
1. ดื่มกาแฟแทนน้ำ
กาแฟช่วยให้สดชื่นและตื่นตัว แต่ถ้าดื่มหลายแก้วต่อวันโดยไม่ดื่มน้ำเปล่าเลย ร่างกายอาจขาดน้ำได้ง่าย ส่งผลให้เลือดข้นขึ้น การไหลเวียนไม่ดี ปวดหัว เวียนศีรษะ และเหนื่อยเพลียกว่าปกติ
ดูแลอย่างไรดี?
- ดื่มน้ำเปล่าให้ครบวันละ 6–8 แก้ว
- หากอยากดื่มกาแฟ ให้ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วก่อนทุกครั้ง
- ลองเปลี่ยนบางแก้วเป็นชาเขียว หรือกาแฟ half shot เพื่อไม่ให้คาเฟอีนสูงเกินไป
2. กินข้าวไม่เป็นเวลา
การทำงานเพลินจนข้ามมื้ออาหาร ทำให้น้ำตาลในเลือดตก ร่างกายไม่มีพลังงานเพียงพอที่จะใช้สมองและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดอาการมึน ง่วง และหมดแรงง่าย
ดูแลอย่างไรดี?
- จัดเวลามื้อเช้า–กลางวัน–เย็นให้สม่ำเสมอ
- พกอาหารว่างสุขภาพ เช่น ถั่ว ผลไม้ หรือแซนด์วิชธัญพืช เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดพลังงานนานเกินไป
- เลี่ยงการกินมื้อใหญ่เกินไปตอนดึก เพราะจะทำให้ท้องอืดและนอนหลับไม่สนิท
3. นั่งทำงานติดเก้าอี้ทั้งวัน
การนั่งนาน ๆ โดยไม่ลุกขึ้นขยับ ร่างกายจะเมื่อยล้า ระบบไหลเวียนเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง ทำให้รู้สึกหมดแรง สมาธิสั้น และยังเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น ออฟฟิศซินโดรม หรือเบาหวาน
ดูแลอย่างไรดี?
- ตั้งนาฬิกาเตือนให้ลุกขึ้นเดินหรือยืดเส้นทุก ๆ 1 ชั่วโมง
- ใช้โต๊ะทำงานแบบ standing desk สลับยืนกับนั่ง
- ระหว่างพักกลางวันลองเดินออกไปซื้ออาหารเองแทนการสั่งเดลิเวอรี่
4. เล่นมือถือก่อนนอน
แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ไปยับยั้งฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้ร่างกายนึกว่ายังเป็นเวลากลางวัน ส่งผลให้หลับยาก หลับไม่ลึก ตื่นมาไม่สดชื่น
ดูแลอย่างไรดี?
- ปิดหน้าจออย่างน้อย 30 นาที ก่อนเข้านอน
- ใช้โหมด Night Shift หรือ Blue Light Filter ถ้าจำเป็นต้องใช้มือถือ
- เปลี่ยนกิจกรรมก่อนนอนเป็นอ่านหนังสือเบา ๆ ฟังเพลงผ่อนคลาย หรือจด gratitude journal แทน
5. ไม่ออกกำลังกายเลย
การไม่ขยับร่างกายทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบเผาผลาญช้าลง และหัวใจทำงานไม่เต็มที่ ทำให้เหนื่อยง่ายแม้ทำกิจกรรมเล็กน้อย เช่น เดินขึ้นบันได
ดูแลอย่างไรดี?
- เริ่มจากการเดินเร็ว 10–15 นาทีต่อวัน
- ใช้ลิฟต์น้อยลง เลือกขึ้นบันไดแทนในบางครั้ง
- หาเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนสนิทมาเป็น buddy ออกกำลังกาย จะทำให้ทำต่อเนื่องง่ายขึ้น

ยังไม่มีความคิดเห็น