เส้นผมสวยช่วยให้ผู้หญิงมั่นใจและดูดีขึ้นเยอะ เส้นผมที่มีสุขภาพดีต้องมีประกายเงางามพร้อมกับมีสีผมที่เปล่งประกาย คอสเมติกสำหรับผมสวยจึงเสมือนวัตกรรมใหม่ๆออกมาเสมอๆ รวมทั้งพัฒนาสีสันต่างๆ สำหรับการเปลี่ยนสีผมให้ต้องใจสาวๆ เรียกได้ว่าเทรนด์สีผมยังก้าวล้ำต่อไปไม่หยุดยั้ง
1. การทำสีมจะส่งผลกับเส้นผมอย่างไรบ้าง
การทำสีผมเป็นการทำออกซิเดชั่นสีให้ติดเส้นผม ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นการทำสีผมอย่างอ่อนหรืออย่างเข้มก็ตาม ซึ่งต้องมีส่วนผสมสองอย่างคือ ครีมสีผมและไฮโดรเจน ในขณะที่ทำสีผมเกล็ดผมจะเปิดให้สีซึมเข้าเส้นผม สีผมเดิมจะจางหายไปและสีย้อมผมจะเข้าไปแทนที่ และเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีใหม่ สำหรับผู้ย้อมผมเองควรอ่านคำแนะนำให้เข้าใจว่าต้องทิ้งไว้นานเท่าไหร่สีจึงจะติดผมสวยได้ดั่งใจ
2.จะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ทำสีผมสามารถล้างออกได้
ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่ล้างออกได้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีไฮโดรเจน เช่น เจล โฟมทำสีผม มีวิธีสังเกตก็คือ ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องมีสูตรผสมกัน แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีมากกว่าสองหลอด เพื่อนำมาผสมกันมักเป็นผลิตภัณฑ์ทำสีผมถาวร แสดงว่ามีไฮโดรเจนผสมด้วย
3. การทำสีผมจะทำให้เกิดการแพ้ได้มั้ย
ตามปกติแล้วการทำสีผมไม่มีอันตรายใดๆ แต่กระนั้นก็ตาม บางคนอาจแพ้สารเคมีที่ทำออกซิเดชั่นได้ หากไม่แน่ใจ ควรตรวจสอบเสียก่อนด้วยการหยดโลชั่นสีผมสองสามหยดผสมกับน้ำยาทาบริเวณข้อพับแขนที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ 20 นาที หากไม่มีอาการแพ้ใดๆ ก็สามารถนำมาทำสีผมได้
4. ทำสีผมได้บ่อยแค่ไหน หรือย้อมสีโคนผมได้อีกครั้งเมื่อไหร่
การทำสีบริเวณโคนผมควรรอให้โคนผมงอกยาวประมาณ 1 ซม. ก่อนที่จะทำสีผมใหม่ ส่วนการทำสีผมใหม่ทั้งศรีษะควรทำสีผมบริเวณโคนผมก่อนและทิ้งไว้ 10 นาทีจึงเริ่มทำสีผมส่วนถัดไปจนถึงโคนผม จะทำให้สีผมสวยสม่ำเสมอ โคนผมที่มีสุขภาพดีจะไม่ค่อยซึมซับสีทางเคมีได้มากเท่ากับผมส่วนที่หยาบกว่าคือผมส่วนกลางและปลาย ส่วนผมที่งอกยาวตามปกติ (0.3-0.5 มม. ต่อวัน) สามารถทำสีผมใหม่ได้ภายใน 20- 34 วัน
5. ทำไม่สีผมที่ได้ส่วนมากไม่ตรงกับโทนสีที่เลือก
