โรคไตวาย (kidney failure)


รู้จักโรคไตวาย



จะเกิดอะไรขึ้นหากของเสียค้างในเลือด

ถ้าไตทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ จะทำให้เกิดการคั่งค้างของของเสียในกระแสเลือดสะสมเพิ่มขึ้น เลือดที่เต็มไปด้วยของเสียจะหล่อเลี้ยงร่างกายไม่ได้ จึงทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นกับอวัยวะทั่งทั้งระบบ อวัยวะแต่ละส่วนก็จะได้รับผลกระทบมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับของเสียในเลือด ทราบได้จากการตรวจวัดระดับของเสียในเลือด (Blood Urea Nitrogen หรือ BUN) ถ้าระดับของเสียสูงผิดปกติ ต้องรีบพบแพทย์ด้านโรคไตโดยด่วน

ืืืืืืืืืิิิิิอาการของภาวะไตวาย

อาการจะแสดงออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะของอวัยวะนั้นๆ อวัยวะบางส่วนจะแสดงออกเมื่อเป็นไตวายอยู่นาน แต่บางอวัยวะแสดงออกได้แทบจะทันที หรือเมื่อระดับของเสียสูงมากพอบางอวัยวะก็จะไม่ปรากฏอาการผิดปกติเลย แต่จะทราบได้จากการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอ็กซเรย์ หรืออัลตราซาวด์

อาการที่ต้องระวังไว้ ได้แก่ ปริมาณปัสสาวะต่อวันน้อยลง ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีน้ำล้างปลา มือเท้าบวม ตัวบวม ซีด เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หอบเหนื่อยเนื่องจากน้ำท่วมปอดและหัวใจ ความดันโลหิตขึ้นสูงอย่างที่ไม่เคยเป็น หากไม่รีบให้ยาลดความดัน อาจถึงขึ้นหัวใจวายเสียชีวิตได้ ทั้งที่ไม่เป็นโรคหัวใจโดยตรง
ืืืืืื
ไตวายขนาดไหนถึงต้องฟอก

ไม่ว่าจะเป็นไตวายเฉียบพลันหรือไตวายเรื้อรังก็ตาม จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกหรือล้างไต ไม่อย่างนั้นผู้ป่วยอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะไตวายเฉียบพลัน การล้างไตอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้ไตฟื้นกลับมาได้ ซึ่งอาจมีผลดีถึงขึ้นช่วยให้ไตหายเป็นปกติหรือใกล้เคียง

ส่วนภาวะไตวายเรื้อรัง ถึงแม้การล้างไตจะช่วยให้ไตที่เสียกลับคืนมาไม่ได้ แต่ก็ช่วยยืดชีวิตให้อยู่ได้นานขึ้นอีกนาน แต่จะนานแค่ไหนก็ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การควบคุมอาหาร อายุของผู้ป่วย โรคที่เป็นสาเหตุ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ฯลฯ 

ความแตกต่างในการฟอกไตในไตวายเรื้อรัง กับ ไตวายเฉียบพลัน

ไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่ป่วยเป็นไตวายมานาน อาจเป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ โดยไตของผู้ป่วยค่อยๆ  เสื่อมลงเรื่อยๆ แต่ควบคุมหรือชะลอความเสื่อมของไตให้ช้าลงได้บ้าง ในผู้ป่วยบางรายที่ไตวายเรื้อรังมากจนถึงระยะสุดท้าย ซึ่งไตทั้งสองข้างขับของเสียแทยไม่ได้เลย ผู้ป่วยควรได้รับการบ้างไตทันที โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยจากอาการและระดับของเสียในเลือด วิธีวินิจฉัยที่ดีที่สุดคือการตรวจวัดความสามารถในการขับของเสียของไต (Creatinine Clearance  ต่ำกว่า 10 มล./นาที ในผู้ป่วยทั่วไป และต่ำกว่า 15 มล./นาที ในผู้ป่วยเบาหวาน) สำหรับระดับของเสียในเลือดคร่าวๆ ที่พอจะบอกได้ว่าผู้ป่วยอาจจะต้องล้างไตแล้วคือ Serum Creatinine ประมาณ 8-10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทั้งนี้ต้องอาศัยการวินิจฉัยอาการด้วยเสมอ หากผู้ป่วยมีระดับของเสียที่ต่ำกว่านี้หรือบางรายอาการยังพอรอดได้ ผู้ป่วยเหล่านั้นจะต้องได้รับการล้างไตตามที่แพทย์นัดไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะได้รับการปลูกถ่ายไต

ส่วนกรณีไตวายเฉียบพลัน ซึ่งหมายถึงภาวะไตวายที่เพิ่มเกิดขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการล้างไต โดยทั่วไปจะเริ่มล้างไตเมื่อผู้ป่วยมีอาการของเสียคั่งร่วมกับระดับของเสียในเลือดสูง(มักใช้ BUN เพื่อวัดระดับของเสียในเลือดในกรณีที่ไตวายเฉียบพลัน) ประมาณ 80-100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และเมื่อไตฟื้นถึงระดับที่ปลอดภัยแล้ว แพทย์ก็จะหยุดนัดการฟอกไต แต่จะนัดให้เข้ามารับการตรวจวัดระดับของเสียในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระวังไม่ให้โรคเกิดขึ้นอีก

🎁 สินค้าแนะนำ: เลือกซื้อจากบทความนี้






แสดงความคิดเห็น






ยังไม่มีความคิดเห็น

Content-Seo


Advertisement