6 โรคฮิตติดเชื้อที่สาวหวั่น



เพราะสรีระร่างกายของสาวๆ มีความซับซ้อน โดยเฉพาะระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ 

ที่สำคัญอวัยวะในระบบนี้มีทางเชื่อมที่ต่อเนื่องถึงกันได้ทั้งระบบจึงเปิดโอกาสให้จุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคสามารถแพร่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ เช่น การติดเชื้อบริเวณปากช่องคลอดอาจแพร่กระจายไปถึงยังเชิงกราน จนส่งผลให้ท่อนำไข่เกิดการติดเชื้อตามมาได้ ดังนั้นการทำความรู้จักกับโรค ตลอดจนรู้ถึงอาการของโรคจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะช่วยให้เราสามารถไหวตัวรับมือกับเชื้อโรคได้ทันท่วงที และไปปรึกษาหารือแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่เชื้อโรคดังกล่าวจะทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะในระบบนั้นของเราซึ่งนอกจากทำให้ทุกข์ทรมานแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดภาวะเป็นหมัน ไปจนถึงขั้นเสียชีวิต หรืออาจจะเลยเถิดแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ ซึ่งโรคติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงที่น่าสะพรึงก็คือ

1. คลาไมเดีย (Chlamydia) โรคคลาไมเดียเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มักจะพบในอวัยวะสืบพันธุ์ของมนุษย์ โดยเฉพาะในเพศหญิง จะพบได้บ่อยกว่าในเพศชายถึง 6 เท่า เนื่องจากโครงสร้างของอวัยวะเพศหญิงมีความสลับซับซ้อนและอ่อนบาง จึงเป็นที่อยู่อาศัยอย่างสบายส่วนตัวสำหรับเชื้อชนิดนี้ โดยผู้ที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวจะมีอาการคันภายในช่องคลอด ตกขาวมีสีเหลืองคล้ายหนอง มีกลิ่นเหม็นคาว และมีอาการปวดท้องน้อยในขณะมีเพศสัมพันธ์

นอกจากนี้เชื้อคลาไมเดียยังส่งผลไปถึงการถ่ายปัสสาวะอีกด้วย โดยจะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ ปวดปัสสาวะบ่อย แต่ไม่ค่อยออก และจากการศึกษาวิจัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งบ่งชี้จากผลการตรวจเลือดของผู้หญิงที่มีเชื้อคลาไมเดียอยู่ในตัว มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธ์มากกว่าผู้หญิงที่ปลอดเชื้อนี้ถึง 2 เท่า และถ้าหากเกิดการติดเชื้อนี้ในระหว่างตั้งครรภ์ในขั้นเบาะๆ ก็จะทำให้ทารกเป็นแผลพุพองขึ้นได้โดยง่าย ส่วนในระดับที่ร้ายแรงเชื้อจะเข้าไปทำลายปอดของทารก

2. โกนอร์เรีย (Gonorrhea) โรคโกนอร์เรียหรือที่เรียกว่า โรคหนองใน นับเป็นอีกโรคหนึ่งซึ่งสาวๆ มักจะหวาดผวากันมาก โดยเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนส์ซีเรียโกนอร์รีเอ ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อนี้จะมีหนองไหลซึมจากอวัยวะเพศ ปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ และหากมีการติดเชื้อนี้ระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกตาบอดแต่กำเนิดได้นอกจากนี้เชื้อดังกล่าวก็มีส่วนทำให้ผู้ป่วยเป็นหมันและก่อให้เกิดอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ ไปจนถึงขั้นโลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตในที่สุด

3. หูดที่อวัยวะสืบพันธุ์ ปกติหูดมักเกิดขึ้นได้ทั่วไปบนผิวหนัง เช่น ตามฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า โดยมีลักษณะเป็นผิวหนังด้านๆ นูนๆ เหมือนตาปลา เวลากดไปโดนจะรู้สึกเจ็บๆ คล้ายถูกหนามตำ หากหูดเกิดที่บริเวณอวัยวะเพศจะค่อนข้างเป็นอันตรายมาก เนื่องจากเยื่อบุผิวของอวัยวะเพศมีความอ่อนบาง ไวต่อความรู้สึกเจ็บปวด นอกจากนั้นยังมีหลักฐานยืนยันว่า หูดชนิดนี้มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอกเนื้อร้ายที่ปากมดลูก โดยเชื้อที่ทำให้เกิดโรคนี้คือ เชื้อไวรัสฮิวแมน พาพิลโลมา (Human Papilloma Virus) ซึ่งจะติดต่อถึงกันได้โดยผ่านการสัมผัส