ความผิดพลาดส่วนใหญ่คือ การคาดคะเนสีผมธรรมชาติผิดไปจากความจริง หากคาดคะเนสีผิดได้สีที่เข้มเกินไป ก็จะได้สีผมเข้มด้วย หรือทำคอร์สบำรุงผมหลังจากที่ทำสีผมมาแล้ว และอาจล้างเม็ดสีแดงออกไปจึงทำให้สีผมเปลี่ยนไป
6. ควรทำอย่างไรถ้าสีผมเปลี่ยนไปและสีผมติดสวยทนนานและไม่เปลี่ยนสีเร็ว
แฟชั่นสีผม เช่น สีม่วงเข้ม สีแดงเพลิง หรือสีแดงทับทิม สามารถเปลี่ยนสีได้เพราะขึ้นอยู่กับธรรมชาติของสารที่อยู่แฟชั่นสีผมที่ไม่สามารถซึมและติดเส้นผมถาวร การจะให้สีผมคงที่และติดทนนานควรใช้ผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์บำรุงสำหรับเส้นผมที่ผ่านการทำสีโดยเฉพาะหรือใช้โฟมสีสำหรับการทำสีผมสองสี จะทำให้สีผมทนต่อการสระล้างได้ถึง 6-8 ครั้ง และช่วยบำรุงเส้นผมไปในตัวด้วย รวมถึงมีวิตามินเพื่อป้องกันเส้นผมไมให้เสียอันเนื่องมาจาการทำสีผมก็คือ แคลเซียม วิตามินคอมเพล็กซ์ ซึ่งสามารถซึมลึกเข้าซ่อมแซมผมได้
7. ทำอย่างไรถ้าสีผมที่ทำมาไม่ตรงกับความต้องการ
คุณสามารถเปลี่ยนแปลงสีผมให้อ่อนลงได้ ด้วยการเพิ่มสีที่ต้องการ ส่วนสีแดงที่เข้มเกินไปให้อ่อนลงได้ด้วยการสระล้างหลายๆครั้งด้วยแชมพูกำจัดสีผม เพื่อลดความเข้มของสี
8. ทำไมสีผมจึงไม่ติดทนนานอย่างที่ควรจะเป็น
มีหลายสาเหตุที่ทำให้การทำสีผมไม่คงทนก็คือ
๐ ใช้ระยะเวลาสั้นเกินไปในการทำสีผม
๐ ใช้ผลิตภัณฑ์น้อย เช่น ถ้าผมยาวระดับไหล่ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำสีผมในปริมาณที่เหมาะสมกัน
๐ ผลิตภัณฑ์ทำสีผมเมื่อผสมกันแล้วไม่ได้ใช้ทันทีเพราะสารออกซิเดชั่นที่จะทำปฎิกิริยากับผมมีความพร้อมตั้งแต่อยู่ในหลอด และหากเม็ดสีใหญ่เกินไปก็ไม่สามารถซึมเข้าไปในชั้นของเกล็ดผมได้ สีจึงติดเฉพาะเกล็ดด้านนอก ดังนั้นเมื่อสระผมสีจึงหลุดลอกออกโดยง่าย
๐ หากใช้ผลิตภัณฑ์สไตลิ่งจะทำให้เกล็ดผมปิด เมื่อทำสีผมจึงไม่สามารถซึมเข้าเส้นผมได้ลึก ในกรณีนี้ต้องสระผมเสียก่อน และไดร์ผมให้แห้ง แล้วจึงทำสีผม
9. ทำไมการย้อมผมขาวจึงย้อมได้ไม่ทั่วถึง
เป็นไปได้ว่าคุณผลิตภัณฑ์ผิดๆเพราะตามปกติแล้วผลิตภัณฑ์ย้อมผมขาวสามารถติดผมได้เป็นระยะเวลานานในระดับสาม (ติดอยู่ที่กล่อง) จึงสามารถปกปิดผมขาวได้ 100% แต่การทำสีผมปกปิดผมขาวได้ในระดับสองเท่านั้น หมายความว่าสามารถปกปิดผมขาวได้ประมาณ 50-70% จากนั้นผมก็จะกลับมาขาวอีก นั่นคือผลิตภัณฑ์ทำสีผมระดับสองไม่เพียงพอนั่นเอง
