากอยู่เห็นวันที่เค้าประสบความสำเร็จในชีวิต เราสองคนอยู่กันเหมือนเพื่อนจริงๆ เราเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ไม่เหมือนกับคู่รักอื่นแต่เราก็ไม่ได้กังวลอะไร บางครั้งเราก็น้อยใจเหมือนกันโดยเฉพาะเวลาที่เราเจอกัน เราอยากให้เค้าถามเราว่าคิดถึงกันบ้างไหม กินข้าวตรงเวลาหรือเปล่าเพราะเวลาเราเจอเพื่อนที่เรารักเราก็จะถามแบบนี้ แต่มันไม่ใช่ คำถามที่เราได้ยินจนท่องได้ เป็นไงบ้าง งานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ฟังแล้วเศร้าอย่างไรบอกไม่ถูก แต่ช่างเถอะ เราเข้าใจเพราะเค้าก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว เสาร์ อาทิตย์ที่เจอกัน เราจะนั่งทำงานอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ส่วนเค้าก็นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตำแหน่งเดิม เป็นอย่างนี้ทั้งวัน ทั้งคืน ถ้าเราง่วงเราจะเข้าไปหอมแก้มและบอกราตรีสวัสดิ์กับเค้า คำตอบที่ได้รับก็คือ นอนไปก่อนนะ เราต้องทำงานต่อ ตอนนี้ถ้าทำงานมากๆต่อไปพวกเราก็จะสบาย เราพยายามที่จะเข้าใจเค้าให้มากที่สุด ช่วงแรกๆเราเล่าให้แม่ฟังว่าเราสองคนยังไม่มีอะไรกัน ทั้งที่เค้าลางานเพื่อมาอยู่กับเราเป็นสัปดาห์ ดูทีท่าแม่เราตกใจมาก เราเลยไม่เล่าให้เค้าฟังอีก ให้เค้าเข้าใจว่าเราเหมือนคู่รักทั่วๆไป มีเฉพาะเพื่อนหญิงที่เราสนิทและพี่สาวเราเท่านั้นที่รู้ว่าเรากับเค้ายังเป็นเช่นเดิม เพื่อนเราแทบไม่เชื่อว่า ชายหญิงที่อยู่บ้านเดียวกัน ห้องเดียวกันจะไม่มีอะไรกัน เค้าบอกเราว่าปกติผู้ชายเค้าทนเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ขนาดเพื่อนเราเองยังมีอะไรกับแฟนเลย ก่อนที่ยังไม่ได้แต่งงานกันด้วยซ้ำและคิดว่าในสังคมสมัยนี้หลายคู่รักก็คงเป็นแบบนี้ เราเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเราถึงไม่มีอะไรกัน เค้าปกติดีทุกอย่าง เราเองก็เหมือนกันแต่มันก็คือความจริง เรากับเค้านอนเตียงเดียวกัน เราผูกพันกันที่ใจ ร่างกายของเรายังเป็นของเรา ร่างกายของเค้ายังเป็นของเค้า ถึงเค้าจะไม่ได้เอาใจมากมายแต่เราก็รับรู้ได้ว่าเค้าเป็นห่วงเรามาก ถ้าเราไม่สบายเค้าจะรีบพาไปหาหมอ ดูแลเราอย่างดี เราเองก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีไม่อยากเป็นเค้าเป็นห่วงจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรา เรารู้ว่านอกจากงานเค้าก็ไม่มีใคร นอกจากเราเท่านั้น เราจึงอยากเป็นกำลังใจใหเค้าไปตลอด เราเป็นห่วงเค้าเช่นกันและเราก็จะไม่ทำให้เค้าเสียใจดังที่ตั้งใจไว้ ถึงตอนนี้อย่าพึ่งคิดว่าเรื่องของเราเป็นเรื่องเศร้านะ เพราะเราเองยังไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย เรารู้แต่ว่าชีวิตของเราอาจไม่เหมือนคนอื่นแต่เราก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร เค้าเสียอีกที่ทำให้เราสามารถคุยกับเพื่อนผู้ชายได้อย่างไม่กลัวเหมือนก่อน แต่เราไม่อยากได้คนอื่นเป็นเพื่อนหรอก เราอยากมีเค้าเป็นเพื่อนไปตลอดชีวิตแค่นี้ก็พอใจแล้ว มีเรื่องหนึ่งที่เราขำตัวเองเหมือนกัน เมื่อปีที่แล้วเราไปจดทะเบียนสมรสกัน ด้วยเหตุผลทางธุรกิจและความสบายใจของผู้ใหญ่ เราเองยังไงก็ได้แต่มีปัญหาที่ว่า จดทะเบียนแล้วต้องเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางสาวเป็นนางด้วย เรารู้สึกเขินจริงๆนะ รู้แต่ว่าเพื่อนเราหรือบางคนที่เรารู้จักเค้าเป็นนางสาวอยู่แต่ความจริงไม่สาวแล้ว แต่เราตรงกันข้าม เราจึงถามนายทะเบียนว่าจำเป็นไหมต้องรีบเปลี่ยนคำนำหน้าและนามสกุล เค้าบอกว่าถ้าช้าโดนปรับ 200 บาท เราเลยตัดสินใจใช้บัตรประชาชนเดิมดีกว่า ก็มันรู้สึกแปลกจริงนะ คนอื่นโสดแต่เค้าไม่สด แต่เรานะ สดแต่ไม่โสด เนี่ยแหละเรื่องราวทั้งหมดของเรา บางครั้งมีคนมาถามเราว่ามีแฟนหรือยัง เชื่อไหม เราเองไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรจริงๆเราว่าถามว่าแต่งงานหรือยังยังตอบง่ายกว่าอีก เพราะที่เราเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน เราเป็นคนลิขิตเองและบางอย่างพระพรหมก็เป็นผู้ลิขิตให้