4. เริมที่อวัยวะเพศ (Genital Herpes) เริมเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Type II (HSV-II) สามารถก่อให้เกิดตุ่มแผลพุพอง ซึ่งทำให้แสบคันระคายเคือง โดยมากมักขึ้นบนผิวหนังในส่วนที่อ่อนบาง เช่น ที่บริเวณอวัยวะเพศ อย่างไรก็ดีเมื่อได้รับเชื้อชนิดนี้แล้วไม่มีอาการของโรคปรากฏให้เห็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน แต่เมื่อเป็นโรคแล้วก็ยากที่จะหายขาด เมื่อใดที่ภูมิต้านทานเริ่มอ่อนแอ อาการก็จะกำเริบให้เห็น โดยปกติแล้วเริมไม่ถึงกับเป็นโรคที่ร้ายแรง แต่ที่อันตรายก็คือ การเป็นเริมในขณะที่ตั้งครรภ์จะทำให้ทารกแท้งได้ และถ้าเกิดการติดเชื้อขณะคลอดก็จะทำให้ทารกตาบอด หรือทำลายสมองของทารกในกรณีที่มารดาเป็นเริมในช่วงหลังคลอด มารดาก็ไม่ควรจะให้นมตัวเองกับทารกอย่างเด็ดขาด

5. ซิฟิลิส (Syphilis) นับเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์อีกโรคหนึ่งที่น่าขยาด เชื้อที่ทำให้เกิดโรคมีชื่อว่า เชื้อเทรโพนีมา พอลลิดุม สไปโรคีต (Treponema Pallidum Spirochete) ในระยะแรกของการติดเชื้อจะทำให้เกิดแผลเล็กๆ ลักษณะเป็นแผลเปิดขอบแข็ง ทำให้รู้สึกรำคาญ แต่ไม่ถึงกับเจ็บ มักเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆของอวัยวะเพศทั้งภายในและภายนอก บางรายอาจมีแผลบริเวณทวารหนัก ไปจนถึงช่องปาก และช่องคอ มีผื่นขึ้นทั่วไปตามผิวหนัง ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อดังกล่าวยังทำให้มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกระดูก อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษาเชื้อก็จะเข้าไปทำลายกระดูก สมอง และระบบประสาท

6. เอดส์ (Aids) เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าโรคเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยอย่างมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV : Human Immunodeficiency Virus) เมื่อเข้าสู่ร่างกายเรียบร้อยแล้ว เชื้อจะมุ่งตรงไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันทั่วทุกส่วนทันที ซึ่งก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เชื้อโรคอื่นทั้งหลายแหล่สามารถเล่นงานร่างกายได้อย่างสะดวก และทำให้เกิดอาการป่วยเรื้อรังต่างๆ นานาอย่างแสนสาหัส และในที่สุดก็ต้องจบชีวิตลงด้วยโรคแทรกซ้อนเรื้อรังเหล่านั้น

อย่างไรก็ดีถึงแม้เอดส์จะเป็นโรคติดต่อที่น่ากลัวมาก แต่การติดเชื้อเอดส์ก็ใช่ว่าติดต่อถึงกันได้ง่ายๆ โดยมากแล้วจะติดกันด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียมากกว่าซึ่งสาเหตุของการติดต่อที่พบได้มากที่สุดก็คือ การร่วมประเวณีกับผู้มีเชื้อเอดส์ รองลงไปก็คือ การติดเชื้อจากมารดาสู่ทารกทั้งในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้เสพยาเสพติด การสักผิวหนัง การเจาะหู การทำฟัน การฝังเข็มที่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน การรับเลือดหรือรับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ซึ่งกรณีหลังนี้ที่อาจพบน้อยมาก เพราะปัจจุบันสถานพยาบาลต่างๆ จะมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ หรือทำการฆ่าเชื้อโรคที่อาจตกค้างอยู่อย่างถี่ถ้วนทุกครั้ง ส่วนเลือดและอวัยวะก็จะมีการตรวจสอบหาเชื้ออย่างละเอียดก่อนนำมาเปลี่ยนถ่าย

ฉะนั้นคุณจึงไม่ควรวิตกกังวลหรือกลัวติดเอดส์มากจนเกินเหตุเพราะการทานอาหารร่วมกัน การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การกอดสัมผัสกันอย่างธรรมดา หรือแม้แต่ถูกยุงกัด เชื้อเอดส์ก็ไม่อาจติดต่อถึงคุณได้ เนื่องจากเชื้อจะตายภายใต้สิ่งแวดล้อมต่างๆ ก่อนเข้าสู้ร่างกายคุณ



🎁 สินค้าแนะนำ: เลือกซื้อจากบทความนี้



Tag :




แสดงความคิดเห็น






ยังไม่มีความคิดเห็น

Content-Seo


Advertisement