นอกจากนี้ลำดับชั้นของสีก็มีบทบาทมากด้วยเช่นกัน สีแฟชั่น เช่น สีแดงเพลิง สีแดงทับทิม และสีสตรอเบอร์รี่ ฯลฯ ส่วนมากจะให้เม็ดสีวาววามเพื่อที่สีที่ได้จะมีความโปร่งใสได้ง่าย แต่สีผมก็ไม่ได้ติดเส้นผมได้เพอร์เฟคจริงๆ ส่วนโทนสีธรรมชาติ เช่นสีน้ำตาล สีน้ำตาลเข้ม และสีดำน้ำตาล มีเม็ดสีเข้มข้นอยู่แล้วจึงติดเส้นผมได้เป็นอย่างดี
เทรนด์สีผมกับสีผิว
๐ การทำสีผมควรพิจารณาด้วยว่า สีผมกับสีผิวจะไม่ตัดกันจนน่าเกลียด เพราะจะทำให้แลดูมีอายุมากขึ้นและซีดเซียว เช่น โทนสีลูกเกาลัดเหมาะกับผู้ที่มีผิวสีมะกอก
๐ ประกายน้ำตาลแดงของสีแดงทับทิม เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาว เพราะจะทำให้ผมมีสง่าและสวย
๐ หากคุณมีผิวสีน้ำตาลอ่อน จะเหมาะกับการทำผมสีทองแดง เพราะจะทำให้ใบหน้านุ่มนวลและอ่อนนุ่ม หรือจะทำไฮไลต์สีทองก็จะสวยมาก
๐ ส่วนผู้ที่มีผิวขาวอมชมพู เหมาะกับการทำสีผมบลอนด์ขี้เถ้า เพราะจะรับกับสีผิวของใบหน้าได้ดี
๐ สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองทำสีผมเป็นครั้งแรก โทนสีแดงจะเหมาะกับบุคลิกและสีผิวหรือไม่ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่สามารถล้างออกได้และทำให้สีผมสวยดูเป็นธรรมชาติดั่งผมที่มีสุขภาพอนามัยดี ดังนั้นก่อนทำสีผมควรตัดปลายผมทิ้งเสียก่อน
1. การทำสีมจะส่งผลกับเส้นผมอย่างไรบ้าง
การทำสีผมเป็นการทำออกซิเดชั่นสีให้ติดเส้นผม ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นการทำสีผมอย่างอ่อนหรืออย่างเข้มก็ตาม ซึ่งต้องมีส่วนผสมสองอย่างคือ ครีมสีผมและไฮโดรเจน ในขณะที่ทำสีผมเกล็ดผมจะเปิดให้สีซึมเข้าเส้นผม สีผมเดิมจะจางหายไปและสีย้อมผมจะเข้าไปแทนที่ และเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีใหม่ สำหรับผู้ย้อมผมเองควรอ่านคำแนะนำให้เข้าใจว่าต้องทิ้งไว้นานเท่าไหร่สีจึงจะติดผมสวยได้ดั่งใจ
2.จะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ทำสีผมสามารถล้างออกได้
ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่ล้างออกได้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีไฮโดรเจน เช่น เจล โฟมทำสีผม มีวิธีสังเกตก็คือ ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องมีสูตรผสมกัน แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีมากกว่าสองหลอด เพื่อนำมาผสมกันมักเป็นผลิตภัณฑ์ทำสีผมถาวร แสดงว่ามีไฮโดรเจนผสมด้วย
