สำหรับคนที่ทนไม่ไหวก็ต้องเดินเข้าสถาบันความงาม มีนัดกับคุณหมอกันทุกอาทิตย์เพื่อจะให้คุณหมอแต้มกรดแสบๆ และจ่ายยาซึ่งเป็นสารเคมีและมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับปากท้องของเรา วันนี้ผู้หญิงนะคะ มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยคุณในเรื่องนี้ได้ โดยใช้วิธีธรรมชาติที่คุณอาจจะพอทราบอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่แน่ใจ หรือไม่เชื่อถือมากพอมาให้ลองกันค่ะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับต้นตอของปัญหากันก่อน นั่นคือ สาเหตุของการเกิดสิว และรอยด่างดำ
สิวจัดเป็นโรคชนิดหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด ประมาณว่าคนร้อยละ 85-100 เคยเป็นสิว ตำแหน่งที่พบสิวมากคือที่ใบหน้า หน้าอก และหลังสิวที่พบทั่วไปเรียกว่า สิวสามัญ (acne vulgaris) แต่ยังมีโรคสิวที่เกิดจากสาเหตุเฉพาะและมีลักษณะแตกต่างจากโรคสิวที่พบประจำ เรียกว่า สิววิสามัญ (uncommon acne) โรคสิวแบบแปลกๆ หรือสิววิสามัญได้แก่
สิวแกะเกา (acne excoriee) บางรายบีบและแกะสิวอย่างมากจนเมื่อตรวจดูผิวหนังแล้วไม่พบทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน พบแต่รอยถลอก แผลและแผลเป็น อาจเป็นอาการแสดงของความเครียด
สิวจากเครื่องสำอาง (acne cosmetica) เดิมพบบ่อยในสตรีวัยทำงาน แต่ปัจจุบันพบได้ในวัยรุ่น เพราะเริ่มแต่งหน้ากันตั้งแต่เด็ก และยังพบว่าผู้ชายเป็นสิวจากเครื่องสำอางมากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ชายก็ใช้เครื่องสำอางกันมาก เรียกว่า metrosexual man
สิวจากเครื่องสำอางมักพบเป็นตุ่มแดงเล็กๆ เป็นผื่นที่แก้ม คาง และหน้าผาก มักพบหลังใช้เครื่องสำอาง 2-3 สัปดาห์หรือหลายเดือน
สิวจากน้ำมันใส่ผม พบในผู้ที่ใช้น้ำมันหรือเจลใส่ผมที่เหนียวเหนอะหนะทำให้เกิดรูขุมขนอุดตัน พบที่บริเวณหน้าผาก ขมับ และหนังศีรษะ
สิวแมคโดนัลด์ (McDonald's acne) พบในวัยรุ่นที่ทำงานร้านอาหารจานด่วน น้ำมันจากการทอดจะทำให้เป็นสิวได้
สิวเกิดจากยา ตำแหน่งของสิวจากยาแตกต่างจากสิวสามัญ คือสิวจากยามักพบตามลำตัวมากกว่าที่จะพบบริเวณใบหน้า หลัง หน้าอก ซึ่งเป็นบริเวณที่พบสิวมากในวัยรุ่น
สิวหน้าแดง เป็นปื้นแดงบวม มีตุ่มแดงและตุ่มหนองเล็กๆ ร่วมกัน พบหลอดเลือดฝอยขยายตัวที่แก้ม หน้าผาก คาง และจมูก ผู้ป่วยที่เป็นมากมักมีจมูกแดงและมีตุ่มสิวที่จมูก ซึ่งเมื่อเป็นเรื้อรังจะทำให้จมูกโต เรียกภาวะนี้ว่า ไรโนฟีมา (rhinophyma) หรืออาจเรียกว่า จมูกของ ดับบลิวซีฟิลด์ส (W.C. Fields' nose) ตามชื่อนักแสดงตลกอเมริกันที่ล่วงลับไปแล้วที่มีจมูกโตเพราะเป็นโรคนี้

ถ้าในกรณีของคุณพบว่าคุณเป็นสิววิสามัญชนิดแรกคือ สิวแกะเกา หรือว่าสิวสามัญนั้นเป็นสาเหตุของรอยแผลบนใบหน้าคุณ วิธีรักษานั้นไม่ยากเลยค่ะ อย่างที่รู้กันว่าสิวนั้นเกิดจากแบคทีเรีย P.acne ที่ทำให้เกิดการอักเสบหรือบวมแดงที่เราเห็นอยู่เป็นระยะๆ ข่าวดีก็คือได้มีการวิจัยว่าขมิ้นชันสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ได้
ใช่แล้วค่ะ ขมิ้นชันที่องค์การเภสัชกรรมเอามาปรุงเป็นครีมบำรุงผิวหน้าเลื่องชื่อนั่นแหละค่ะ แล้วทำไมเราไม่เอาขมิ้นชันมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสบายกระเป๋าด้วยล่ะคะ ?
วิธีการก็แสนจะง่ายดาย แค่นำผงขมิ้นชันแบบผง ที่ทำกับข้าว สามารถซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต และร้านขายยาแผนโบราณค่ะ หรือถ้าต้องการให้มั่นใจในความสะอาด ก็อาจเลือกซื้อแบบที่บรรจุแคปซูลมี อย.หรือไม่มีก็ว่ากันไป แต่ในที่นี้เราจะเอามาทาหน้ากันค่ะ ไม่ได้รับประทานแต่อย่างใด

ขั้นตอนก็แค่เพียงผสมผงขมิ้นชันกับโยเกิร์ตและน้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก หรือหากไม่แน่ใจว่าจะแพ้หรือไม่ ในครั้งแรกให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที(สามารถทาให้ทั่วทั้งหน้าเลยก็ได้ค่ะ)แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สำหรับใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผู้หญิงนะคะก็ขอแถมเคล็ดลับวิธีกระชับรูขุมขนซึ่งทดลองกับตัวเองแล้วว่าได้ผลจริง โดยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และจะต้องเป็นน้ำเย็นที่ออกมาจากตู้เย็นเลยนะคะ ใส่ภาชนะที่คุณสามารถจุ่มหน้าลงไปได้ ก้มหน้าลงแช่กลั้นหายใจไว้สักครู่แล้วทำซ้ำๆ สุดท้ายใช้น้ำนั้นล้างหน้าให้สะอาดหมดจด คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่ารูขุมขนกระชับขึ้น แต่ในส่วนของรอยแผลอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์จึงจะหายไปจน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจด
ด้วยสรรพคุณที่ช่วยสมานแผลและลดการอักเสบและยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียได้ ดังนั้นสูตรความงามด้วยขมิ้นนี้ รับรองผลร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ
บทความโดย jaja wean ผู้หญิงนะคะดอทคอม
อ้างอิงจาก : diybeautytutorials.blogspot.com
: ขมิ้น สีเหลืองที่กินก็ได้ ทาก็ได้ โดย หมอชาวบ้าน
: สิวสามัญ สิววิสามัญ โดย หมอชาวบ้าน
: ขมิ้นชัน สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ โดย learners.in.th

ยังไม่มีความคิดเห็น