10 ข้อควรหยุดคิด คุณพร้อมจะแต่งงานแล้วจริงหรือ



คงมีหลายคนที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราควรแต่งงานหรือไม่ เราพร้อมหรือยังสำหรับวันนั้น ลองอ่าน 10 สัญญาณเตือนว่าคุณพร้อมที่จะมีใช้ชีวิตกับคน ๆ นี้คนเดียวไปตลอดชีวิตหรือไม่ หรือถ้าเราตัดสินใจแต่งงานกับคนคนนี้ไปแล้วอาจจะต้องเผชิญปัญหาเรื่องการเงิน และความเจ็บปวดของการหย่าร้างในอนาคต สัญญาณเตือนดังกล่าวมีดังนี้
      
       1.เราทั้งสองมีเป้าหมายชีวิตเดียวกันหรือไม่
      
       การมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการแต่งงาน หลายคู่หย่าร้างกันเพราะมีเป้าหมายในชีวิตแตกต่างกัน การแต่งงานเป็นการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หลายคู่ที่มีข้อแตกต่างกันมาก มักไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ได้นาน
      
       2.การที่เรารู้สึกไม่มีความสุขกับนิสัยบางอย่างของคู่ชีวิตที่กำลังจะแต่งงานด้วย
      
       จำไว้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ อีกฝ่ายจะไม่มีความสุขแน่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมของอีกฝ่าย เรามีความสุขกับนิสัยที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ อย่าคาดหวังว่าเมื่อแต่งงานแล้วเขาจะเปลี่ยน
       
       3.แต่ละฝ่ายมีลูกติดจากสามีหรือภรรยาคนเก่าหรือไม่
      
       หากมีเราอาจจะต้องพิจารณาถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของ 2 ครอบครัวที่จะมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ปัญหาเรื่องลูกเลี้ยง การปรับตัวเข้าหากันและกัน หรือปัญหาที่ลูก ๆ ไม่พอใจที่พ่อและแม่จะหย่าร้างและกำลังจะแต่งงานใหม่
      
       4.ทั้งตัวเราและตัวแฟนมีปัญหาเรื่องการเงิน
      
       หรือเป็นหนี้ท่วมตัว คงไม่ดีแน่หากต้องแต่งงานกับหนี้สินท่วมท้นที่ไม่สามารถหาทางปลดแอกได้ หากคุณทั้งคู่ไม่สนใจเกี่ยวกับรายจ่ายและยังมีหนี้สินของบัตรเครดิต นั่นเป็นลางบอกว่าคุณยังไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน ควรรอให้หมดภาระเรื่องหนี้สินก่อน ลองสังเกตดูว่าแต่ละคนมีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยหรือไม่ เพราะนั่นเป็นปัญหาใหญ่ของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
      
       5.การที่เราไม่สามารถเข้ากันได้หรือไม่สามารถทำใจกับเรื่องของภรรยาเก่าหรือสามีเก่าของอีกฝ่ายหนึ่ง
      
       เป็นเรื่องที่น่าคิด บางครั้งเราอาจถูกทำร้ายจากคู่รักเก่าของอีกฝ่าย และเรื่องจะยิ่งยุ่งยากเข้าไปอีกหากคู่รักเก่าของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้ลูกเป็นเครื่องต่อรองต่อการแต่งงานใหม่ ความขี้อิจฉา หรือความเกลียดชังของภรรยาเก่าหรือสามีเก่าของอีกฝ่ายเป็นอันตรายที่น่ากลัว
       

       6.เรามีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกันหรือไม่
      
       สิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าคิดก่อนตัดสินใจโดยเฉพาะเมื่อมีลูก เพราะเราจะเลือกพาลูกเข้าวัดหรือเข้าโบสถ์ เราอาจจะคิดว่าไม่จำเป็นและสามารถมองข้ามได้ แต่สิ่งเหล่านี้อาจจะก่อปัญหาในอนาคตได้
      
       7.เราทั้งคู่ไม่สามารถมีรายได้เพียงพอที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
      
       สิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญหากอีกฝ่ายยังต้องหยิบยืมเงินเพื่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือน คิดว่าเราน่าจะยังไม่แต่งงานดีกว่า การเงินหรือสภาวะทางเศรษฐกิจถือเป็นเงื่อนไขที่สามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ หากการเงินใช้จ่ายคล่องตัวก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคู่แต่งงานจะจบลงด้วยปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว
      
       8.หากเราทั้งคู่ไม่ชอบทำบางอย่างด้วยกัน และเราต้องทนทำบางอย่างที่เราไม่ชอบ
      
       อาจเป็นสาเหตุให้เราเบื่อหน่ายอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เราอาจมีความสนใจที่ต่างกันได้ แต่ต้องให้แน่ใจว่ามีเพียงแค่เล็กน้อยจริง ๆ ที่จะไม่เกิดข้อขัดแย้งในอนาคต
      
       9.เราทั้งคู่ไม่สามารถตกลงกันเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยหลังการแต่งงานได้
      
       หากเราไม่สามารถประนีประนอมกันเรื่องที่ ๆ จะอยู่ด้วยกันแล้ว เราก็ไม่ควรแต่งงานกันตั้งแต่แรก เพราะนั่นเป็นสัญญาณของการไม่มีความสุข
      
       10.เราทั้งคู่มีความคิดเห็นในการเลี้ยงลูกที่ตรงกันหรือไม่
      
       มีวิธีการลงวินัยกับลูกที่เป็นแนวเดียวกัน มีความคิดเห็นตรงกันเรื่องการให้ลูกเข้าโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐบาล เพราะไม่อย่างนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้
      
       หลายคู่มีความฝันที่จะแต่งงาน มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่การพิจารณาว่าจะคนนั้นเป็นคนที่ใช่สำหรับเราหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และบางครั้งการอยู่เป็นโสดอาจทำให้เรามีความสุขมากกว่าการมีชีวิตคู่ที่ต้องเผชิญกับปัญหามากมายที่ทำร้ายเราให้ต้องเจ็บปวดในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทุกคู่เสมอค่ะ


ขอบคุณ ที่มา : manageronline โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
ภาพประกอบจาก pinterest

🎁 สินค้าแนะนำ: เลือกซื้อจากบทความนี้



Tag :




แสดงความคิดเห็น






ยังไม่มีความคิดเห็น