3. การทำสีผมจะทำให้เกิดการแพ้ได้มั้ย
ตามปกติแล้วการทำสีผมไม่มีอันตรายใดๆ แต่กระนั้นก็ตาม บางคนอาจแพ้สารเคมีที่ทำออกซิเดชั่นได้ หากไม่แน่ใจ ควรตรวจสอบเสียก่อนด้วยการหยดโลชั่นสีผมสองสามหยดผสมกับน้ำยาทาบริเวณข้อพับแขนที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ 20 นาที หากไม่มีอาการแพ้ใดๆ ก็สามารถนำมาทำสีผมได้
4. ทำสีผมได้บ่อยแค่ไหน หรือย้อมสีโคนผมได้อีกครั้งเมื่อไหร่
การทำสีบริเวณโคนผมควรรอให้โคนผมงอกยาวประมาณ 1 ซม. ก่อนที่จะทำสีผมใหม่ ส่วนการทำสีผมใหม่ทั้งศรีษะควรทำสีผมบริเวณโคนผมก่อนและทิ้งไว้ 10 นาทีจึงเริ่มทำสีผมส่วนถัดไปจนถึงโคนผม จะทำให้สีผมสวยสม่ำเสมอ โคนผมที่มีสุขภาพดีจะไม่ค่อยซึมซับสีทางเคมีได้มากเท่ากับผมส่วนที่หยาบกว่าคือผมส่วนกลางและปลาย ส่วนผมที่งอกยาวตามปกติ (0.3-0.5 มม. ต่อวัน) สามารถทำสีผมใหม่ได้ภายใน 20- 34 วัน
5. ทำไม่สีผมที่ได้ส่วนมากไม่ตรงกับโทนสีที่เลือก
ความผิดพลาดส่วนใหญ่คือ การคาดคะเนสีผมธรรมชาติผิดไปจากความจริง หากคาดคะเนสีผิดได้สีที่เข้มเกินไป ก็จะได้สีผมเข้มด้วย หรือทำคอร์สบำรุงผมหลังจากที่ทำสีผมมาแล้ว และอาจล้างเม็ดสีแดงออกไปจึงทำให้สีผมเปลี่ยนไป
6. ควรทำอย่างไรถ้าสีผมเปลี่ยนไปและสีผมติดสวยทนนานและไม่เปลี่ยนสีเร็ว
แฟชั่นสีผม เช่น สีม่วงเข้ม สีแดงเพลิง หรือสีแดงทับทิม สามารถเปลี่ยนสีได้เพราะขึ้นอยู่กับธรรมชาติของสารที่อยู่แฟชั่นสีผมที่ไม่สามารถซึมและติดเส้นผมถาวร การจะให้สีผมคงที่และติดทนนานควรใช้ผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์บำรุงสำหรับเส้นผมที่ผ่านการทำสีโดยเฉพาะหรือใช้โฟมสีสำหรับการทำสีผมสองสี จะทำให้สีผมทนต่อการสระล้างได้ถึง 6-8 ครั้ง และช่วยบำรุงเส้นผมไปในตัวด้วย รวมถึงมีวิตามินเพื่อป้องกันเส้นผมไมให้เสียอันเนื่องมาจาการทำสีผมก็คือ แคลเซียม วิตามินคอมเพล็กซ์ ซึ่งสามารถซึมลึกเข้าซ่อมแซมผมได้
7. ทำอย่างไรถ้าสีผมที่ทำมาไม่ตรงกับความต้องการ
คุณสามารถเปลี่ยนแปลงสีผมให้อ่อนลงได้ ด้วยการเพิ่มสีที่ต้องการ ส่วนสีแดงที่เข้มเกินไปให้อ่อนลงได้ด้วยการสระล้างหลายๆครั้งด้วยแชมพูกำจัดสีผม เพื่อลดความเข้มของสี
8. ทำไมสีผมจึงไม่ติดทนนานอย่างที่ควรจะเป็น
มีหลายสาเหตุที่ทำให้การทำสีผมไม่คงทนก็คือ
๐ ใช้ระยะเวลาสั้นเกินไปในการทำสีผม