11 Oct 2006 | Post by :
pk
|
| Comment 12 |
|---|
|
ฉันมีเธอเป็นเพื่อนมากกว่าไม่มีเธออยุ่ในชีวิตของฉันเลย
14 Nov 2006 | Comment by :
TOFFYLOVE
|
| Comment 11 |
|---|
|
ทำไมยาวจังอ่ะค่ะ อิอิ แต่เราก็เชื่อนะเรื่องพรหมลิขิตอ่ะ การที่เราได้รู้จักกับใครคนนึง มันเป็นเรื่องบังเอิญที่พรหมลิขิตไว้ใช่ไม๊ล่ะค่ะ อิอิ
21 Oct 2006 | Comment by :
PerhapsLove
|
| Comment 10 |
|---|
|
ซึ้งมากเลยอ่านแล้วซึ้งมากค่ะ ฮือ ๆๆๆๆ
12 Oct 2006 | Comment by :
aewaeang
|
| Comment 9 |
|---|
|
เชื่อคะ เชื่อในพรหมลิขิตมากๆเลยเพราะคนเราอยู่กันคนละที่ ซึ่งความจริงก็ไม่น่าจะมาเจอมารู้จักกันได้ก็มาเจอกันและสนิทกัน จนกลายเป็นความรัก แต่กลับบางคนทำไมเราไม่รู้สึกผู้กพันกับเขา ผ่านมาก็ผ่านไป เท่านั้นเอง แต่ก็ดีใจด้วยนะคะที่คุณไม่เห็นว่าชีวิตคู่ของคุณมีปัญหา ดีใจแทนแฟนของคุณด้วยที่มีแฟนน่ารักอย่างคุณเข้าใจกันดีที่สุดแล้วหล่ะคะ เอาใจช่วยเต็มที่เลย ไม่มีใครจะเข้าใจในความรักเท่ากับคน2คนที่รักกันหรอกนะคะ ....
12 Oct 2006 | Comment by :
joy
|
| Comment 8 |
|---|
|
อย่าว่างั้นงี้เลยนะ สามีเป็นเกย์ป่าวอ่ะ เพราะมันแปลกมากเลยนะที่คนสองคนอยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน แต่ไม่มีไรกันเลย งงอ่ะ คือจะมองในแง่ดียังไงก็ไม่น่าขึ้น เพราะมันเป็นความรู้สึกธรรมชาติ ผู้ชายไม่มีนี่แปลกนะ ปกติผู้ชายอยู่กับผู้หญิงสองต่อสองก็น่าจะมีอารมณ์เราว่า
12 Oct 2006 | Comment by :
งงจริง
|
| Comment 7 |
|---|
|
ม่าน่าเชื่อ มีเเบบนี้จริงหรอเนี้ย ซึ้งๆ
11 Oct 2006 | Comment by :
รุ้ง
|
| Comment 6 |
|---|
|
ยาวมากๆ อ่านแล้วซึ้งมากๆ อยากร้องไห้อ่ะ เราก้อเชื่อเรื่องพรหมลิขิตนะ ขอให้มีความสุขตลอดไปนะจ๊ะ
11 Oct 2006 | Comment by :
ผู้ดี
|
| Comment 5 |
|---|
|
โอ้โห้......พึ่งเคยได้ยินนะคะมีแบบพี่ด้วยแต่ส้มก้อว่าไม่น่าจะแปลกเพราะความเคยชินพี่กับแฟนปฏิบัติแบบนี้กันมาตั้งแต่คบกันตอนแรกแล้วมันเป็นความเคยชินอย่างที่พี่บอกจริงๆนะคะ นู๋ว่าชีวิตคู่ถ้าไม่มีเรื่องทะเลาะกันก้อเป็นลาภอันประเสริฐแล้วค่ะเข้าใจกันไว้ก้อดีพอแล้วค่ะชีวิตจะได้มีความสุขตลอดไปไงคะ
11 Oct 2006 | Comment by :
นู๋ส้ม
|
| Comment 4 |
|---|
|
ส่วนตัวเราเชื่อค่ะ คงทำบุญทำกรรมกันมา ชาตินี้ต้องมาเจอกันอีก กับบางคนเจอแค่วูบเดียว ความรู้สึกเหมือนคุ้นกันมานาน
11 Oct 2006 | Comment by :
PpPp
|
| Comment 3 |
|---|
เราว่าเราเชื่อนะ
11 Oct 2006 | Comment by :
spinging
|
| Comment 2 |
|---|
มันคงไม่ใช่เรื่องเศร้าจนเกินไปหรอกค่ะ ความสุขอยู่ที่ใจเน๊าะ ส่วนเรื่องพรหมลิขิต เราก็คนหนึ่งหล่ะที่เชื่อว่ามีจริง เป็นไปในทางที่ดีค่ะ
11 Oct 2006 | Comment by :
oo
|
| Comment 1 |
|---|
|
อ๊าาา.. ยาวจังค่ะ แต่นู๋จะอ่านให้จบ ย๊าฮู้!!
11 Oct 2006 | Comment by :
zanookz
|
ราคา 389 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 690 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 89 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 79 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 359 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 590 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 169 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 34 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 239 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 340 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 95 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!ราคา 159 บาท
🛒 สั่งซื้อสินค้าเลย!