๐ ใช้ผลิตภัณฑ์น้อย เช่น ถ้าผมยาวระดับไหล่ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำสีผมในปริมาณที่เหมาะสมกัน
๐ ผลิตภัณฑ์ทำสีผมเมื่อผสมกันแล้วไม่ได้ใช้ทันทีเพราะสารออกซิเดชั่นที่จะทำปฎิกิริยากับผมมีความพร้อมตั้งแต่อยู่ในหลอด และหากเม็ดสีใหญ่เกินไปก็ไม่สามารถซึมเข้าไปในชั้นของเกล็ดผมได้ สีจึงติดเฉพาะเกล็ดด้านนอก ดังนั้นเมื่อสระผมสีจึงหลุดลอกออกโดยง่าย
๐ หากใช้ผลิตภัณฑ์สไตลิ่งจะทำให้เกล็ดผมปิด เมื่อทำสีผมจึงไม่สามารถซึมเข้าเส้นผมได้ลึก ในกรณีนี้ต้องสระผมเสียก่อน และไดร์ผมให้แห้ง แล้วจึงทำสีผม
9. ทำไมการย้อมผมขาวจึงย้อมได้ไม่ทั่วถึง
เป็นไปได้ว่าคุณผลิตภัณฑ์ผิดๆเพราะตามปกติแล้วผลิตภัณฑ์ย้อมผมขาวสามารถติดผมได้เป็นระยะเวลานานในระดับสาม (ติดอยู่ที่กล่อง) จึงสามารถปกปิดผมขาวได้ 100% แต่การทำสีผมปกปิดผมขาวได้ในระดับสองเท่านั้น หมายความว่าสามารถปกปิดผมขาวได้ประมาณ 50-70% จากนั้นผมก็จะกลับมาขาวอีก นั่นคือผลิตภัณฑ์ทำสีผมระดับสองไม่เพียงพอนั่นเอง
นอกจากนี้ลำดับชั้นของสีก็มีบทบาทมากด้วยเช่นกัน สีแฟชั่น เช่น สีแดงเพลิง สีแดงทับทิม และสีสตรอเบอร์รี่ ฯลฯ ส่วนมากจะให้เม็ดสีวาววามเพื่อที่สีที่ได้จะมีความโปร่งใสได้ง่าย แต่สีผมก็ไม่ได้ติดเส้นผมได้เพอร์เฟคจริงๆ ส่วนโทนสีธรรมชาติ เช่นสีน้ำตาล สีน้ำตาลเข้ม และสีดำน้ำตาล มีเม็ดสีเข้มข้นอยู่แล้วจึงติดเส้นผมได้เป็นอย่างดี
เทรนด์สีผมกับสีผิว
๐ การทำสีผมควรพิจารณาด้วยว่า สีผมกับสีผิวจะไม่ตัดกันจนน่าเกลียด เพราะจะทำให้แลดูมีอายุมากขึ้นและซีดเซียว เช่น โทนสีลูกเกาลัดเหมาะกับผู้ที่มีผิวสีมะกอก
๐ ประกายน้ำตาลแดงของสีแดงทับทิม เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาว เพราะจะทำให้ผมมีสง่าและสวย
๐ หากคุณมีผิวสีน้ำตาลอ่อน จะเหมาะกับการทำผมสีทองแดง เพราะจะทำให้ใบหน้านุ่มนวลและอ่อนนุ่ม หรือจะทำไฮไลต์สีทองก็จะสวยมาก
๐ ส่วนผู้ที่มีผิวขาวอมชมพู เหมาะกับการทำสีผมบลอนด์ขี้เถ้า เพราะจะรับกับสีผิวของใบหน้าได้ดี
๐ สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองทำสีผมเป็นครั้งแรก โทนสีแดงจะเหมาะกับบุคลิกและสีผิวหรือไม่ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่สามารถล้างออกได้และทำให้สีผมสวยดูเป็นธรรมชาติดั่งผมที่มีสุขภาพอนามัยดี ดังนั้นก่อนทำสีผมควรตัดปลายผมทิ้งเสียก่อน


ยังไม่มีความคิดเห็น